xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

วิวัฒนาการระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญของสวีเดน (85): ระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษรครั้งแรกของสวีเดน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 Louisa Ulrika
คนแคระบนบ่ายักษ์
ไชยันต์ ไชยพร

 คณะเจ้าชุดที่สอง (the Second Hovpartiet) : กำเนิด ค.ศ. 1751 


จากความร้าวฉานที่ได้กล่าวไปข้างต้น Louisa Ulrika ทรงเป็นปฏิปักษ์ชัดเจนกับ the Hats ขณะเดียวกัน Louisa Ulrika ทรงไม่ปรารถนาที่จะหันไปทาง the Caps มากเกินไปด้วย เพราะพระองค์ไม่ทรงโปรดที่ the Caps ฝักใฝ่ใกล้ชิดกับรัสเซียจนเกินไป พระองค์ทรงต้องการจะมีกลุ่มการเมืองของพระองค์ ที่มีเป้าหมายร่วมกันหนึ่งเดียว

และด้วยเหตุนี้ พรรคการเมืองที่สามจึงถือกำเนินขึ้นในยุคแห่งเสรีภาพ นั่นคือ คณะเจ้าที่มี Louisa Ulrika เป็นศูนย์รวมใจสำคัญ

กล่าวได้ว่า คณะเจ้าเป็นพรรคที่รวมบรรดาผู้ที่ผิดหวังหรือตกเป็นเหยื่อจากทั้ง the Hats และ the Caps

คณะเจ้าภายใต้ Louisa Ulrika มีเป้าหมายสำคัญสามประการ คือ

 เป้าหมายแรก  ที่เป็นเป้าหมายหลักและเป็นที่รับรู้กัน คือ ต้องการการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อขยายพระราชอำนาจของสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ไม่มีข้อมูลชัดเจนว่า บรรดาผู้ที่เข้าร่วมในคณะเจ้าตั้งใจที่จะสถาปนาระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์กลับ คืนมาหรือเพียงต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเท่านั้น

เพราะยังมีความเห็นและอุดมการณ์ที่แตกต่างกันอยู่ เช่น บางฝ่ายต้องการให้สถาบันพระมหากษัตริย์มีอำนาจเข้มแข็งมากขึ้น ในขณะที่อีกฝ่ายต้องการให้มีการจัดสรรการแชร์อำนาจใหม่ระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์ สภาฐานันดรและสภาบริหาร
 เป้าหมายประการที่สอง  คือ Louisa Ulrika ทรงต้องการให้สวีเดนเป็นอิสระจากมหาอำนาจต่างชาติ เพราะที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่า พรรคการเมืองทั้งสองพรรคทำให้สวีเดนต้องตกอยู่ภายใต้อิทธิพลจากต่างชาติ เช่น ฝรั่งเศสในกรณีของ the Hats และรัสเซียและอังกฤษในกรณีของ the Caps
 เป้าหมายประการที่สาม  Louisa Ulrika ทรงต้องการสร้างให้คณะเจ้าเป็นกลุ่มพลังทางการเมืองในการสนับสนุนโครงการตามพระราชดำริของพระมหากษัตริย์เพื่อให้บรรลุความสำเร็จอย่างที่ไม่เคยเกิดก่อน

และด้วยเหตุนี้เองที่บางครั้ง จะมีการขนานนามคณะเจ้าว่าเป็น  “พรรคของสมเด็จพระราชินี” (the queen’s party  เพื่อชี้เห็นถึงบทบาทอันสำคัญยิ่งภายใต้การนำของ Louisa Ulrika และบรรดาแกนนำคณะเจ้าก็มักจะประชุมกันที่พระตำหนักของสมเด็จพระราชินี

Adolf Frederick

 Charles XII
การรวมตัวกันเป็นคณะเจ้าระหว่างปี ค.ศ. 1751-1755 ประกอบไปด้วยบุคคลต่างๆ ดังต่อไปนี้

หนึ่ง สมาชิกของพวกอภิชนและพระสหายส่วนพระองค์ของพระมหากษัตริย์และพระราชินี

สอง บุตรหรือเครือญาติของผู้เป็นเหยื่อทางการเมืองของ the Hats ในปี ค.ศ. 1739 อันได้แก่ ผู้ที่เป็นฝ่ายของ Horn ในขณะนั้น

สามสมาชิกพรรค the Caps ที่หมดทางต่อสู้กับ the Hats จึงหันมาฝักใฝ่ในสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อหวังจะร่วมกันโค่นล้มอำนาจของ the Hats

สี่ กลุ่มนายทหารหนุ่มที่อาจเรียกได้ว่าเป็นฝ่าย the Hats เพราะนายทหารกลุ่มนี้เคยชื่นชมคลั่งใคล้สนับสนุน the Hats ในช่วงระหว่าง ค.ศ. 1738-1741 แต่ต่อมาไม่พอใจกับการที่แกนนำ the Hats ใช้อำนาจแต่งตั้งและเลื่อนตำแหน่งให้บุคคลบางคนอย่างไม่เคารพกติกาและข้ามหน้าข้ามตา และผู้ที่พยายามต่อสู้ขัดขวางการใช้อำนาจที่ไม่ชอบนี้คือ Adolf Frederick ที่ต่อมาได้กลายเป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อบรรดานายทหารหนุ่มนี้

จากข้างต้น เราสามารถวิเคราะห์เหตุผลของการมารวมตัวกันเป็นคณะเจ้าได้ดังนี้คือ

การที่คณะเจ้าประกอบด้วยบุคคลประเภทที่หนึ่งที่เป็นสมาชิกของพวกอภิชนและพระสหายส่วนพระองค์ของพระมหากษัตริย์และพระราชินี เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะคนกลุ่มนี้ย่อมจะมีอุดมการณ์นิยมพระมหากษัตริย์ (Royalism) อยู่แล้ว แม้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองไปแล้วก็ตาม และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากการเปลี่ยนแปลงการปกครองไม่ได้เกิดขึ้นจากการใช้กำลังความรุนแรงชนิดถอนรากถอนโคน อุดมการณ์ทางการเมืองของคนเหล่านี้จึงยังไม่ถูกสั่นคลอนอะไรมากนัก

ดังนั้น เหตุผลของการมาร่วมตัวกันของคนกลุ่มนี้คือเป็นเรื่องอุดมการณ์ทางการเมือง
ส่วนคนกลุ่มที่สองที่เป็นบุตรหรือเครือญาติของผู้เป็นเหยื่อทางการเมืองของ the Hats ในปี ค.ศ. 1739 ซึ่งพอเข้าใจได้ถึงสาเหตุที่มารวมตัวเป็นคณะเจ้า นั่นคือ มี the Hats ที่เป็นศัตรูร่วมกันที่ต้องแก้แค้น ดังนั้น เหตุผลในการเข้าร่วมเป็นคณะเจ้าของกลุ่มนี้จึงเป็นเรื่องเสียผลประโยชน์และการแก้แค้นทางการ เมือง และไม่น่าจะมีอุดมการณ์ทางการเมืองแบบพระมหากษัตริย์นิยม (Royalism) จริงๆ เพราะต้องอย่าลืมว่าคนกลุ่มนี้อยู่ภายใต้ Horn ที่สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงการปกครองที่ลดทอนพระราชอำนาจจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์

แต่ถ้าคนกลุ่มนี้หันกลับมาสนับสนุนให้สถาบันพระมหากษัตริย์กลับมีพระราชอำนาจอย่างกว้างขวางจริงๆ ก็อาจกล่าวได้ว่า นอกจากเหตุผลของการแก้แค้นทางการเมืองแล้ว คนกลุ่มนี้ถือเป็นพวกย้ายข้าง (turncoat) และมีอุดมการณ์ทางการเมืองเป็นปัจจัยเสริมในการเข้าร่วมเป็นคณะเจ้า

และคนกลุ่มที่สามที่เป็นสมาชิกพรรค the Caps ที่หมดทางต่อสู้กับ the Hats จึงหันมาฝักใฝ่ในสถาบันพระมหากษัตริย์เพื่อหวังจะร่วมกันโค่นล้มอำนาจของ the Hats แน่นอนว่า เราสามารถอธิบายเหตุผลในการเข้าร่วมคณะเจ้าของคนกลุ่มนี้ได้ในทำนองเดียวกันกับคนกลุ่มที่สอง

ส่วนกลุ่มที่สี่เป็นกลุ่มนายทหารหนุ่มที่เคยสนับสนุนคลั่งใกล้ the Hats มาก่อนในช่วง ค.ศ. 1738-1741 อันเป็นช่วงที่ the Hats เดินหน้าทำสงครามเพื่อหวังจะให้สวีเดนกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งย่อมจะเป็นที่พอใจของนายทหารรุ่นใหม่ๆ

แต่ต่อมาหลังจากที่สวีเดนต้องพ่ายแพ้สงคราม และ the Hats ได้ใช้วิธีการปัดความรับผิดชอบให้กับสองนายพลที่เป็นผู้บัญชาการทหาร ที่ถูกตัดสินประหารชีวิตโดยการพิพากษาของคณะกรรมาธิการพิเศษ และกลุ่มนายทหารหนุ่มเหล่านี้ได้รับอิทธิพลจากความพยายามอย่างยิ่งของ Adolf Frederick ที่จะปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ

 และเหนือสิ่งอื่นใด กลุ่มนายทหารเหล่านี้มีความชื่นชมใน Adolf Frederick ที่ทรงต่อต้านการที่ the Hats ละเมิดกฎระเบียบการเลื่อนขั้นปกติของกองทัพโดยแต่งตั้งนายทหารใหม่ที่เป็นคนของพวกตน ทำให้คณะนายทหารหนุ่มเหล่านี้หันมานิยมสถาบันพระมหากษัตริย์ที่พวกเขาคิดว่าเป็นผู้นำที่รับผิดชอบและมีความเป็นธรรมต่อกองทัพมากกว่านักการเมือง ทำให้พวกเขาหันมารวมตัวกับคณะเจ้า  

ซึ่งเหตุผลในการหันมานิยมกษัตริย์ของคนกลุ่มนี้ก็มีส่วนถูกตรงที่ว่าในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่ผ่านมาของสวีเดน พระมหากษัตริย์ที่โดดเด่นจะเป็นนักรบและเป็นผู้นำทัพและย่อมจะมีความรับผิดชอบร่วมเป็นร่วมตายกับนายทหารของพระองค์มากกว่านักการเมืองในคณะกรรมาธิการลับหรือสภาฐานันดรที่คอยแต่เพียงกำหนดนโยบาย

แต่นายทหารรุ่นใหม่เหล่านี้น่าจะไม่เคยมีประสบการณ์อันขมขื่นจากการทำสงครามอันยาวนานในรัชสมัยของ Charles XI  ที่เกิดจากการตัดสินพระทัยตามลำพังพระองค์ และการที่พวกเขาอาจจะเชื่อหรือคาดหวังว่าว่า ในระบอบการปกครองที่พระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชอำนาจมากจะไม่มีการแต่งตั้งหรือเลื่อนตำแหน่งโดยอำเภอใจก็ถือว่าเป็นความไร้เดียงสาอย่างที่สุด
(โปรดติดตามตอนต่อไป)