xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

นารายณ์ขว้างจักรตรึงไตรภพ ทลายอุปสรรคสู่อำนาจวาสนาบารมี

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คอลัมน์ศิลปะแห่งศรัทธา
โดย Artmulet

ครั้งเมื่อทุกสรรพสิ่งในจักรวาลได้สูญสิ้นไป ช่วงเวลานั้นมีแต่เพียงน้ำเป็นเวลาถึง ๑๒๐ ปีพรหมา จักรวาลมีแต่ความว่างเปล่าเงียบสงัด พระวิษณุทรงบรรทมอยู่เหนือใบต้นไทรที่ลอยอยู่เหนือน้ำ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่อีกครั้ง เนื่องจากพระองค์อยู่เหนือน้ำจึงมีพระนามว่า “นารายณะ”  อีกพระนามหนึ่ง ส่วนคำว่าวิษณุจะมีความหมายว่าผู้ที่แทรกอยู่ในทุกแห่งหนในธรรมชาติ ช่วงที่ยังเยาว์วัยพาลมุกุณฑะ(พาล,พาลกะ แปลว่าเด็ก,เด็กเล็ก)หรือพระวิษณุขณะบรรทมอยู่เหนือใบต้นไทรพระองค์เกิดความคิดขึ้นว่า “เราคือใคร” “ใครหนอสร้างเราขึ้นมา” “เราจะต้องทำสิ่งใด” ทันใดนั้นจึงได้ยินเสียงที่ดังขึ้นดั่งเป็นเสียงสวรรค์ว่า  “ข้าฯ คือทุกสรรพสิ่งนอกจากข้าแล้วไม่มีสิ่งใดอยู่ชั่วนิรันดร์”  

ภายหลังจากสิ้นเสียงดังกล่าวแล้ว ได้ปรากฏมหาเทวีองค์หนึ่งโดยพระนางนั้นได้กล่าวขึ้นว่า “องค์วิษณุท่านจะสนเท่ห์ไปทำไมเมื่อต้องการที่จะสร้างโลก รักษาโลก และทำลายโลก ท่านได้จึงปรากฏตัวขึ้นด้วยมหากรุณาของพระผู้เป็นเจ้าสูงสุดพระผู้ทรงอำนาจเหนือทุกสรรพสิ่ง ส่วนตัวท่านเองมีคุณสมบัติคือ สัตตวคุณ (ความดี-ความบริสุทธิ์) พระพรหมมีคุณสมบัติคือ รโชคุณ (ภาวะไม่หยุดนิ่ง-อารมณ์รักเกลียด) และพระศิวะมีคุณสมบัติคือ ตโมคุณ (ภาวะเฉื่อย-ความมืด) เป็นพลังเพื่อการสร้างโลก ส่วนตัวเราที่กำลังกล่าวอยู่นี้คือเทวีมายา (สิ่งที่ลวงให้เข้าใจไม่ถูกต้อง-มีรูปร่างปรากฏเป็นตัวบุคคลในฐานะผู้เป็นชายาของพรหมพระเป็นเจ้าสูงสุด) เมื่อได้สดับดังนั้นองค์พระวิษณุจึงได้เข้าสู่สมาธิญาณที่เหมือนกับการบรรทมหลับ และนี่คือตำนานอีกบทหนึ่งในการกำเนิดขึ้นขององค์มหาเทพ

ศาสนาพราหมณ์แต่เดิมชาวอินเดียจะเรียกว่า “สนาตนะธรรม”  ซึ่งปัจจุบันคือศาสนาฮินดู พวกที่นับถือพระวิษณุเป็นพระเจ้าสูงสุดคือ “ไวษณวะ”  หรือที่มักเรียกว่า  “ไวษณพ”  โดยไวษณพนิกายนี้จะถือว่าโลก และทุกสรรพสิ่งมีต้นกำเนิดมาจากพระวิษณุ พระนารายณ์หรือพระวิษณุในคัมภีร์ปุราณะจะถือว่าพระองค์เป็นหนึ่งในสามพระเป็นเจ้าสูงสุดร่วมกับพระศิวะและพระพรหม โดยพระนารายณ์นั้นจะมีหน้าที่เป็นผู้รักษาโลก และเมื่อใดที่โลกเกิดบาปกรรมหนาหนักขึ้น พระองค์ก็จะอวตารลงมายังโลกเพื่อช่วยดับทุกข์เข็ญทั้งหลายให้หมดสิ้นไป ดังเช่นเรื่องราวการอวตารของพระองค์อีกหลายปาง ที่มีหลากหลายเรื่องเล่า

ตำนานพระนารายณ์ทรงครุฑนั้นน่าจะเริ่มมาจาก เรื่องราวที่พระยาครุฑได้เข้าไปขโมยน้ำอมฤตของพระอินทร์จนเกิดการต่อสู้กันขึ้น แต่พระอินทร์เป็นฝ่ายพ่ายแพ้จึงร้อนไปถึงองค์พระนารายณ์ที่จะต้องลงมาช่วยปราบ แต่พระองค์ก็ไม่สามารถจะเอาชนะพญาครุฑได้ จนเกิดสัญญากันขึ้นว่าหากเมื่อใดที่พระนารายณ์จะเสด็จไปที่แห่งใด พญาครุฑจะเป็นพาหนะให้ แต่หากว่าพระองค์ไม่ได้ทรงเสด็จไปที่แห่งใดก็ต้องให้พญาครุฑประทับอยู่เหนือกว่าพระองค์


พระนารายณ์ทรงครุฑนั้นยังมีปรากฏในเรื่องรามเกียรติ์ด้วย คือเมื่อครั้งที่ได้อวตารลงมาเป็นพระรามเพื่อทำศึกปราบทศกัณฐ์ จากบทหนึ่งตอนศึกกุมภกรรณ กุมภกรรณผู้เป็นน้องชายของทศกัณฐ์มีอิทธิฤทธิ์มากและได้เข่นฆ่าทหารวานรไปเป็นจำนวนมาก แต่ภายหลังได้ถูกศรของพระราม โดยขณะที่ยังไม่สิ้นใจตายได้เพ่งมองไปที่พระรามกลับเห็นเป็นพระนารายณ์สี่กร บัดนั้นจึงได้สำนึกตัวขึ้นว่า ตนเองช่างไม่รู้ที่ต่ำที่สูง จนกล้าที่จะต่อกรกับพระนารายณ์ ซึ่งกลอนว่าไว้ดังนี้ “ด้วยศรพระจักรกฤษณ์รังสรรค์ ขอพระองค์ผู้ทรงสุบรรณ จงส่งไปสวรรค์ชั้นฟ้า อันซึ่งพิเภกขุนยักษ์ ผู้เป็นน้องรักของข้า ขอฝากไว้ใต้เบื้องบาทา พระจักราจงปราณีฯลฯ”พระนารายณ์ทรงครุฑจึงถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจบารมีที่สูงส่งยิ่งใหญ่อยู่เหนือศัตรู

ทางพระเวทย์ได้มีพระเกจิอาจารย์หลายท่าน ได้นำสัญลักษณ์พระนารายณ์ทรงครุฑนี้ผูกขึ้นเป็นพระยันต์ลงอักขระหัวใจคาถาอันศักดิ์สิทธิ์ สร้างขึ้นเป็นมงคลวัตถุเพื่อสื่อถึงสัญญะแห่งอำนาจวาสนาบารมี ทั้งยังมีพระคาถาที่รู้จักกันเป็นอย่างดีคือพระคาถาอิติปิโสแปดทิศ ที่มีบทอ้างถึงชื่อพระนารายณ์ถึงห้าบทด้วยกัน โดยบทพระนารายณ์ขว้างจักรตรึงไตรภพ ซึ่งประจำอยู่ทิศประจิม (ทิศตะวันตก) คือบท ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ โดยพระคาถาบทนี้ระบุว่าทางเมตตามหานิยม อีกทั้งยังรวมถึงตำนานที่พระนารายณ์ใช้จักรตัดพระราหูออกเป็นสองท่อนด้วย ได้นำมาซึ่งแรงบันดาลใจสู่การรังสรรค์ประติมากรรมแห่งศรัทธานารายณ์ขว้างจักรตรึงไตรภพของArtmuletขึ้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นดั่งองค์สัญญะแห่งการทลายอุปสรรค เพื่อขึ้นสู่อำนาจวาสนาและบารมีอย่างแท้จริง ทั้งนี้เพื่อให้เป็นสมบัติประจำตระกูลของผู้ครอบครอง และขอฝากไว้ให้เป็นสมบัติของคนไทยสืบไป

Facebook Inbox: Artmulet
OfficialLine ID: @artmulet
เว็บไซต์:www.artmulet.com