xs
xsm
sm
md
lg

ยูเออีตัดเชือกขาด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: อ.สุดาทิพย์ จารุจินดา อินทร



และแล้วก็มาถึงวันนี้จนได้ หลังจากมีเสียงซุบซิบถึงการประชุมลับ (ปิดประตูจากภายนอก) ระหว่างทีมงานระดับสูงของยูเออี และของสหรัฐฯ มาระยะหนึ่งแล้ว

แต่ทั่วโลกอาจถึงกับช็อกซีนีม่า เมื่อมีประกาศจาก รมต.กระทรวงพลังงานของยูเออีในเย็นวันที่ 28 เมษายนว่า ยูเออีขอประกาศลาออกจากการเป็นสมาชิกของกลุ่มโอเปก และโอเปกพลัส ในวันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคมนี้


คือ ประกาศเพียง 2 วันก่อนวันลาออก นับว่ากระชั้นมากที่ให้เวลาแค่ 2 วันเท่านั้น...และเป็นการลาออกจากทั้งโอเปกและโอเปกพลัส

แน่นอนว่า ข่าวนี้ย่อมส่งผลต่อราคาน้ำมันดิบโลก ซึ่งทางโอเปกมีส่วนแบ่งตลาดโลกอยู่ประมาณ 35-40% (โอเปกมีสมาชิกที่อยู่นอกเหนือจากบริเวณอ่าวเปอร์เซียด้วย คือ ทั้งในแอฟริกา, อเมริกากลาง และในเอเชียด้วย-แม้ว่าอินโดนีเซียได้ลาออกจากโอเปกก่อนหน้าแล้ว)

ยิ่งถ้ารวมโอเปกพลัส ที่มีรัสเซียและคาซัคสถานเป็นสมาชิกอยู่ด้วย-ความเป็นหนึ่งเดียวที่รวมหัวกันผูกขาดน้ำมันดิบของโลก ก็ย่อมลดอำนาจผูกขาดลงไป-เมื่อยูเออีตีจากกลุ่มผูกขาดนี้-แล้วไปผลิตน้ำมันดิบในปริมาณที่ยูเออีจะกำหนดเองตามใจชอบ

ทันทีที่ยูเออีประกาศตัดเชือกออกจากโอเปก หลายคนคาดว่า ราคาน้ำมันดิบโลกน่าจะดิ่งลงทันที ด้วยคาดว่าปริมาณน้ำมันดิบจะทะลักออกมาจากยูเออี เพราะทางโอเปกหรือโอเปกพลัสซึ่งมีพี่ใหญ่คือ ซาอุดีอาระเบีย มักจะพยายามพยุงราคาน้ำมันดิบโลกไม่ให้ดิ่งมากเกินไป ด้วยการพยายามกำหนดโควตาของแต่ละประเทศสมาชิกโอเปกและโอเปกพลัส ไม่ให้ผลิตเกินโควตาที่ได้ตกลงกันในที่ประชุม-และที่ผ่านมามักจะพยายามลดปริมาณการผลิตต่อเนื่อง เพื่อดันหรือพยุงราคาน้ำมันดิบด้วยซ้ำ ซึ่งทำให้ยูเออี-ที่ได้มีการขยายกำลังการผลิต โดยตั้งเป้าไว้ว่าในปี 2027 (ปีหน้านี้) จะผลิตให้ได้วันละ 5 ล้านบาร์เรล (ก่อนสงครามอิหร่าน-ยูเออีถูกจำกัดให้ผลิตได้วันละ 3 ล้านบาร์เรลเท่านั้น)

แม้ว่า ยูเออีได้มีการขยายประเภทของแหล่งรายได้ ไม่ให้พึ่งพิงรายได้จากน้ำมัน (และแก๊สธรรมชาติ) เท่านั้น โดยสามารถขยายไปในด้าน 3-T คือ Trade, Tourism และ Tech แต่ด้านพลังงานจากน้ำมันนั้น ยูเออีพยายามเพิ่มการผลิตและนำออกมาจำหน่ายในตลาดโลก ด้วยมองถึงโลกในอนาคตอันไม่ไกลเกินรอ จะมีการปรับโครงสร้างพลังงาน ที่จะลดการพึ่งพิงพลังงานจากไฮโดรคาร์บอนที่ทำให้โลกร้อน-แล้วหันไปหาพลังงาน Renewables มากยิ่งขึ้น-จึงควรรีบนำพลังงานน้ำมันออกมาขายก่อนจะถึง Peak ที่ความต้องการจะลดลงอย่างแน่นอน

การเร่งเอาพลังงานไฮโดรคาร์บอนออกมาใช้ในขณะที่ราคากำลังงาม จะดีกว่าเก็บเอาไว้ใต้ดินแล้วราคาในอนาคตก็จะลดลงเรื่อยๆ-นี้น่าจะเป็นแนวคิดเดียวกับของทรัมป์ ที่กำลังเร่งสำรวจขุดเจาะไฮโดรคาร์บอน เพราะเกรงว่า ถ้าเก็บไว้ใต้ดินในอนาคตราคาจะตกเอาๆ (แม้จะยิ่งซ้ำเติมความร้อนของโลกจนทำให้เกิดภาวะ “โลกเดือด” อยู่ขณะนี้)

การแข่งขันกันระหว่างซาอุดีอาระเบียและยูเออีก็น่าจะเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ยูเออีตัดเชือกออกจากโอเปก

ยูเออีนั้นมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดมากกับอิสราเอล ทั้งด้านความสัมพันธ์ทางการทูต, การค้า และด้านเทคโนโลยี ขณะที่ซาอุฯ ยังไม่เปิดความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล

ยูเออีได้เข้าไปลงนามในข้อตกลง Abraham Accordที่ปธน.ทรัมป์เป็นผู้ผลักดัน (จากแนวคิดและการจัดการของนายจาเร็ด คุชเนอร์-ลูกเขยของทรัมป์-ในสมัยแรกของทรัมป์ที่ลูกเขยนั่งเป็นที่ปรึกษาของปธน.ทรัมป์ทีเดียว)

ขณะที่ซาอุฯ ยังลังเลและถึงกับตั้งเงื่อนไขกับสหรัฐฯ (ทรัมป์) ว่า จะเป็นสมาชิกของ Abraham Accord ก็ต่อเมื่อ-มีรัฐปาเลสไตน์อยู่เคียงข้างกับรัฐอิสราเอล

เมื่อมีข่าวถึงทิศทางที่ปธน.ทรัมป์จะต้องรีบจบสงครามกับอิหร่าน และจะรีบถอนกองทัพสหรัฐฯ กลับบ้าน (ก่อนที่ทหารอเมริกันจะตายเป็นเบือแบบที่เวียดนาม) นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า สหรัฐฯ น่าจะมอบบทบาทให้ยูเออีนี่แหละ ที่จะทำหน้าที่แทนสหรัฐฯ ในการร่วมผนึกกำลังกับอิสราเอล เพื่อกำราบอิหร่านในดินแดนตะวันออกกลางนี้

ความใกล้ชิดระหว่างผู้นำยูเออีและผู้นำสหรัฐฯ โดยมีฐานทัพอากาศที่สำคัญของสหรัฐฯ ตั้งอยู่ในยูเออี-และเป็นที่น่าสังเกตว่า ในช่วงสงครามที่สหรัฐฯ ร่วมกับอิสราเอลเปิดฉากถล่มอิหร่านเมื่อ 28 กุมภาพันธ์นั้น อิหร่านได้ใช้กองทัพขีปนาวุธเข้าถล่มยูเออีมากที่สุดในบรรดากลุ่มประเทศสมาชิก GCC ที่มีฐานทัพของสหรัฐฯ ตั้งอยู่

ในเมื่อซาอุฯ ได้ตกลงกับจีนในการขายน้ำมันเข้าจีน โดยซาอุฯ จะรับหยวนของจีนด้วย...ด้านยูเออีเพิ่งส่งมกุฎราชกุมารไปพบปธน.สี จิ้นผิง โดยตกลงทางยูเออีจะขายพลังงานให้จีน โดยรับชำระเป็นหยวนด้วยเช่นกัน ไม่ให้น้อยหน้าซาอุฯ ทีเดียว

สำหรับความร้าวลึกหรือไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของ 6 ประเทศรอบอ่าวนั้น เมื่อเจอสงครามกับอิหร่านปรากฏว่า แถลงการณ์ร่วมของสมาชิก GCC ดูจะไม่หนักแน่นในการประณามอิหร่าน ในกรณีที่อิหร่านโจมตีถล่มตอบโต้และปิดช่องแคบฮอร์มุซด้วย โดยยูเออีมองว่า GCC ไม่หนักแน่นพอ

ร่องรอยการปริร้าวของ GCC คงจะขยายลึกและกว้างขึ้น ตามหลังการลาออกของยูเออี (จากโอเปก) ค่อนข้างจะแน่นอน

ภูมิรัฐศาสตร์ของตะวันออกกลางดูจะเปลี่ยนโฉมไปอย่างสิ้นเชิง หลังจากสงครามอิหร่านในปี 2026 นี้