xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

ท้าวเวสสุวรรณโณ ยักษาราชาธิบดี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คอลัมน์ศิลปะแห่งศรัทธา
โดย Artmulet


ท้าวจตุโลกบาลผู้เป็นเจ้าแห่งยักษ์ เทพเจ้าแห่งทรัพย์สิน และเป็นผู้อภิบาลมนุษย์และสัตว์ นามของท่านที่รู้จักกันโดยทั่วไปมักนิยมเรียกกันว่า  “ท้าวเวสสุวรรณ” ในไตรเพทกล่าวว่าเป็นอธิบดีของพวกอสูรและรากษส ตลอดจนถึงพวกภูติผีปิศาจ ด้วยเหตุนี้คนในรุ่นเก่าก่อนจึงมักจะเขียนรูปท้าวเวสสุวรรณแขวนไว้ที่เปลเด็ก โดยถือเป็นสิ่งสำคัญเพื่อไว้สำหรับป้องกันเหล่าปีศาจร้ายรวมถึงสิ่งอาถรรพ์ต่างๆ ซึ่งมีนัยว่าถ้าพวกผีได้เห็นนายของมันก็คงจะเกรงกลัว ไม่กล้าที่จะรังควานเด็กนั้น เป็นดั่งทำนองที่ว่าเขียนเสือไว้ให้วัวกลัวนั่นเอง

 อาฏานาฏิยปริตร ซึ่งเป็นบทสวดที่ใช้สวดเพื่อป้องกันและขับไล่ภูตผีปิศาจทั้งหลายนั้น มักจะนำมาใช้สวดในพิธีกรรมที่เรียกว่า  “สวดภาณยักษ์”  เป็นความเชื่อกันมาแต่เดิมว่าพระคาถานี้สามารถปกป้องคุ้มภัยจากภูตผีปีศาจ ยักษ์ และวิญญาณชั่วร้ายหรือคุณไสยต่าง ๆได้

พระคาถานี้ตามประวัติเรื่องเล่าได้กล่าวถึงว่า สมัยหนึ่งที่ท้าวจตุโลกบาลทั้ง ๔ ผู้มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาได้พากันดำริว่า เหล่าอมนุษย์ทั้งหลายที่อยู่ภายใต้การปกครองของตน มีทั้งพวกดีและไม่ดี พวกที่ไม่ดีที่ไม่มีความเลื่อมใสในพระรัตนตรัย อาจจะไปเบียดเบียนเหล่าพระภิกษุที่ปฏิบัติธรรมตามป่าเขาลำเนาไพรได้ จึงได้พากันไปที่อาฏานาฏิยนครบนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา แล้วจึงร่วมกันแต่งรจนาบทสวดขึ้น เพื่อใช้เป็นมนต์ให้คุ้มครองภัยจากเหล่าอมนุษย์ทั้งหลาย แล้วจึงได้นำไปถวายให้แก่พระพุทธเจ้าเพื่อให้พระองค์ประทานแก่เหล่าพระภิกษุทั้งหลายต่อไป

จากเนื้อความเรื่องราวในบทสวดอาฏานาฏิยปริตรได้กล่าวถึงท้าวกุเวรหรือท้าวเวสสุวรรณไว้ว่า ท่านได้สร้างบุญทำกุศลไว้เป็นอันมากก่อนที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะกำเนิดขึ้นในโลกนี้ ท้าวกุเวรจึงมีมาก่อนพุทธกาล แต่เดิมมีนามว่า  “กุเวรพราหมณ์”  เป็นผู้มีใจบุญกุศลเป็นอันมาก โดยกุเวรพราหมณ์ได้ให้บ่าวไพร่บริวารทำไร่อ้อยในพื้นที่นับร้อยไร่แล้วตั้งโรงหีบอ้อยขึ้นเจ็ดโรง พร้อมกับได้สั่งให้บริวารโรงหีบอ้อยโรงหนึ่งจะต้องบริจาคน้ำอ้อยให้เป็นทานแก่คนทั้งหลายทุกเพศทุกวัยที่ผ่านทางมา อีกหกโรงหีบอ้อยนั่นจึงเป็นรายได้ของตนเองจนทำให้ท่านมีฐานะร่ำรวย แต่จากการที่เป็นผู้มีใจบุญสุนทาน และมีความยินดีในการบริจาคทาน ท่านจึงนำทรัพย์สินที่ได้มาบริจาคทานอยู่ถึงสองหมื่นปี ซึ่งเป็นอายุขัยของมนุษย์ในกาลนั้น เมื่อกุเวรพราหมณ์ผู้เป็นคหบดีสิ้นอายุขัยและตายลงแล้ว จึงได้ไปเกิดเป็นกุเวรเทพบุตรอยู่บนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา

ครั้นกาลล่วงเลยมาท้าวกุเวรจึงได้เป็นพระราชาของเหล่าเทวดาในชั้นจาตุมหาราชิกา มีพระนามว่า “ท้าวเวสสุวรรณ” นับแต่นั้น โดยท้าวเวสสุวรรณมหาราชครอบครองเมืองถึงสิบเมืองด้วยกัน มีราชธานีที่ชื่อว่า “อิสานราชธานี” เป็นราชธานีทิพย์ มีรัศมีสว่างไสวตลอดเวลา มีสระโบกขรณีเป็นสระใหญ่กว้างห้าสิบโยชน์ มีเมฆ และฝนตกลงมาตลอดเวลาทำให้น้ำเต็มสระเสมอ เมืองนี้จะใหญ่กว่าทุกเมืองที่เป็นเมืองบริวาร เพราะเป็นเมืองที่สถิตของท้าวมหาราช อีกทั้งเมืองนี้ยังมีสภาซึ่งเป็นที่ชุมนุมของเหล่าเทวดาชื่อ “สภาภคลวดี” อันเป็นมณฑปแก้วกว้างสิบสองโยชน์ซึ่งอยู่ใกล้กับสระธรณีด้วย


อาฏานาฏิยสูตรยังได้กล่าวถึงท้าวเวสสุวรรณมหาราชไว้อีกว่า เป็นเจ้าที่ยิ่งใหญ่แห่งพวกยักษ์รวมถึงอาฬวกยักษ์ด้วย แต่คัมภีร์มหาสติปัฏฐานสูตรได้พรรณาถึงท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่คือ ท้าวเวสสุวรรณ ท้าวฐตรฐ ท้าววิรุฬหก และท้าววิรูปักษ์ มหาราชทั้งสี่องค์นี้ว่าเป็นเจ้าเมืองที่ขึ้นอยู่ในความปกครองของพระอินทร์ซึ่งเป็นใหญ่อยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ดังนั้นจึงมีฐานะเปรียบเสมือนกับว่ามหาราชทั้งสี่นั้น เป็นนายประตูเมืองดาวดึงส์สวรรค์ ทั้งยังมีเรื่องเล่าถึงเมื่อครั้งที่พระโมคคัลลานะได้ทางเดินทางไปเยี่ยมพระอินทร์หรือท้าวสักกะเทวราช ณ.มหาปราสาทไพชยนต์วิมาน ท้าวเวสสุวรรณมหาราชก็ได้เสด็จเข้าร่วมในการต้อนรับในครั้งนั้นด้วย

อาฏานาฏิยปริตรที่พระพุทธองค์ได้รับจากท้าวเวสสุวรรณ และพระองค์ได้ประทานแก่สาวกพุทธบริษัททั้งหลาย ในกาลต่อมาพระคาถานี้จึงเป็นบทสวดของสงฆ์ที่ใช้ในงานตามประเพณีของไทย โดยบทสวดจะกล่าวนมัสการพระพุทธเจ้าเจ็ดพระองค์ โดยกล่าวถึงคุณลักษณะของพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ เช่น พระพุทธโคตรมะเจ้าผู้มีสมญาว่า “อังคีรส” ที่แปลว่า ผู้ทรงรัศมีโอภาสสว่างไสวไปทั้งสิบทิศ ตรงกับความหมายของคำว่า “อมิตาภะ” ของฝ่ายพุทธมหายาน และยังได้กล่าวถึงท้าวเทวราชทั้งสี่ พร้อมด้วยบุตรเทวโอรส ซึ่งเคารพนมัสการพระพุทธเจ้า การสวดพระคาถานี้จึงย่อมปลอดภัยจากทั้งอมนุษย์ ยักษ์ ครุฑ หรือแม้แต่นาคทั้งหลาย และจากตำนานการเป็นคหบดีผู้ที่ยินดีในการบริจาคทาน รวมถึงเป็นผู้พิทักษ์พระพุทธศาสนา จึงได้นำมาสู่การรังสรรค์องค์ท้าวเวสสุวรรณโณ ยักษาราชาธิบดีขึ้น ทั้งนี้เพื่อฝากไว้เป็นสมบัติอันล้ำค่าของคนไทยสืบไป

Facebook Inbox: Artmulet
OfficialLine ID: @artmulet
เว็บไซต์:www.artmulet.com