ปธน.ทรัมป์ยังรักษาความเข้มข้นดุดันอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ท่ามกลางความผิดหวังที่เขายังไม่สามารถหรือมีปัญญาพอที่จะจัดการอย่างแตกหักให้อิหร่านต้องยอมแพ้หมอบราบคาบแก้วอย่างที่ผู้นำอิสราเอล และหน่วยงานมอสสาดได้วาดภาพ (หลอกลวง) ให้ทรัมป์เชื่อสนิทใจว่า เขาสามารถจะเปลี่ยนระบอบที่อิหร่านได้ภายใน 3-4 วัน และจะเป็นชัยชนะแบบที่เขาทำได้ที่เวเนซุเอลา
เวลาได้ล่วงเลยไปถึง 9 อาทิตย์แล้ว หลังจากการบุก (ร่วมกับกองทัพอิสราเอล) ถล่มอิหร่านเมื่อสายๆ ของวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา...ขนาดลอบสังหารผู้นำสูงสุดและคณะแกนนำฝ่ายบริหาร และกองทัพของอิหร่านไปเกือบ 30 คน แต่กองกำลัง IRGC ก็ยังหาผู้นำใหม่มาต่อกรกับสหรัฐฯ และอิสราเอลอย่างอาจหาญและแยบยล จนขนาดปธน.ปูติน ออกมาชื่นชมรมต.ต่างประเทศอิหร่าน (เมื่อไปเข้าพบและขอแรงสนับสนุนจากรัสเซีย) ว่า ความกล้าหาญของชาวอิหร่านน่าทึ่งมาก
และท่ามกลางการชะงักงันหรือประกาศฝ่ายเดียวของสหรัฐฯ ว่า จะมีการหยุดยิงอย่างไม่มีกำหนดจากฝ่ายสหรัฐฯ โดยอิหร่านยังไม่ยอมเจรจาในรอบที่สอง ที่จะยังไม่เกิดขึ้น...หลังการเจรจารอบแรกล่มลงอย่างไม่เป็นท่า
ดังนั้น ในคืนวันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม ปธน.ทรัมป์ได้ประกาศว่า จะเริ่มปฏิบัติการ Project Freedom ในวันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคมนี้ เพื่อจะได้มีน้ำมันและสิ่งจำเป็นอื่นๆ ที่ทั่วโลกกำลังรอคอยได้ออกมาจากอ่าวเปอร์เซีย…
โดยจะมีการช่วยคุ้มครองเรือบรรทุกน้ำมันที่ติดค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซียให้ค่อยๆ ทยอยออกมาจากการควบคุมของกองทัพอิหร่าน
สหรัฐฯ จะต้องใช้เรือพิฆาตบรรทุกเครื่องบินรบหลายลำซึ่งจะมีขีปนาวุธติดหัวรบ จะมีเรือบินพิฆาตโจมตีเป็นร้อยๆ ลำ, จะมีทหารสหรัฐฯ ถึง 15,000 คน เพื่อให้ความคุ้มกันแก่เรือบรรทุกน้ำมันให้สามารถเดินทางอย่างปลอดภัยออกมาจากช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อมาออกทางทะเลโอมานที่กองทัพเรือของสหรัฐฯ ลอยลำคุ้มกันอยู่
การประกาศ Project Freedom นี้ น่าจะทำให้ตลาดน้ำมันโลกดูจะเพิ่มความหวังว่า จะมีปริมาณน้ำมันทยอยออกมาเพิ่มในตลาดโลก ที่กำลังทุรนทุรายกระหายจะได้น้ำมันดิบเหล่านี้
น่าจะทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวลง เมื่อมีปริมาณน้ำมันไหลออกมาจากอ่าวเปอร์เซีย
ปรากฏว่า ราคาน้ำมันดิบในวันจันทร์ กลับสวนทางกับสิ่งที่ทรัมป์คาดหวังไว้ เพราะแทนที่น้ำมันดิบจะปรับราคาลง...กลับพุ่งขึ้นในวันจันทร์ถึง 4%
เพราะทางอิหร่านออกมาส่งสัญญาณกร้าวว่า อิหร่านยังไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซให้กับเรือที่เป็นปฏิปักษ์กับอิหร่าน...ก็เรียกว่า เป็นการประกาศฝ่ายเดียวของสหรัฐฯ อีกครั้ง (นอกเหนือจากการประกาศหยุดยิงอย่างไม่มีกำหนดก็ประกาศฝ่ายเดียวเช่นกัน)
อิหร่านยังเข้มงวดต่อเรือที่ผ่านเข้ามาในน่านน้ำของอิหร่าน ซึ่งมีเรือบรรทุกน้ำมันของเกาหลีใต้ก็โดนโจมตีเพื่อไม่ให้ผ่านออกไป...ขณะเดียวกัน ท่าเรือของยูเออีที่กำลังขนถ่ายน้ำมัน ก็โดนขีปนาวุธโจมตีไฟลุกโชน โดยอิหร่านออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนยิง แต่ทางสหรัฐฯ ก็กล่าวหาว่าอิหร่านเป็นฝ่ายยิงโจมตียูเออี
พอวันอังคารที่ 5 พฤษภาคม ก็มีทีมรวมดาราของทำเนียบขาวออกมาแถลง เพื่อให้ความมั่นใจกับตลาดน้ำมันโลกว่า เหตุการณ์ยิงโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันจันทร์นั้น ไม่ใช่การเดินหน้ายิงถล่มทำสงครามกันอีกครั้ง
เริ่มจากรมต.กระทรวงสงครามของทรัมป์ ออกมาจาระไนว่า ปฏิบัติการ Project Freedom นี้ ทำให้มีเรือบรรทุกสินค้าและน้ำมันที่ชักธงสหรัฐฯ ได้สามารถเล็ดลอดออกมาจากอ่าวเปอร์เซีย ภายใต้การคุ้มกันของกองทัพสหรัฐฯ ได้สำเร็จถึง 2 ลำ หนึ่งในนั้นเป็นสายเดินเรือบริษัท Maersk นั่นเอง
รมต.กระทรวงสงครามของสหรัฐฯ ยังไม่ทิ้งท่าทีกร้าวว่า กองทัพสหรัฐฯ ยังอยู่เต็มอัตราศึกในการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซ เพียงแต่จะขอพักปฏิบัติการ Project Freedom ไว้ชั่วคราว…ซึ่งทรัมป์ก็ออกมาเขียนในโซเชียลมีเดียส่วนตัวของเขาด้วยว่า ขณะนี้มี Great Progress ในการเจรจากับอิหร่าน ผ่านทางปากีสถาน...จึงขอหยุดพักปฏิบัติการ Project Freedom เอาไว้ก่อน!!
รวมทั้งประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม ท่านพลเอกแดน เคน ก็ออกมาสมทบว่า แม้ฝ่ายอิหร่านจะโจมตีทั้งที่ยูเออี และเรือเกาหลีใต้ แต่ก็ยังถือว่าเล็กน้อยไม่ถึงขั้นเป็นการละเมิดการหยุดยิงที่สหรัฐฯ ได้ตั้งมาตรฐานไว้
ส่วนรมต.ต่างประเทศมาร์โก รูบิโอ ก็ถึงกับออกมาประกาศเลยว่า สงครามกับอิหร่านกำลังยุติลงแล้ว!!! ถึงขนาดนั้นทีเดียว!!! โดยยกความดีความชอบให้กับปฏิบัติการ Project Freedom มากว่า สหรัฐฯ ต้องทำเพราะมีเรือตกค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซียถึงเกือบ 2 พันลำ ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ประจำเรือน้ำมันและเรือสินค้าที่ติดค้างในเรือเหล่านี้ถึงกว่า 23,000 คน ที่ขาดแคลนทั้งอาหาร, สาธารณสุขอนามัย, มีหลายคนเจ็บป่วยเพราะค้างอยู่บนเรือถึงกว่า 60 วันแล้ว และเริ่มมีคนป่วยตายไปกว่า 10 คนแล้ว!! และเขาก็คล้อยตามปธน.ทรัมป์ว่า การเจรจากับอิหร่านกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี...จึงต้องระงับปฏิบัติการ Project Freedom ไว้ก่อน (อาจไม่มีกำหนด!!)
ตามรายงานจากหลายสื่อ โดยเฉพาะจาก CNBC ที่ได้สัมภาษณ์ขอความเห็นจากอดีตแม่ทัพนายกองของฝ่ายสหรัฐฯ และนาโต ถึงการปฏิบัติการ Double Blockade ที่สหรัฐฯ ปิดล้อมทางด้านนอกของช่องแคบฮอร์มุซนั้น อดีตนายทหารหลายคนมองว่า เป็นเรื่องยากมากที่สหรัฐฯ จะประสบความสำเร็จที่จะปิดล้อมเรือที่อิหร่านอนุญาตให้ผ่านออกมา เพื่อแล่นเข้าไปในทะเลโอมาน...รวมทั้งปฏิบัติการProject Freedom ก็เป็นเรื่องยากมากที่สหรัฐฯ จะสามารถคุ้มครองเรือที่อิหร่านห้ามผ่าน-ให้ลอดออกมาได้
และนี่เองที่เกิดการยิงเรือในอ่าวเปอร์เซีย ในวันจันทร์จนทำให้ราคาน้ำมันพุ่งไปถึง 4%
พอวันอังคารที่ 5 ต่างหากที่ราคาน้ำมันโลกดิ่งลง 4% หลังจากทีมรวมดาราของทำเนียบขาวออกมาประกาศหยุดปฏิบัติการ Project Freedom และกลับไปให้น้ำหนักว่า สหรัฐฯ กำลังพิจารณาข้อเสนอของอิหร่านที่ฝากผ่านมาทางปากีสถาน และดูว่าการเจรจากำลังน่าจะเกิดขึ้น-ในทำนองว่า สงครามอาจยุติลงได้...นี้ต่างหากที่ทำให้ราคาน้ำมันดิ่งลง...ไม่ใช่การประกาศ Project Freedom ที่เดิมคาดว่า จะทำให้ราคาน้ำมันลง


