คนแคระบนบ่ายักษ์
ไชยันต์ ไชยพร
คณะเจ้าชุดที่สอง (the Second Hovpartiet) : กำเนิด ค.ศ. 1751
ในบรรดาผู้สนับสนุนคณะเจ้านี้ บุคคลที่โดดเด่นเป็นระดับแกนนำ ได้แก่ Count Erik Brahe เป็นนายทหารอภิชนคนรุ่นใหม่ที่มีอายุ 29 ปี (เกิด ค.ศ. 1722) มาจากตระกูลอภิชนที่มีชื่อเสียงที่สุดตระกูลหนึ่งในสวีเดน
เขาเกิดหลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองได้ 4 ปี เป็นนายทหารหนุ่มที่ได้รับการฝึกเป็นนายทหารม้า เคยสนับสนุน the Hats ในการทำสงครามในช่วงระหว่าง ค.ศ. 1738-1741 เขาได้เป็นสมาชิกของสภาฐานันดรในปี ค.ศ.1746 และเป็นสมาชิกคณะกรรมธิการฝ่ายเลขานุการของสภาฐานันดรในปี ค.ศ.1751 ถือเป็นบุคคลหนึ่งที่ Adolf Frederick ทรงให้ความไว้วางพระทัยอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ Erik Brahe ยังทำหน้าที่รักษาการประธานสภาฐานันดรอภิชน (Marshal) แทน Henning Gyllenborg ในขณะที่ Gyllenborg ป่วยในช่วงปี ค.ศ.1751-1752 และต่อมาเขาได้เป็นสมาชิกในสภาบริหารด้วย
แม้ว่าเขาจะใกล้ชิดกับ Adolf Frederick แต่เขาจะอยู่ภายใต้อำนาจของสมเด็จพระราชินี Louisa Ulirika มากกว่า และเขามีความมุ่งมั่นที่จะสถาปนาระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ให้กลับฟื้นคืนขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง Brahe จัดอยู่ในกลุ่มคนประเภทที่สี่ที่ผู้วิจัยได้วิเคราะห์จำแนกไว้ข้างต้น
Baron Erik Wrangel (Vrangel) นักกฎหมาย อายุ 65 ปีในขณะที่มีการก่อตั้งคณะเจ้าขึ้นในปี ค.ศ. 1751 เคยรับราชการในรัชสมัย Charles XII และได้รับการไว้วางพระราชหฤทัยแต่งตั้งให้เป็นเลขานุการติดตาม Gortz และได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้พิพากษา (lawman) ในพื้นที่ Skaraborg และหลังจาก Charles XII เสด็จสวรรคต และหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง ได้มีการยุบตำแหน่งทั้งสองนี้ ทำให้เขาไม่มีงานทำ
แต่ต่อมาหลังจากที่ the Hats ขึ้นสู่อำนาจในปี ค.ศ. 1738 แม้ว่าจะเขาจะไม่ได้เป็นพวก the Hats แต่ the Hats ได้แต่งตั้งให้เขาดำรงตำแหน่งในคณะกรรมาธิการลับในปี ค.ศ. 1739 ทั้งๆ ที่เขาไม่ต้องการ แต่หลังจากที่เขาได้เข้าไปเป็นคณะกรรมาธิการลับ เขาได้ต่อต้านนโยบายการทำสงครามของ the Hats
หลังจากที่สวีเดนพ่ายแพ้สงคราม และรัฐบาลฝ่าย the Hats กำลังตกที่นั่งลำบากที่จะถูกโจมตีจากฝ่าย the Caps ในที่ประชุมสภาฐานันดรปี ค.ศ. 1742 Carl Gyllenborg ฝ่าย the Hats ผู้เป็นสหายของ Wrangel ได้ขอร้องให้เขาช่วยไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างthe Hats และ the Caps แต่ไม่สำเร็จ
Count Thure Gabriel Bielke อายุ 67 ปี (ในปี ค.ศ. 1751) ดำรงตำแหน่งมหาดเล็กกรมวังรับใช้ Gustav (ต่อมาคือ Gustav III) พระราชโอรสใน Adolf Frederick และ Louisa Ulrika Bielke เป็นอภิชนนายทหารและนักรบที่สามารถ ได้รับเหรียญกล้าหาญในการทำสงครามในรัชสมัยของ Charles XII
เขามีบทบาทโดดเด่นในฐานะสมาชิกสภาบริหารในรัฐบาลภายใต้ Horn แต่หลังจากที่ the Hats ขึ้นสู่อำนาจในปี ค.ศ. 1738 เขาได้ถูกปลดจากการเป็นสมาชิกสภาบริหาร ทำให้เขามีความเกลียดชังอย่างรุนแรงต่อ the Hats และพยายามทุกวิถีทางที่จะโค่นล้ม the Hats และ the Hats ก็หาเหตุที่จะเล่นงานเขา โดยในปี ค.ศ. 1741 ได้ลงโทษเขาในข้อหาบกพร่องในหน้าที่ และยกเลิกบำนาญของเขา แต่หลังจากที่รัฐบาล the Hats พ่ายแพ้ในสงครามกับรัสเซีย ในปี ค.ศ. 1742 ทำให้เขาได้รับบำนาญต่อไป
และในช่วงระหว่างการประชุมสภาฐานันดร ค.ศ.1746-1747 เขาได้ร่วมกับ Samuel Akerhielm ต่อสู้ในสภาบริหาร และยอมรับในความสัมพันธ์สนิทสนมกับ Korff ทูตรัสเซียประจำสวีเดน และหลังจากที่ the Hats ได้กำจัด Akerhielm ได้แล้ว เขาก็อยู่ในสถานะที่ลำบาก แต่ต่อมาได้รับแต่งตั้งให้เป็นมหาดเล็กกรมวังดังที่กล่าวไปข้างต้น
Carl Wilhelm Duben อายุ 27 ปี ในปี ค.ศ. 1751 เขาได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการในสมเด็จพระราชินี Louisa Ulrika แม้ว่าเขาจะถูกนับว่าเป็นพวก the Hats จากการที่เขามีญาติสนิทเป็น the Hats แต่เขาก็ไม่ได้เป็นฝ่าย the Hats อย่างชัดแจน
Baron Gustaf Jacob Horn (1706) อายุ 45 ปี ราชเลขาธิการในพระองค์ (marshal of the court) เป็นหลานชายของ Henning Rudolf Horn นายทหารและนักรบที่สามารถ และสามารถรักษาเมือง Narva จากกองทัพของ Peter I แห่งรัสเซีย ทำให้ Charles XII ทรงยกย่องและแต่งตั้งให้เขามีตำแหน่ง “Free Lord” Gustaf Jacob Horn ได้รับแต่งตั้งให้เป็นมหาดเล็กในปี ค.ศ. 1731 และต่อมาในปี ค.ศ. 1744 ได้เป็น เลขาธิการกองงาน (court masters) ใน Louisa Ulrika
Thure Gustaf Rudbeck (1714) อายุ 37 ปี เป็นนายทหาร โดยมีบิดาเป็นนายทหารที่เสียชีวิตตั้งแต่เขาอายุได้สองปี ได้รับการยกย่องในความกล้าหาญในสงครามที่รัฐบาล the Hats ทำศึกกับรัสเซียระหว่าง ค.ศ. 1741-1743 และได้รับเลื่อนตำแหน่งเป็นร้อยโท ในช่วงที่เกิดกบฏชาวนาจาก Dalarna ที่เคลื่อนกำลังเข้าสตอคโฮล์ม เขาได้ทำหน้าที่รักษาสะพานไม่ให้พวกกบฏเคลื่อนกำลังเข้ามาในตัวเมืองได้ หลังจากนั้น เขาได้รับเลื่อนตำแหน่งให้เป็นพันตรี และพันโทในปี ค.ศ. 1748
Olof von Dalin (1708) อายุ 43 ปี เป็นอภิชน กวี นักประวัติศาสตร์และข้าราชสำนัก เป็นผู้มีอิทธิพลในทางอักษรศาสตร์ของยุคภูมิปัญญาของสวีเดน (the Swedish Enlightenment) และได้เป็นราชบรรณารักษ์ระหว่าง ค.ศ. 1737-39 และต่อมาได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระอาจารย์ของ Gustav ในช่วงที่ Adolf Frederick เสด็จขึ้นครองราชย์ในปี ค.ศ. 1751 โดยก่อนหน้านี้ เขาเป็นที่ไว้วางพระทัยของ Louisa Ulrika ในสมัยที่พระองค์ยังไม่ได้ทรงเป็นสมเด็จพระราชินี
และยังมี Ungern-Sternberg ที่เคยเป็นหัวหน้าพรรคที่มีความประนีประนอมสูงของ the Caps เข้าร่วมในคณะเจ้านี้ด้วย
อย่างไรก็ตาม อย่างที่กล่าวไปแล้ว ความเห็นของบุคคลในคณะเจ้านี้มีทรรศนะที่ยังไม่ลงตัวเสียทีเดียว นั่นคือ ยังมีความเห็นต่างว่า ในการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองควรจะเปลี่ยนเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์หรือเพียงให้มีการปฏิรูปเพื่อเพิ่มพระราชอำนาจในรัฐธรรมนูญขณะนั้น แต่การเกิดคณะเจ้าภายใต้การนำของ Louisa Ulrika มีอิทธิพลจูงใจบรรดาสมาชิกระดับนำของ the Caps ที่สิ้นหวังในการต่อสู้กับ the Hats อาทิ Ungern-Sternberg ให้ยอมที่จะเข้าร่วมใน “เกมการเมือง” ของฝ่ายเจ้า (the royalist game) และสมาชิกบางคนของ the Caps เชื่อว่า ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นจังหวะที่เหมาะสมที่สุดที่จะหาทางปรับสมดุลอำนาจระหว่างการใช้อำนาจสูงสุดตามอำเภอใจ (the sovereign autocracy) ของสภาฐานันดร
ในการเคลื่อนไหวต่อสู้ทางการเมือง จะพบว่าคณะเจ้าประสบความสำเร็จอยู่บ้างในการประชุมสภาฐานันดรระหว่าง ค.ศ. 1751-1752 โดยสามารถได้เสียงสนับสนุนฝ่ายตนมากขึ้นแต่ยังไม่มากเพียงพอที่จะแก้รัฐธรรมนูญขยายพระราชอำนาจ และในการที่จะได้เสียงข้างมากชนะในการเลือกตั้งในสภาฐานันดร Louisa Ulrika ทรงตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องได้รับการสนับสนุนทางการเงิน พระองค์พยายามที่จะประสานเครือข่ายของพระองค์เพื่อระดมการสนับสนุนทางการเงินเพื่อแข่งกับ the Hats และ the Caps ที่รับเงินจากต่างชาติเพื่อมาซื้อเสียงในช่วงเลือกตั้ง พระองค์ทรงติดต่อไปทาง Frederick II แห่งปรัสเซีย แต่ทรงถูกปฏิเสธ พระองค์ทรงหันไปขอความช่วยเหลือสนับสนุนจากรัสเซีย และเพื่อจะให้แผนการของพระองค์สำเร็จลุล่วง นอกจากพระองค์จะทรงระดมเงินทุนแล้ว ยังได้นำเอาเครื่องเพชรของรัฐบาลสวีเดนไปจำนำด้วย
(โปรดติดตามตอนต่อไป)


