“สอดแนมการเมือง”
“ชัชวาลย์ ชาติสุทธิชัย”
“พี่โต้งกับผมไปดูสถานที่ทั้งสองแห่ง ที่พ่อบอกจะให้พี่โต้งใช้เป็นที่ทำงานแล้วครับ” ผมรายงานให้น้าชาติทราบ
“แล้วชัชกับโต้งตกลงเลือกที่ไหนล่ะ?” น้าชาติถามถึงที่ทำธุรกิจของพี่โต้ง
“ตึก RS ที่รัชดาก็ดีครับ.. แต่ผมกับพี่โต้งชอบตึกตรงข้ามศูนย์สิริกิติ์ ในอนาคตน่าจะดีกว่าครับ”
น้าชาติหยักหน้ารับทราบ
“OK ถ้าชัชกับโต้งเห็นตรงกัน พ่อจะนัดโอนพื้นที่ตึกนั้นให้กับชัช แล้วชัชค่อยโอนไปให้โต้งอีกทีนะ”
ผมมองตาน้าชาติก่อนจะยกแก้วกาแฟดำร้อนขึ้นดื่มอึกใหญ่ แล้วพูดกับน้าชาติด้วยความกังวลว่า..
“พ่อครับ.. เรื่องพื้นที่ตึกนั้น.. พ่อโอนตรงให้พี่โต้งเลยดีกว่านะครับ อย่าโอนผ่านผมเลย.. เผื่อเกิดเรื่องอะไรขึ้น ผมจะได้ไม่เดือดร้อนเรื่องเสียภาษีในภายหลัง..”
น้าชาติหัวเราะร่วนและพูดอย่างอารมณ์ดีว่า
“ชัช.. ชัชรู้ใช่ไหมว่า พ่อมีเงินและรวยนะ.. ดังนั้นเรื่องภาษี พ่อไม่ปล่อยให้ชัชต้องเดือดร้อนหรอก.. อย่าห่วง.. พ่อจะถามทนายและโอนเงินค่าภาษีให้ชัชก่อนเลย งานนี้พ่อรับผิดชอบเอง ชัชไม่ต้องห่วง..”
“พ่อครับ.. ไหนๆ พ่อก็จะยกพื้นที่ตึกให้พี่โต้งอยู่แล้ว.. ผมอยากขอให้พ่อโอนพื้นที่ตึกให้พี่โต้งโดยตรงเลยนะครับ ถ้ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ชื่อเจ้าของพื้นที่ตึกตัวจริงคือพี่โต้ง.. จะได้ไม่มีปัญหาในภายหลังนะครับพ่อ”
“เอ้อ.. พ่อยังไม่ได้ขอบใจชัชเลย เรื่องช่วยทำให้โต้งจะลงสมัคร สส. ในการเลือกตั้งคราวหน้า.. ชัชจะเอาอะไรไหม? เงินหรือตำแหน่งทางการเมือง? บอกพ่อได้เลยนะ พ่อยินดีจะสนับสนุนชัช”
น้าชาติพูดเสร็จก็พ่นควันซิการ์ส่งกลิ่นหอมกรุ่นอย่างอารมณ์ดี ผมชอบกลิ่นซิการ์มาตั้งแต่ครั้งทำงานบริษัทโฆษณา ฝรั่งที่นั่นชอบสูบชอบพ่นกัน
“พ่อครับ.. ผมไม่มีความต้องการเงินหรือตำแหน่งการเมืองเลยครับ.. ขณะนี้ผมพอใจในชีวิตแล้วครับ”
“เรื่องทำธุรกิจของพี่โต้ง ที่พ่อจะให้ผลักดันนั้น พี่โต้งกับผมยังไม่ได้คิดว่า จะทำอะไรเลยครับ”
“เอ้อ.. ชัช.. พ่อเห็นชัชชอบถ่ายรูป.. ชัชขึ้นไปที่ห้องนอนกับพ่อ.. ไปดูเอกสารกับดูกล้องที่พ่อจะให้ชัชกัน”
หลังอ่านเอกสารผมจึงรู้ว่า กล้องในกล่องไม้หรูที่น้าชาติบอกจะให้ผมนั้น เป็นกล้องที่สั่งทำเป็นพิเศษในพระราชพิธีฉลองราชสมบัติครบ ๕๐ ปีในหลวงรัชกาลที่ ๙ เป็นกล้อง Leica รุ่น M6 King of Thailand Jubilee 24K Gold Plated ที่บอดี้มาพร้อมเลนส์ Summicron 50/2
“ชัช.. กล้องตัวนี้ เจ้าสัวคนหนึ่งให้พ่อ แต่พ่อมีอีกตัวที่ได้รับพระราชทานมา.. กล้องนี้สั่งทำแค่ 700 ตัวเท่านั้น.. ราคาจองตัวละ 300,000 บาท ตอนนี้มีคนจองหมดแล้ว ราคาตอนนี้เป็นล้านแล้วนะชัช จะหาจองหาซื้อกันไม่ได้อีกแล้ว พ่อจะยกให้ชัชใช้ หรือชัชจะเก็บไว้เป็นที่ระลึกก็ได้ตามใจ..”
ผมนิ่งอึ้งในความใจกว้างของน้าชาติ ที่จะมอบกล้องในวาระพิเศษอันสำคัญนี้ให้ผม กล้องตัวนี้สวยมากสวยจนใจผมเกิดความโลภตงิดๆ อยากได้ไว้ในครอบครอง แต่อีกใจหนึ่งผมก็ต้องบอกกับตัวเองว่า กล้องวาระพิเศษนี้มันเกินฐานะคนธรรมดาอย่างผม ซึ่งไม่สมควรจะครอบครองอย่างยิ่ง.. แม้น้าชาติยินดีจะมอบให้ พี่โต้งผู้ลูกชายต่างหากที่ควรได้กล้องนี้ ไม่ใช่ผมแน่นอน!!
“พ่อครับ.. ผมมีกล้อง CANNON ที่พี่สุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ให้ใช้อยู่แล้วตัวหนึ่ง กล้องของพ่อมีวาระสำคัญพิเศษ 5 ธันวานั้น หนึ่ง-ราคากล้องมันแพงเกินไปครับ แถมสั่งทำในวาระสำคัญเป็นพิเศษ มันมีความหมายที่สำคัญอย่างยิ่งกับพ่อ กล้องนี้จึงไม่เหมาะสมกับผมครับ.. พ่อให้พี่โต้งใช้น่าจะเหมาะกว่า.. พี่โต้งชอบถ่ายรูปมากๆ ด้วยนะครับพ่อ”
น้าชาตินั่งมองผมด้วยสายตาประหลาดพิกล ก่อนจะพูดกับผมตรงๆ ว่า
“ชัช.. พ่อขอพูดตรงๆ นะ พ่อให้ของอะไร ชัชก็ไม่เอา.. เอาอย่างนี้นะ.. พ่อขอตั้งกติกากับชัชในวันนี้เลยว่า ถ้าชัชอยากได้อะไร ชัชต้องบอกพ่อ ส่วนพ่อจะให้อะไรกับชัช พ่อจะถามชัชว่าเอาไหม 3 ครั้ง ถ้าชัชปฏิเสธ 3 ครั้ง พ่อจะถือว่าจบนะ พ่อจะไม่ถามเป็นครั้งที่ 4 และจะไม่ให้สิ่งนั้นกับชัชอีกเลย.. บอกตรงๆ พ่อไม่อยากติดหนี้บุญคุณใคร.. ชัชช่วยงานพ่อ เงินเดือนก็ไม่เอา ตำแหน่งก็ไม่เอา พ่อหงุดหงิดนะชัช”
อืม..ก็จริง! ผมคงเป็นคนน่าหงุดหงิด เพราะน้าชาติเคยซื้อเนคไทเวอร์ซาเช่ให้ผมหลายเส้น แต่ผมไม่ชอบลายเนคไทสไตล์เวอร์ซาเช่ ผมห่วงว่าน้าชาติจะเสียใจ จึงรับเนคไทหรูราคาแพงนั้นไว้.. แล้วแอบนำไปยกให้กับ สส. ชื่อดังในสภาสองคนที่คลั่งเวอร์ซาเช่เข้ากระดูก
ภายหลังน้าชาติรู้ว่าผมยกเนคไทให้กับ สส. ชื่อดังที่เคารพน้าชาติ แทนที่น้าชาติจะโกรธผม กลับพูดกับผมว่า “ชัชไม่ใช้เนคไทเวอร์ซาเช่ก็ดีน่ะ เพราะพวกตุ๊ดตู่ชอบใช้กัน”
แต่อีกครั้งหนึ่งที่เกิดเรื่องขึ้น เมื่อน้าชาติซื้อนาฬิกาหรูราคาแสนแพงอย่าง ROLEX มามอบให้ผม ซึ่งผมก็ปฏิเสธอีกตามเคย ทำให้น้าชาติแสดงสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
“ชัช.. ผมซื้ออะไรให้คุณ คุณก็ไม่เอา.. คุณมาช่วยงานผมกับพรรคโดยไม่รับเงินเดือนแบบนี้.. บอกตรงๆ ผมไม่ชอบเป็นหนี้บุญคุณใคร ผมหงุดหงิดจริงๆ นะ..”
ครั้งนี้ผมไม่ปล่อยเรื่องให้เรื่องคาค้าง เย็นนั้นผมได้เข้าไปคุยกับพี่โต้งที่บ้านเรือนไทยทันที
“พี่โต้ง.. ผมกลัวพ่อจะไม่เข้าใจ.. พ่อไปซื้อนาฬิกา ROLEX มาให้ผม แต่ผมปฏิเสธไม่เอาครับ พ่อเลยหงุดหงิดบอกกับผมว่า ให้เงินหรือซื้ออะไรให้ผม ผมก็ไม่เอา.. พี่โต้งช่วยบอกพ่อพี่โต้งให้ผมด้วยว่า.. ผมไม่ชอบของหรูของแพงครับ.. ผมชอบของดีไซน์สวยๆ เท่ๆ ราคาไม่ต้องแพงมากเลย.. นาฬิกาดีไซน์ที่ผมใช้ เรือนหนึ่งแค่ร้อยไม่ถึงพันบาท มีขายตามตลาดนัดทั่วไปครับ.. รบกวนพี่โต้งบอกพ่อว่า.. ผมขอขอบพระคุณพ่อ และพ่อไม่ต้องซื้อข้าวของหรูๆ ราคาแพงๆ อะไรมาให้ผมอีกนะครับ”
พี่โต้งมองหน้าผมอย่างแปลกใจก่อนจะบอกผมว่า
“ชัช.. พ่อก็น่าจะเคืองชัชนะ เพราะพี่เห็นที่ใต้เตียงพ่อมีนาฬิกา ROLEX วางอยู่ในกล่องอีกหลายเรือนติดชื่อชัชอยู่บนจอนาฬิกาทุกเรือนด้วย พ่อคงจะซื้อเพื่อให้ชัช พ่อถึงโกรธชัชไงล่ะ.. เดี๋ยวพี่จะคุยกับพ่อให้นะ”
หลังเหตุนั้นประมาณหนึ่งเดือน พี่เพ็ชร-สุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ก็มาพบและพูดคุยกับผมว่า
“ชัช.. น้าชาติเป็นผู้บังคับบัญชาของพี่ น้าชาติเรียกพี่ไปพบ น้าชาติบอกกับพี่ว่า.. “ฝากเพ็ชรดูแลชัชด้วย เพราะชัชเป็นเพื่อนสนิทของโต้ง ชัชมาช่วยผมแทบทุกเรื่อง คำขวัญพรรคที่ว่า “หันหน้าเข้าหากัน ร่วมสร้างสรรค์เศรษฐกิจไทย” ชัชเป็นคนช่วยคิด เบียร์ช้างของเจ้าสัวเจริญเอาหันหน้าเข้าหากันไปใช้ ผมถามโต้งว่า เจ้าสัวให้เงินพิเศษกับชัชบ้างหรือเปล่า ปรากฎว่าชัชไม่ได้สักสลึง ผมเลยอยากให้เพ็ชรช่วยซีเรียสดูแลชัชแขาด้วย..”
“ชัชอย่าปฏิเสธพี่เพ็ชรนะ.. ชัชมาเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวพี่ ปีหนึ่งเจอกับพี่เพ็ชรสักครั้งหนึ่ง พี่ขอจัดเงินค่าเดินทางเล็กๆ น้อยๆ เบื้องต้นให้ชัชเดือนละ 50,000 บาทอย่าปฏิเสธพี่เพ็ชรนะชัช.. ”
นั่นทำให้ผมมีเงินเป็นค่าใช้จ่ายในการทำงานการเมืองให้กับน้าชาติและพี่โต้ง โดยน้าชาติ พี่โต้ง พี่เพ็ชร และบริษัท โอสถสภาฯ ดูแลชีวิตผมและครอบครัว จนกระทั่งวาระสุดท้ายของพี่เพ็ชร คุณสุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ครับ...


