xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

วิวัฒนาการระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญของสวีเดน (79): ระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญลายลักษณ์อักษรครั้งแรกของสวีเดน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


 Adolf Frederick
คนแคระบนบ่ายักษ์
ไชยันต์ ไชยพร

 “การพยายามหลุดจากอิทธิพลของรัสเซียของรัฐบาล the Hats: การเล่นการเมืองกับสถาบันพระมหากษัตริย์”  


ปัญหาสำคัญของ the Hats อยู่ที่  Adolf Frederick ที่ทรงได้เป็นผู้สืบราชสันตติวงศ์สวีเดนได้ด้วยอิทธิพลของรัสเซีย และแน่นอนว่า Adolf Frederick ทรงจะต้องสนับสนุนรัสเซียอย่างแน่นอน the Hats ได้หาทางที่จะดึง Adolf Frederick ให้มาสนับสนุนนโยบายที่จะทำให้สวีเดนเป็นอิสระและต่อต้านรัสเซีย และบุคคลสำคัญที่หาทางที่จะทำให้ Adolf Frederick ห่างจากรัสเซียก็คือ  Tessin  ผู้นำคนสำคัญของ the Hats เขาได้พยายามอย่างหนักในการประนีประนอมกับเดนมาร์ก และเขาพยายามที่จะให้ Adolf Frederick เสกสมรสกับเจ้าหญิงเดนมาร์ก แต่บริเตนได้ขัดขวางอย่างหนัก Tessin จึงหันไปทางปรัสเซีย

โดยในปี ค.ศ. 1744 Tessin ได้ถูกส่งไปเบอร์ลินในฐานะทูตพิเศษในการประสานกับ Louisa Ulrika พระขนิษฐาใน Frederick II มหาราชแห่งปรัสเซียโดย Tessin หวังจะให้พระนางเสกสมรสกับ Adolf Frederick โดย Tessin และรัฐบาล the Hats คาดว่า ปรัสเซียจะเป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างสวีเดนกับรัสเซียได้และป้องกันไม่ให้รัสเซียเข้ายึดครองฟินแลนด์อีก
ในที่สุด Adolf Frederick ได้ลงเอยเสกสมรสกับ  Louisa Ulirika  พระขนิษฐาของ Frederick II แห่งปรัสเซียซึ่งเป็นพันธมิตรกับฝรั่งเศส และฝรั่งเศสก็เป็นพันธมิตรที่ให้การสนับสนุนรัฐบาล the Hats มาตลอด และ Tessin ก็มีสายสัมพันธ์ที่ดียิ่งกับฝรั่งเศสด้วย และ Frederick II แห่งปรัสเซียเองก็ต้องการให้การเสกสมรสดังกล่าวเป็นการถ่วงดุลอำนาจระหว่างปรัสเซียกับรัสเซียในสวีเดนด้วย

ดังนั้น การเสกสมรสระหว่างมกุฎราชกุมารสวีเดนกับเจ้าหญิงแห่งปรัสเซียในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1744 จึงน่าจะเกิดจากแผนการส่วนหนึ่งของฝ่าย the Hats โดย Tessin และเป็นพระประสงค์ของ Frederick II แห่งปรัสเซียด้วย 1744 และนับว่าเป็นความสำเร็จในเบื้องต้นของ the Hats เพราะการเสกสมรสดังกล่าวได้แสดงให้เห็นถึงความเป็นอิสระจากรัสเซียได้ในระดับหนึ่ง

ขณะเดียวกัน หลังจากกรณีที่ฝ่าย the Caps ได้ตั้งคำถามข้อสงสัยเกี่ยวกับสถานะของสมาชิกของสามฐานันดรในสภาฐานันดรที่เชื่อมโยงกับประเด็นการลงมติรับรอง Adolf Frederick ให้เป็นผู้สืบราชสันนตติวงศ์ดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น และ the Hats ได้ชี้ว่าการยกประเด็นดังกล่าวนี้มา the Caps ต้องการหวังผลทางการเมืองในการจะบ่อนทำลายความชอบธรรมในการขึ้นครองบัลลัก์สวีเดนของ Adolf Frederick ทำให้ Louisa Ulrika และ Adolf Frederick มีความระแวงต่อ the Caps และหันไปสนับสนุน the Hats อย่างเต็มตัวโดยหวังว่ารัฐบาลฝ่าย the Hats จะสามารถดำเนินการปกป้องให้การสืบราชสันตติวงศ์สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

อีกทั้งทางฝ่าย the Hats ยังพยายามสร้างผูกสัมพันธ์ที่ดีกับพระองค์นั้น the Hats ได้ให้สัญญากับ Adolf Frederick และ Louisa Ulrika ว่า หลังจากที่พระองค์ทรงขึ้นครองราชย์แล้ว จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเพิ่มพระราชอำนาจให้สถาบันพระมหากษัตริย์
และในบรรดาพวก the Hats ทั้งหมด ทั้งสองพระองค์ทรงสนิทสนมกับ Tessin มากที่สุด ซึ่งในช่วงนั้น Tessin ได้รับเลือกจากสภาฐานันดรให้ดำรงตำแหน่งประธานสภาบริหาร หลังจากที่ Gyllenborg ได้เสียชีวิตลงในปี ค.ศ. 1746 และ Tessin และผู้นำของฝ่าย the Hats สามารถทำให้ Adolf Frederick หันมาสนใจทางฝรั่งเศส ทำให้ตัวแทนของรัสเซียในสตอคโฮล์มดำเนินแผนการทำลายความสัมพันธ์ระหว่าง Adolf Frederick กับฝ่าย the Hats

ไม่ว่าจะด้วยแผนการดังกล่าวได้กระจายไปสู่การรับรู้ของสาธารณะ หรือเป็นผลจากการประโคมข่าวของฝ่าย the Hats ความเคลื่อนไหวของตัวแทนรัสเซียในสตอคโฮล์มได้ให้เกิดปฏิกิริยากระแสปิตุภูมินิยม (patriotism) ต่อต้านรัสเซีย และกลับกลายเป็นการเสริมความเข้มแข็งให้ฝ่าย the Hats

 การตกผลึกของการเมืองแบบสองพรรคและการเมืองแบบฝักฝ่าย (partisan politics) 

การประชุมสภาฐานันดร ค.ศ. 1746: จุดเล็กๆ ของความพยายามประนีประนอมจากทั้งพรรคและความล้มเหลว-----การต่อสู้ทางการเมืองของ the Caps ภายใต้อิทธิพลของรัสเซียและความล้มเหลว—ชัยชนะ  “สีเทา” ของ the Hats

ในคราวประชุมสภาฐานันดร ค.ศ. 1742-3 ที่รัฐบาลฝ่าย the Hats อยู่ในภาวะวิกฤตอันเป็นผลจากการดำเนินนโยบายผิดพลาดนำสวีเดนไปสู่ความพ่ายแพ้ในสงครามกับรัสเซีย ทำให้ the Caps สามารถอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบในการที่จะลดทอนอำนาจของรัฐบาล the Hats แต่จากการประนีประนอม ความอ่อนแอและไร้ประสบการณ์และความเถรงตรงในหลักการและกติกฎหมาย ทำให้ the Caps ไม่สามารถเล่นงานรัฐบาล the Hats ได้ ต่อมาในการประชุมสภาฐานันดร ค.ศ. 1746 อันเป็นช่วงเวลาที่รัสเซียมีอิทธิพลต่อสวีเดนอย่างยิ่งยวดหลังจากที่สวีเดนพ่ายแพ้สงครามที่รัฐบาล the Hats เป็นผู้ก่อขึ้น

Tessin
และภายใต้อิทธิพลที่รัสเซียมีต่อสวีเดน พรรค the Caps ได้เดินหน้าต่อสู้ทางการเมืองกับฝ่าย the Has แบบไม่ประนีประนอมอีกต่อไป อีกทั้งรัสเซียยังได้ให้เงินสนับสนุน the Caps เป็นจำนวนมากกว่าที่เคยให้การสนับสนุนมาก่อนโดยผ่าน Korff ทูตรัสเซียประจำสตอคโฮล์ม และ the Caps ยังรับเงินสนับสนุนจากบริเตนด้วยผ่าน Melchior Guy-Dickens ซึ่งทั้งสองได้บริหารจัดการเกี่ยวกับการให้เงินสนับสนุนพรรค the Caps อย่างเป็นระบบ จนเกือบจะกล่าวได้ว่า Korff คือหัวหน้าพรรค the Caps ตัวจริง ซึ่งไม่ต่างจากในช่วง ค.ศ. 1738 ที่ Casteja ทูตฝรั่งเศสนับสนุนและมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อการตั้งพรรคของ the Hats การรับเงินต่างชาติเพื่อมาเคลื่อนไหวทางการเมืองในประเทศถือเป็นการคอร์รัปชั่น แม้ว่าพวก the Caps อาจจะโต้แย้งว่า ถึงไม่ได้รับเงิน ก็จะเดินหน้าต่อสู้หรือลงมติตามจุดยืนของตนอยู่ดี แต่นั่นเป็นการกล่าวอ้างที่ยากที่จะพิสูจน์ความจริงได้ เพราะรัสเซียมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวและลงมติในสภาฐานันดรของ the Caps ในทุกๆ เรื่อง

ในช่วงเริ่มต้นการประชุมสภาฐานันดรสมัยดังกล่าว ทั้ง the Hats และ the Caps อยู่ในสถานะที่ไม่ต่างกันนัก และจากการที่อังกฤษและรัสเซียได้ให้เงินสินบนแก่สมาชิกในสภาฐานันดรอย่างหนัก ทำให้เสียงส่วนใหญ่ในสภาลงมติเลือก Ungern-Sternberg คนของ the Caps เป็นประธานสภาฐานันดรอีกครั้งหนึ่ง แต่ฝ่าย the Hats สามารถกวาดที่นั่งในคณะกรรมาธิการสำคัญๆ ได้หมด และที่สำคัญคือคณะกรรมาธิการลับ ซึ่งการที่ได้ the Hats มีอำนาจในคณะกรรมาธิการลับย่อมเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อ the Caps นั่นคือ ในกรณีที่สมาชิกสภาบริหารเป็นพวกของพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ต่อเมื่อต้องมีการถอดถอน (licentiering) เท่านั้น ในขณะที่คณะกรรมาธิการลับอยู่ในมือของอีกพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งในระยะยาว สภาพการณ์แบบนี้ย่อมจะดำรงอยู่ได้ยากและจะมีปัญหาในทางรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน

ตอนต่อไปจะได้กล่าวถึง “จุดเล็กๆ ของความพยายามประนีประนอมจากทั้งสองพรรคและความล้มเหลว”