xs
xsm
sm
md
lg

TACO อีกแล้ว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: อ.สุดาทิพย์ จารุจินดา อินทร


โดนัลด์ ทรัมป์ จอมเล่ห์เหลี่ยมโหดเหี้ยม
Trump Always Chicken-Out คือวิธีการที่ทรัมป์ใช้มาตลอด จากการข่มขู่ท้าตีท้าต่อย ชนิดปีศาจยังเรียกพี่ โดยเฉพาะการใช้วาจาดูหมิ่นเหยียดหยามถากถางชนิดคนฟังต้องไปล้างหู (ไม่งั้นจะอาเจียนออกมานั่นเอง) ด้วยวิธีโจมตี-โจมตี-โจมตี จนคนฟังขนหัวลุก ตามวิธีการที่ทนายเอก Roy Cohn ปรมาจารย์ที่ช่วย สว.ปีศาจโจเซฟ แมคคาร์ธี ในยุค 1950’s (สว.คนที่ทำให้สหรัฐฯ ปั่นป่วน จนเพื่อนบ้านแตกแยกมองหน้ากันด้วยความเคลือบแคลงไม่ไว้วางใจกันเลย) ทนายมือหนึ่งฉลาดแกมโกงรอย โคห์น

นี่แหละที่สอนและปลุกปล้ำให้นายโดนัลด์ เจ. ทรัมป์ นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หน้าใหม่ (เพิ่งข้ามฟากมายังเกาะแมนฮัตตัน-มาจากควีนส์) ให้เพิ่มเหลี่ยมคูเพื่อชัยชนะ (ด้วยเล่ห์เพทุบายทุกอย่าง) ในทางธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้วยวิธี lie-lie-lie ทุกรูปแบบ ส่วนใหญ่คือสร้างเรื่องโกหกปล่อยข่าวลือสกปรกทำลายคู่แข่งที่เข้าแข่งประมูลที่ดินของรัฐบาลนิวยอร์ก เพื่อพัฒนาให้เป็นที่อยู่อาศัยหรืออาคารพาณิชย์ และเมื่อถูกตั้งข้อสงสัยว่า นายทรัมป์เป็นคนปล่อยข่าวสกปรกทำลายคู่แข่ง นายทรัมป์ก็มีแต่โกหกและ Deny-Deny-Deny แม้ขณะถูกฟ้องศาล ก็มีแต่ปฏิเสธลูกเดียว ต้องไม่ยอมรับผิดทั้งสิ้นแม้แต่น้อยนิด; ที่สำคัญคือ ต้องไม่หยุดหย่อนที่จะจิก-จิก-จิก (หรือ Attack-Attack-Attack) คู่แข่งโดยไม่ปรานีใดๆ ทั้งสิ้น

กรณีที่ศัตรูหรือคู่แข่งต่อสู้แบบหัวชนฝา โดยสู้แบบยอมตาย และนายทรัมป์ดูจะไปไม่ถึงดวงดาวที่ตั้งเป้าไว้ เขาก็จะมีเล่ห์เหลี่ยมที่จะค่อยๆ ถอยแบบมีชั้นเชิง

เช่นกรณีที่เขาประกาศวันปลดแอก (เอ๊ะ...ก็สหรัฐฯ ได้ต่อสู้จนได้เอกราชปลดแอกออกมาจากอังกฤษตั้ง 250 ปีแล้วมิใช่หรือ?...แล้วทำไมเกิดมาประกาศปลดปล่อยเมื่อเขาเข้ามารับหน้าที่ที่ทำเนียบขาวในปี 2025 อีกเล่า ทำเอาผู้คนทั้งโลกสับสนว่า เขากำลังเทียบตัวเขาเองยิ่งใหญ่เท่ากับปธน.จอร์จ วอชิงตัน ทีเดียว)...แต่เมื่อโดนพญามังกรสี จิ้นผิง ประกาศห้ามส่งออกแร่หายาก และแม่เหล็กทั้งหลายทรัมป์ก็ประกาศห้ามส่งชิปประสิทธิภาพชั้นสูงให้กับจีนเป็นการเกทับกันไปมาหลายรอบ..ซึ่งในที่สุดด้วยเหลี่ยมคมแพรวพราว นายทรัมป์ก็ประกาศผ่อนปรนให้แค่ 1 ปีก่อน ด้วยเงื่อนไขที่จีนต้องยอมแลกด้วยการส่งออกแร่หายาก และแม่เหล็กมายังสหรัฐฯ  

นี่เป็นวิธี TACO แบบทรัมป์ ที่ไม่ยอมแพ้หรือเสียเปรียบใดๆ ทั้งสิ้น…รวมถึงการรีบเจรจากับประเทศต่างๆ ทั้งอังกฤษ, เวียดนาม, อินโดนีเซีย เป็นต้น เพื่อลงนามในข้อตกลงที่ประเทศเหล่านี้ต้องยอมนายทรัมป์ กับการต้องซื้อสินค้ามูลค่ามหาศาล (เช่น เครื่องบิน, LNG, สินค้าเกษตร) จากนายทรัมป์...ก่อนที่ศาลฎีกาสูงสุดของสหรัฐฯ จะออกคำพิพากษาว่า เขาใช้อำนาจเกินข้อกำหนดตามรัฐธรรมนูญที่ไปข่มขู่เรียกเก็บภาษีนำเข้าจากประเทศต่างๆ

นายทรัมป์ยอมถอย (TACO) เรื่องภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ก็ต่อเมื่อเขาได้รับประโยชน์เต็มที่แก่ฐานเสียงของเขา รวมทั้งประโยชน์ส่วนตัวและแก่คนใกล้ชิดที่จับทาง TACO ของเขาได้ว่า เขาจะมีกลยุทธ์ยอมถอยจากข้อเรียกร้องเงื่อนไขสูงสุดของเขา แต่จะต้องแลกกับข้อเรียกร้องรองๆ ลงมาเป็นขั้นบันไดที่เขาได้เตรียมไว้ตั้งแต่ต้น

กรณีเกาะกรีนแลนด์ ก็เป็นลักษณะ TACO ที่เขาขึงขังที่พร้อมส่งกำลังไปโจมตี…แต่ในที่สุดเมื่อทางนาโตขึงขัง...เขาก็ลดระดับเงื่อนไขลงมา จนสามารถไปตั้งฐานทัพที่นั่น รวมถึงการสำรวจขุดเจาะแร่ธาตุต่างๆ ได้ตามอำเภอใจ

เรื่องการประกาศคว่ำบาตรห้ามประเทศต่างๆ ซื้อน้ำมันจากรัสเซีย เพื่อกดดันรัสเซียให้รีบจบสงครามหรือรีบประกาศหยุดยิงที่ยูเครน...นายทรัมป์คาดโทษอินเดียที่ได้ไปตกลงกับรัสเซียตั้งแต่รัสเซียเพิ่งเริ่มบุกยูเครน (เมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2522) โดยรมต.ต่างประเทศอินเดียออกมาตอบโต้อธิบายแก่สหรัฐฯ (ตั้งแต่สมัยปธน.ไบเดน) ว่า อินเดียไม่ใช่เจาะจงซื้อน้ำมันจากรัสเซียเพื่อแสดงความกระด้างกระเดื่องต่อสหรัฐฯ แต่เพราะอินเดียน่าสงสารมีประชากรมหาศาลที่ยากจนที่สุดในโลก จึงจำเป็นต้องซื้อน้ำมันจากประเทศใดก็ได้ในโลก ที่ยอมขายให้แก่อินเดียด้วยราคาที่ดีที่สุด และด้วยเงินรูปี (หรือรูเบิล) ซึ่งลดต้นทุนด้านความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนจากรูปีมาเป็นดอลลาร์-มาเป็นรูเบิล-ทำเอาอินเดียสามารถซื้อน้ำมันจากรัสเซียมาได้ตลอด 4 ปีที่ผ่านมานี้ ขณะที่ไบเดนก็ต้องผ่อนปรนแบบเอาหูไปนา เอาตาไปไร่ต่ออินเดีย เพราะสหรัฐฯ ก็ต้องเกรงใจอินเดียที่อย่างน้อยก็มีดินแดนอยู่ติดกับจีนที่สหรัฐฯ ต้องพยายามปิดล้อม และสอดแนมการเคลื่อนไหวของจีนตลอดเวลา

เมื่อนายทรัมป์จำยอมพร้อมใจกับอิสราเอล ส่งจรวดและขีปนาวุธไปถล่มอิหร่าน (แม้กำลังเจรจาไปได้ด้วยดีกับอิหร่าน) เมื่อสายๆ วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา...ทำเอาน้ำมันดิบพุ่งจาก 60 เหรียญไปเป็น 80 กว่าเหรียญทันทีในเช้าวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม และทำให้ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน รวมทั้งแม่ทัพนายกองของอิหร่านถูกสังหารทันทีเกือบ 50 คน...ทำให้อิหร่านระดมตอบโต้ชนิดตาต่อตา-ฟันต่อฟัน โดยยิงขีปนาวุธและโดรนถล่มทั้งอิสราเอลและบรรดาประเทศรอบอ่าว (สมาชิก GCC) ที่ยอมให้มีฐานทัพสหรัฐฯ ประจำการทันที จนถึงปิดช่องแคบฮอร์มุซ…ทำเอาน้ำมันแตะ 120 เหรียญในเช้าวันจันทร์ที่ 9 มีนาคม

บริษัทประกันภัยต่างหยุดรับประกันแก่เรือบรรทุกน้ำมัน, แก๊ส LNG หรือเรือบรรทุกสินค้าต่างๆ ที่จะผ่านเข้าออกช่องแคบฮอร์มุซ รวมทั้งบริเวณอ่าวเปอร์เซียด้วย และเรือบรรทุกน้ำมันและแก๊สต่างลอยลำอยู่ภายในช่องแคบ-ไม่สามารถแล่นออกมาได้

ปธน.ทรัมป์รีบหามาตรการให้บริษัทประกันภัยของรัฐบาลทำหน้าที่แทน แต่เรือต่างๆ ก็ยังไม่สามารถแล่นออกมาได้...จนทรัมป์ประกาศให้คำรับรองจะ Escort หรือให้เรือรบอเมริกันแล่นประกบคอยคุ้มกันเรือน้ำมันที่จะแล่นออกมา...ก็ยังไม่มีเรือลำใดกล้าแล่นฝ่าความเสี่ยงจะถูกทางอิหร่านยิงบริเวณช่องแคบ

ล่าสุด ทรัมป์ลงทุนยกหูโทรศัพท์ไปหาปธน.ปูติน โดยไปบอกข่าวดีกับปูตินว่า จะผ่อนปรนให้น้ำมันดิบและแก๊สของรัสเซียออกมาขาย (ที่ลอยลำอยู่เต็ม เพราะลูกค้าไม่กล้าซื้อจากรัสเซีย เนื่องจากคำขู่ของทรัมป์ว่าจะลงโทษแก่ประเทศใดที่ไปซื้อจากรัสเซีย โดยจะถูกเรียกอัตราภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ถึง 100% เขาได้หักคออินเดียด้วยการเรียกภาษีนำเข้าสินค้าอินเดียสูงถึง 50% จากอัตราเดิม…และขู่ว่า ถ้าอินเดียยังไม่หยุดซื้อน้ำมันจากรัสเซีย จะโดนภาษีที่ 100%)

เมื่อปธน.มาดูโร โดนลักพาตัวออกมาจากเวเนซุเอลา นายทรัมป์ได้ยอมตกลงกับอินเดียว่า จะขายน้ำมันเวเนซุเอลา (ที่สหรัฐฯ ครอบครองอยู่) ให้กับอินเดีย เพื่อแลกกับอินเดียต้องหยุดซื้อน้ำมันจากรัสเซีย

วันที่ 9 มีนาคม ทั้งทรัมป์และรมต.คลังสกอตต์ เบสเซนต์ ต่างบอกกับอินเดียว่า จะผ่อนปรนให้เวลา 30 วันแก่อินเดีย ที่จะสามารถไปซื้อน้ำมัน (และแก๊ส) จากรัสเซียได้...แต่ยังไม่ยอมให้เกาหลีใต้และญี่ปุ่นไปซื้อน้ำมันและแก๊สจากรัสเซีย...รวมทั้งเวียดนาม...ซึ่งทั้ง 3 ประเทศนี้ ได้ยอมจะซื้อทั้งน้ำมัน, แก๊ส และสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ จำนวนมาก ตามที่ได้ตกลงกันตั้งแต่วันปลดแอกของทรัมป์

ยังมีนักวิเคราะห์บางคนถึงกับเล่าว่า ได้ยินว่า ทรัมป์อาจถึงกับซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซียด้วยซ้ำ เพื่อกดราคาน้ำมันดิบโลกไม่ให้ทะยานไปถึง 150 หรือ 200 (ตามที่นักวิเคราะห์ตลาดน้ำมันฟันธงว่า ถ้าช่องแคบฮอร์มุซยังปิดต่อไปถึงหนึ่งเดือนหรือยาวกว่านั้น จะได้เห็นน้ำมันดิบไปถึง 200 เหรียญแน่ๆ)...รวมทั้งแก๊ส LNG และปุ๋ยยูเรีย ด้วยราคาก็จะทะยานจนกระทบทั้งระบบอาหารและเศรษฐกิจทั้งโลกจะไปสู่ภาวะถดถอยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในวันจันทร์ที่ 9 มีนาคม ทรัมป์ได้ออกมาปลอบตลาดว่า ใกล้จบสงครามที่อิหร่านคือ น่าจะจบในเร็วๆ วัน...ทำเอาดอลลาร์อ่อนยวบลงมา พร้อมราคาน้ำมันและแก๊สก็อ่อนตามแบบมีกลยุทธ์ หรือเล่ห์เหลี่ยมของทรัมป์ที่ไม่เคยยอมแพ้ แม้โลกจะพ่ายแพ้เสียหายอย่างราบคาบก็ตาม