xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

จับตาอีเว้นท์ใหญ่ “สงกรานต์ 69” ปั๊ม GDP 3 หมื่นล้าน ฟื้นเศรษฐกิจ?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - จับตาเศรษฐกิจท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ฟันเฟืองสำคัญขับเคลื่อนผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ททท. คาดเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศพุ่ง 3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% แต่เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวเผยแนวโน้มตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติลด ยอดจองโรงแรมต่ำกว่าปีก่อน อีกทั้ง ผลโพลหลายสำนักระบุตรงกันว่า “วิกฤตน้ำมัน – สินค้าแพง” ส่งผลกระทบให้คนไทยใช้จ่ายลดลงในช่วงสงกรานต์ปีนี้  
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดว่าภาพรวมสถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11 - 15 เม.ย. 2569 คาดว่าจะมีการเดินทางท่องเที่ยวของทั้งตลาดนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศประมาณ 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

โดยประเมินตลาดต่างประเทศจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวไทยประมาณ 500,000 คน เพิ่มขึ้น 4% สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 8,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เทียบช่วงเดียวกันของปี 2568 และตลาดในประเทศคาดว่าจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย เดินทางจำนวน 5,963,000 คน/ครั้ง เพิ่มขึ้น 7% สร้างรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 22,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8%

อย่างไรก็ตาม หากไม่มีปัญหาวิกฤตพลังงาน ททท. คาดว่าว่าจำนวนและรายได้น่าจะเพิ่มมากกว่านี้ประมาณ 5 - 7%

สมาคมโรงแรมไทย (THA) ระบุว่า จากเหตุสงครามตะวันออกกลางกระทบตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ส่งผลกระทบให้ราคาตั๋วเครื่องบินแพงขึ้น โดยเส้นทางจากยุโรปบางเส้นทางราคาปรับขึ้นกว่าสองเท่า สอดคล้องกับ สมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร เปิดเผยว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ไม่คึกคักเท่ากับปีที่ผ่านมา ตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลอย่างยุโรปมียอดการจองน้อยลง ซึ่งเป็นผลกระทบจากปัญหาศูนย์กลางาการบินในตะวันออกกลางทำให้ไม่สามารถเดินทางมาไทย หรือแม้จะมีเที่ยวบินตรงจากยุโรปมายังเมืองไทย แต่ค่าใช้จ่ายสูงกว่าเท่าตัวซึ่งเป็นข้อจำกัดในการเดินทาง โดยได้รับอานิสงฆ์จากตลาดนักท่องเที่ยวเอเชียอย่างจีนเข้ามาทดแทน

นอกจากนี้ ข้อมูลจากสมาคมโรงแรมไทยเผยยอดจองห้องพักในเมืองท่องเที่ยวหลักรายพื้นที่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จ.ภูเก็ต ได้รับความนิยมสูงสุดสวนทางกับ จ. เชียงใหม่ ซึ่งกำลังเผชิญวิกฤติหนักสุดจาก PM 2.5 ทำให้ยอดจองหายไปอัตราการเข้าพักอาจเหลือเพียง 50 - 60% จากปีก่อนหน้า

ส่วนจังหวัดท่องเที่ยวในภาคตะวันออกยอดจองไตรมาส 2 ลดลง 10 - 15% เนื่องจากความกังวลเรื่องราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจเดินทางของคนไทยในช่วงสงกรานต์ แต่ได้รับอานิสงส์จากกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวรัสเซียที่ล้นมาจากภูเก็ต

“แนวโน้มการท่องเที่ยวในไตรมาส 2 น่าเป็นห่วงมาก เพราะนอกจากจะเข้าสู่โลว์ซีซันแล้ว ยังมีปัจจัยราคาน้ำมันแพงเข้ามาซ้ำเติม จากเดิมที่ผู้ประกอบการหวังพึ่งพาตลาดท่องเที่ยวในประเทศ” นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย ระบุ

อย่างไรก็ดี เทศกาลสงกรานต์นับเป็น Soft Power ของไทย และจัดเป็นอีเวนต์ระดับโลกที่ทราบกันว่าหากถ้าพลาดปีนี้ต้องรอปีหน้า ถือเป็นจุดแข็งดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาสัมผัสประสบการณ์ทุกปี
ส่วนตลาดท่องเที่ยวในประเทศ THA ประเมินภาพรวมการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยในช่วงหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ 2569 คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันแพงซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ อีกทั้ง สถานการณ์ขาดแคลนซึ่งกระทบในเชิงจิตวิทยาทำให้คนไทยไม่กล้าเดินทางข้ามจังหวัด ส่งผลต่อพฤติกรรมจากการขับรถท่องเที่ยวระยะไกลของคนไทยกับกลุ่มเพื่อนและครอบครัวอาจต้องเลื่อนแผนการเดินทางออกไปก่อน

นอกเหนือจากปริมาณนักท่องเที่ยวที่ยอดลดลงจากปีก่อนๆ เรื่องของกำลังซื้อของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะคนไทยเป็นประเด็นที่ต้องจับตา ซึ่งภาคการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 กำลังเผชิญกับบททดสอบจากสภาพเศรษฐกิจครั้งสำคัญ จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ส่งผลให้ต้นทุนที่เกี่ยวข้องพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทบธุรกิจท่องเที่ยวต้องปรับสูงขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนปัจจุบัน

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “สงกรานต์2569 กับวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพ” พบว่า ร้อยละ 61.32 ระบุว่าค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาก สินค้าจำเป็นแพงขึ้นจนเริ่มรับไม่ไหว, ร้อยละ 43.87 กังวลเรื่องการขาดแคลนสินค้า และร้อยละ 41.27 ระบุว่ายังพอรับมือได้แต่ต้องระมัดระวังการใช้จ่าย

โดยสะท้อนให้เห็นว่า “ภาวะของแพง” เปลี่ยนจากความรู้สึกเชิงการรับรู้ ไปสู่ภาวะ “ข้อจำกัดเชิงพฤติกรรม” ขณะนี้ ประชาชนไม่ได้เพียงรู้สึกว่าสินค้าแพงขึ้น แต่เริ่มต้องปรับวิธีคิด วิธีใช้เงิน และการตัดสินใจในชีวิตประจำวันอย่างชัดเจน ซึ่งในเชิงเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม สถานการณ์ลักษณะนี้บ่งชี้ว่า ครัวเรือนได้เข้าสู่ช่วง tight budget constraint ซึ่งทำให้การใช้จ่ายเพื่อความสุข เช่น การท่องเที่ยวหรือกิจกรรมเทศกาล ถูกลดความสำคัญลง

นอกจากนี้ วิกฤตราคาน้ำมันกลายเป็นตัวแปรหลักที่กระทบการใช้ชีวิตของคนไทย โดยร้อยละ 46.70 ระบุว่าได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันเดือดร้อนมาก และร้อยละ 37.74 เดือดร้อนพอสมควร สะท้อนให้เห็นว่าพลังงานไม่ใช่เพียงต้นทุนทางเศรษฐกิจ แต่เป็นตัวแปรที่ส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต ตั้งแต่ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ไปจนถึงราคาสินค้าโดยรวม

โดยราคาน้ำมันเป็นปัจจัยอันดับ 1 หรือ ร้อยละ 55.66 ที่มีผลต่อการตัดสินใจออกไปร่วมกิจกรรมสงกรานต์ จึงเห็นได้ชัดว่าพลังงานได้กลายเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมทางสังคมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 เปลี่ยนเทศกาลแห่งการเดินทางและการใช้จ่ายไปสู่เทศกาลที่ต้องคิดก่อนใช้ จากการเฉลิมฉลองสู่การประหยัด งดกิจกรรมรื่นเริงเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย โดยร้อยละ 51.42 งดเดินทางไกล ซึ่งการปรับตัวนี้สะท้อน การลดขนาดของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ อันส่งผลต่อเศรษฐกิจภาพรวมโดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวและบริการที่พึ่งพาการใช้จ่ายช่วงเทศกาล

เช่นเดียวกับศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 โดยภาพรวมการใช้จ่ายพบมีลักษณะระมัดระวังมากขึ้นอย่างชัดเจน และคาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดประมาณ 129,649 ล้านบาท ลดลงร้อยละ -3.7 เมื่อเทียบกับปีก่อน

สะท้อนว่าผู้บริโภคยังคงใช้จ่ายแต่มีการปรับพฤติกรรมให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจมากขึ้น โดยร้อยละ 43.1 ระบุว่าใช้จ่ายใกล้เคียงเดิม ขณะที่ร้อยละ 31.8 ใช้จ่ายลดลงเล็กน้อย และร้อยละ 13.9 ลดลงมาก มีเพียงร้อยละ 11.2 ที่ใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เม็ดเงินต่อหัวมีแนวโน้มลดลง แม้จำนวนกิจกรรมยังคงมีอยู่

นอกจากนี้ พฤติกรรมด้านการท่องเที่ยว พบว่า คนไทยยังคงเดินทางในประเทศเป็นหลัก โดยมีสัดส่วนการวางแผนท่องเที่ยวประมาณร้อยละ 67.0 และส่วนใหญ่เป็นการเดินทางค้างคืนถึงร้อยละ 92.6 โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสำหรับการท่องเที่ยวในประเทศอยู่ที่ 8,056 บาทต่อคน ขณะที่การท่องเที่ยวต่างประเทศมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึง 37,083 บาท ซึ่งสะท้อนข้อจำกัดด้านกำลังซื้อและต้นทุนการเดินทางที่เพิ่มขึ้น

และปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้จ่าย คือราคาพลังงาน โดยร้อยละ 95.1 ของประชาชนส่วนใหญ่มีความกังวลต่อราคาน้ำมันในระดับมากที่สุด และยังเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ร้อยละ 23.7 ต้องลดการใช้จ่าย ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันในตลาดโลก

สุดท้ายเทศกาลสงกรานต์ควรเป็นเวลาแห่งการพักผ่อนและการใช้จ่ายอย่างมีความสุข แต่ผลโพลสะท้อนในทิศทางเดียวกันหลายครัวเรือนกำลังเผชิญแรงกดดันจากของแพงและพลังงานที่แพง และคนไทยจำนวนมากไม่มีภูมิคุ้มกันทางการเงินในระยะยาว ดังนั้น คงต้องติดตามกันว่าอีเว้นท์ใหญ่เทศกาลสงกรานต์ 2569 จะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติและคนไทยได้มากมายเพียงใด จะสร้างเม็ดเงินสะพัดตามเป้าได้หรือไม่?