xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

ตรีมูรติมหาเทพ ตรีเอกานุภาพ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



คอลัมน์ศิลปะแห่งศรัทธา
โดย Artmulet


พระตรีมูรติมหาเทพเป็นพระนามรวมที่เรียกเทพเจ้าสูงสุด ๓ พระองค์ ของศาสนาพราหมณ์หรือฮินดูในปัจจุบัน ได้แก่ พระศิวะ พระพรหม และพระนารายณ์ ซึ่งรวมกันเป็น ตรีเอกานุภาพ หรือ ไตรทิพยสรณะ ลัทธิที่นับถือพระพรหมเป็นใหญ่ก็จะถือว่า พระศิวะและพระนารายณ์เป็นเพียงภาพจำแลงของพระพรหม ลัทธิที่นับถือพระนารายณ์เป็นใหญ่หรือไวษณพนิกาย ก็จะถือว่าพระศิวะและพระพรหมเป็นภาพจำแลงของพระนารายณ์ เช่นเดียวกันลัทธิที่นับถือพระศิวะเป็นใหญ่หรือไศวนิกาย ก็จะถือว่าพระนารายณ์และพระพรหมเป็นภาคจำแลงของพระศิวะ

การอวตารของทั้งสามมหาเทพจะมีเรื่องราวเรื่องเล่าที่แตกต่างกันไปตามแต่ละคัมภีร์ ส่วนตำนานที่เล่าถึงการกำเนิดขึ้นของพระตรีมูรติมหาเทพที่รวมเป็นร่างเดียวกันนั้น ได้กล่าวถึงนางอนสูยาภรรยาของฤษีอัตริหนึ่งในเจ็ดฤษีผู้เป็นบุตรที่เกิดจากความคิดหรือใจของพระพรหม ว่ามีความซื่อสัตย์ต่อสามีของนางเป็นอย่างมาก จนกระทั่งพระอินทร์หวั่นเกรงว่าอำนาจแห่งคุณธรรมดังกล่าวนี้ จะทำให้พระองค์มีบารมีน้อยกว่านางอนสูยา พระอินทร์จึงได้เสด็จไปเข้าเฝ้าองค์มหาเทพทั้งสามคือ พระศิวะ พระนารายณ์ และพระพรหม โดยได้กล่าวถึงความสัตย์ซื่อของนางอนสูยา จนมหาเทพทั้งสามอยากทดสอบดูว่าคุณธรรมของนางอนสูยาจะเป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่ จึงได้แปลงกายเป็นฤษีแล้วเดินทางไปยังอาศรมของฤษีอัตริในช่วงที่ฤษีอัตริได้ออกไปจากอาศรมแล้ว

เมื่อนางอนสูยาได้พบเห็นฤษีเข้าจึงได้เชื้อเชิญให้เข้ามาภายในอาศรม โดยได้ปูอาสนะให้กับพระฤาษี ฝ่ายฤาษีทั้งสามจึงได้ให้นางไปนำอาหารมาให้ตนเองโดยไว มิเช่นนั้นพวกตนจะไปขออาหารจากที่แห่งอื่น ซึ่งถ้าหากเป็นเช่นนั้นจะถือได้ว่า นางอนสูยาต้อนรับและปฏิบัติต่อผู้มาเยือนอย่างไม่ถูกต้อง นับได้ว่าเป็นความผิดอันร้ายแรงที่ไม่ต้อนรับขับสู้ต่อผู้มาเยือน นอกจากนี้เหล่าฤษียังได้ขอให้นางเปลือยกายในขณะนำอาหารมาถวายให้กับพวกตนด้วย เพื่อต้องการที่จะได้ยลโฉมความงามอันเป็นที่เลื่องลือของนางอนสูยา






นางอนสูยาจึงครุ่นคิดพิจารณาแล้วเห็นว่า เหล่าฤษีน่าที่จะมาลองดูความสัตย์ซื่อถือมั่นต่อสามีของนางนั่นเอง นางจึงได้อธิษฐานเอาความซื่อสัตย์ต่อสามีเป็นที่ตั้ง โดยขอให้ฤาษีทั้งสามกลายร่างเป็นเด็กอ่อนในขณะที่นางเปลือยกายถวายอาหาร เมื่อฤษีทั้งสามกลายเป็นเด็กอ่อนนางอนสูยาจึงได้ถวายอาหารให้ จากนั้นได้กลับเข้าไปสวมใส่อาภรณ์ แล้วออกมานำเด็กน้อยใส่เปลกล่อมจนหลับใหลไปทั้งสามคน เมื่อฤษีอัตริได้เดินทางกลับมายังอาศรมแล้วทราบความจากภรรยา ฤษีอัตริจึงทราบได้ว่าเด็กทั้งสามนั้นก็คือมหาเทพผู้เป็นใหญ่แล้วรีบเข้าไปนมัสการ เด็กทั้งสามจึงกลายร่างเป็นมหาเทพดังเดิมพร้อมกับตรัสสรรเสริญพร้อมกับประสิทธิประสาทพรให้กับนางอนสูยา นางอนสูยาจึงได้ขอให้มหาเทพทั้งสามมาเป็นบุตรของตน ทั้งสามมหาเทพจึงได้รวมร่างเป็นหนึ่งเดียวกัน แต่มีสามเศียรทรงพระนามว่า ทัตตาเตรยะ ที่แปลว่า ทัตตะผู้เป็นบุตรของฤษีอัตริ ทัตตาเตรยะได้บำเพ็ญตบะตั้งแต่เยาว์วัยจนเติบใหญ่จนได้เป็นฤษีในเวลาต่อมา

นอกจากนี้ยังมีตำนานที่กล่าวถึงพระฤษีอัตริได้ชักชวนนางอนสูยาไปบำเพ็ญตบะอยู่ที่ภูเขาฤกษะ เพื่อขอพรจากเทพเจ้าให้ทรงประทานบุตรที่เป็นเหมือนเทพเจ้าแก่ตน ด้วยอำนาจตบะจากการบำเพ็ญทำให้มหาเทพทั้งสามพร้อมเทพพาหนะได้เสด็จออกจากศีรษะของฤษีมาปรากฏอยู่เบื้องหน้า ฤษีอัตริจึงได้แสดงความเคารพแล้วกล่าวว่าตนเองขอบุตรเพียงองค์เดียว เหตุไฉนจึงมาปรากฏเป็นเทพสามองค์เช่นนี้ มหาเทพจึงตรัสว่าถึงแม้พระองค์จะปรากฏพระวรกายเป็นสามองค์แต่รูปนั้นถือเป็นรูปเดียว คือเป็นเจ้าเหนือโลกตามที่พระฤษีขอพรไว้

เทวะลักษณ์พระตรีมูรตินั้นจะปรากฏพระศิวะอยู่ช่วงกลางพระวรกาย พระนารายณ์อยู่ด้านซ้าย และพระพรหมอยู่ด้านขวา ในอดีตมักนิยมสร้างพระตรีมูรติมหาเทพเพื่อถือเป็นการแสดงออกถึงรูปธรรมที่มีต่อเทพเจ้าสูงสุด ความศรัทธาความเชื่อดังกล่าวนี้ยังได้สืบต่อมาโดยเชื่อกันว่า พระตรีมูรติจะบันดาลความเป็นไปของเหล่ามวลมนุษย์ทั้งหลายในโลก คือพระพรหมเป็นผู้ให้กำเนิดสรรพชีวิตทั้งหลาย พระนารายณ์เป็นผู้ปกปักรักษาความเป็นไปของโลก พระศิวะเป็นผู้กำหนดโชคชะตาของมนุษย์ ปัจจุบันพระตรีมูรติได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ใหม่ที่แสดงถึงการประทานความรักความหวังให้กับเหล่ามนุษย์ทั้งหลาย

ตำนานเหล่านี้นำมาซึ่งศรัทธาอันสำคัญ Artmulet จึงได้รังสรรค์สร้างพระตรีมูรติมหาเทพขึ้น เพื่อเป็นดั่งสัญลักษณ์ของความสำเร็จความสมปรารถนาทุกประการ ในรูปแบบศิลปะไทยร่วมสมัยเพื่อฝากไว้ให้เป็นสมบัติอันล้ำค่าของคนไทยสืบไป

-----------------
Facebook Inbox: Artmulet
OfficialLine ID: @artmulet
เว็บไซต์ : www.artmulet.com