คนแคระบนบ่ายักษ์
ไชยันต์ ไชยพร
การฆาตกรรมผ่านระบบตุลาการครั้งที่สอง (the second judicial murder)
ฝ่าย the Hats ได้หาทางเอาตัวรอดโดยการโยนความรับผิดชอบไปให้บรรดาแม่ทัพนายกองที่ล้มเหลวในการบัญชาการรบ นั่นคือกล่าวหาว่าเป็นบกพร่องในหน้าที่รับผิดชอบของ นายพล Levenhaupt และ Buddenbrock และสภาฐานันดรได้ตั้งคณะกรรมการพิเศษเพื่อสอบสวนความบกพร่องในหน้าที่ของนายพลทั้งสอง และมีการดำเนินการพิจารณาคดีนี้อย่างเร่งรีบ และตัดสินลงโทษประหารชีวิตนายพลทั้งสองในฐานะที่บกพร่องในหน้าที่จนทำให้กองทัพสวีเดนต้องพ่ายแพ้รัสเซียอย่างหายนะในฟินแลนด์
นายพลทั้งสองที่เป็นพวก the Hats เองต้องตกเป็นแพะรับบาปจากการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาดของบรรดาผู้นำของพรรคตัวเอง และถือเป็น การฆาตกรรมผ่านระบบตุลาการครั้งที่สอง (the second judicial murder) ในยุคแห่งเสรีภาพ
อีกทั้งจะถือเป็นเหตุบังเอิญที่เป็นโชคช่วยก็สุดจะกล่าวที่ Ulrika Eleonora ทรงสิ้นพระชนม์ลงในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1741 ทำให้ประเด็นการสืบราชสันตติวงศ์ได้กลายเป็นปัญหาสำคัญเร่งด่วนในสภาฐานันดรแทนการพิจารณาหาตัวผู้รับผิดชอบต่อความหายนะจากสงครามในฟินแลนด์ เพราะพระองค์และ Frederick I ไม่มีพระราชโอรสและพระราชธิดา
ขณะเดียวกัน ประเด็นดังกล่าวนี้ก็เชื่อมโยงกับที่ฝ่ายรัสเซียได้ยื่นข้อเสนอเกี่ยวกับผู้สืบราชสันตติวงศ์ในการเจรจาสันติภาพด้วย ประเด็นดังกล่าวนี้จึงได้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่เบี่ยงเบนความสนใจในที่ประชุมสภาฯจากการพิจารณาความล้มเหลวในนโยบายต่างประเทศของ the Hats มาเป็นปัญหาการสืบราชสันตติวงศ์แทน
ในที่ประชุมสภาฯ ค.ศ. 1742 ในตอนแรก ฝ่าย the Hats ได้เสนอ Charles Peter Ulric พระราชนัดดาในจักรพรรดินี Elizabeth แห่งรัสเซียให้เป็นผู้สืบราชสันตติวงศ์ต่อจาก Frederick I ตามที่ Elizabeth ได้ทรงยื่นเงื่อนไขให้เป็นผู้สืบราชสันตติวงศ์ในการเจรจาต่อรองสันติภาพกับสวีเดน และที่ประชุมสภาฐานันดรอภิชนได้ลงมติให้ Charles Peter Ulric เป็นผู้สืบราชสันตติวงศ์สวีเดน
ขณะเดียวกันทางเดนมาร์กก็ได้เสนอ Frederick มกุฎราชกุมารเดนมาร์กให้เป็นองค์รัชทายาทในบัลลังก์สวีเดนด้วย ซึ่งฝ่ายฐานันดรชาวนาที่โดยทางประเพณีและวัฒนธรรม ยังเป็นพวกนิยมเจ้า (royalist) และยังมีความรู้สึกนิยมชมชอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์อยู่ ได้ลงมติในที่ประชุมสภาฐานันดรของตนให้ Frederick มกุฎราชกุมารเดนมาร์กเป็นผู้สืบราชสันตติวงศ์
ในที่ประชุมสภาฐานันดรทั้งหมด หลังจากการอภิปรายให้เหตุผลจากฝ่ายต่างๆ ฐานันดรทั้งสี่ได้ลงคะแนนเสียงให้ Charles Peter Ulric เป็นผู้สืบราชสันตติวงศ์สวีเดน ด้วยเหตุผลที่ต้องการเอาใจรัสเซียในการเจรจาสันติภาพ และฐานันดรชาวนายอมรับที่จะลงมติสนับสนุน Charles Peter Ulric เพราะเชื่อว่า หากสวีเดนลงมติสนับสนุน Charles Peter Ulric แล้ว รัสเซียจะยอมยุติสงครามกับสวีเดนโดยเร็ว เพราะฐานันดรชาวนาไม่ต้องการทำสงครามอีกต่อไป
แต่ผลการลงมติดังกล่าวต้องเป็นโมฆะไป เนื่องจากจักรพรรดินี Elizabeth ทรงเปลี่ยนพระทัย ทรงแต่งตั้งให้ Charles Peter Ulric เป็นผู้สืบราชสันตติวงศ์ต่อจากพระองค์ และทรงเสนอ Adolf Frederick Duke of Holstein-Gottorp ให้เป็นผู้สืบราชสันตติวงศ์สวีเดนแทน ด้วยพระองค์ทรงเกรงว่า หากยอมให้ Frederick ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์สวีเดนแล้ว จะนำไปสู่เกิดการรวมตัวกันเป็นสหภาพสแกนดิเนเวีย (the Scandinavian Union) ภายใต้พระมหากษัตริย์พระองค์เดียวอีกครั้งหนึ่ง และทำให้สหภาพดังกล่าวมีอำนาจมากในดินแดนทางเหนือยุโรป อันจะเป็นอุปสรรคต่อการครองความเป็นเจ้าในพื้นที่ดังกล่าวของรัสเซีย
ดังนั้น พระองค์จึงจะทรงยอมให้ Frederick ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์สวีเดนไม่ได้ และทรงสร้างเงื่อนไขจูงใจให้ฝ่าย the Hats ในการเลือก Adolf Frederick ให้เป็นผู้สืบราชสันตติวงศ์โดยสัญญาว่าจะดินแดนส่วนใหญ่ในฟินแลนด์ที่รัสเซียครอบครองอยู่ให้กับสวีเดน
ขณะเดียวกัน ทางฝ่ายฐานันดรชาวนา เมื่อมีความจำเป็นต้องเสนอชื่อผู้สืบราชสันตติวงศ์ใหม่แทน Charles Peter Ulric ก็กลับมายืนยันที่จะสนับสนุน Frederick มกุฎราชกุมารเดนมาร์ก ที่ที่ประชุมสภาฐานันดรชาวนาได้เคยลงมติรับรองอย่างเป็นทางการไปแล้วก่อนหน้านี้ เหตุผลที่พวกชาวนาสนับสนุน Frederick ก็เป็นอย่างที่ผู้วิจัยได้กล่าวไปแล้ว นั่นคือ พวกชาวนามีความนิยมในเจ้าและสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และเชื่อว่า หาก Frederick ได้ขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์สวีเดนและเกิดสหภาพสแกนดิเนเวียภายใต้พระมหากษัตริย์พระองค์เดียว และด้วยอิทธิพลของเดนมาร์ก-นอร์เวย์ จะทำให้สวีเดนกลับไปเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ได้
ขณะเดียวกัน Frederick ทรงมีความปรารถนาที่จะขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์สวีเดนด้วย พระองค์ได้ทรงมีแผนการอุบายต่างๆ และรวมทั้งการสนับสนุนทางการเงินแก่คนส่วนใหญ่ในสวีเดน อันได้แก่ พวกชาวนา ที่ต้องการให้พระองค์ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์สวีเดนอยู่ด้วยแล้ว และระหว่างการประชุมหารือในสภาฐานันดรในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1743 เพื่อกำหนดผู้สืบราชสันตติวงศ์พระองค์ใหม่ที่เหลือตัวเลือกอยู่สองพระองค์ ระหว่าง Adolf Frederick ที่สนับสนุนโดยฝ่าย the Hats และ Frederick ที่สนับสนุนโดยพวกชาวนา ฐานันดรชาวนาได้ขู่ว่าจะล้มการประชุมสภาฐานันดร หากฐานันดรอื่นๆ ไม่ยอมรับ Frederick ให้เป็นผู้สืบราชสันตติวงศ์
และในช่วงเวลาเดียวกันนั้น จากความไม่พอใจและชิงชังรัฐบาลภายใต้ the Hats ที่ล้มเหลวในการบริหารจัดการในการสงคราม อันนำมาซึ่งสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำที่นำมาซึ่งการเก็บภาษีเพิ่มและความต้องการที่จะให้ Frederick เป็นผู้สืบราชสันตติวงศ์ พวกชาวนาและสามัญชนได้ลุกฮือขึ้นโดยเฉพาะจากพื้นที่ Dalarna อันเป็นพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์การกบฏลุกฮือและต่อต้านอำนาจรัฐรวมศูนย์มาตั้งแต่ศตวรรษที่สิบหก และรวมทั้งพื้นที่อื่นๆ ที่เริ่มเกิดความไม่สงบขึ้นด้วยเช่นกัน โดยทางเดนมาร์กได้ให้การสนับสนุนการลุกฮืออยู่ด้วย ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1743 พวกชาวนาเหล่านี้ได้เคลื่อนกองกำลังติดอาวุธมุ่งสู่สตอคโฮล์มเพื่อสนับสนุนฐานันดรชาวนาที่กำลังประชุมสภาฐานันดรอยู่
เมื่อที่ประชุมสภาฐานันดรทราบข่าวการก่อความไม่สงบดังกล่าว ได้ส่งผู้ถือสาส์นเดินทางไปยังขบวนชาวนาที่กำลังเคลื่อนตัวมาที่สตอคโฮล์มเพื่อโน้มน้าวให้พวกเขายุติการเคลื่อนกองกำลัง แต่ก็ไม่เป็นผล และเมื่อใกล้ถึงตัวกรุงสตอคโฮล์ม Frederick I ทรงเสด็จออกไปเจรจากับพวกชาวนาด้วยตัวพระองค์เอง โดยพระองค์ทรงพยายามโน้มน้าวให้พวกเขาไม่ใช้กำลังความรุนแรง แต่ก็ไม่เป็นผลเช่นกัน กองกำลังชาวนายังเดินหน้าเข้ากรุงสตอคโฮล์ม สร้างความตื่นตระหนกและสะพรึงกลัวให้แก่ผู้คนในสตอคโฮล์มเป็นอย่างยิ่ง
แต่ในที่สุด กองกำลังของพวกชาวนาดังกล่าวได้ถูกปราบปรามลง และมีการตัดสินลงโทษอย่างรุนแรงต่อผู้ที่มีส่วนร่วมการก่อกบฏ กระนั้นก็ตาม คณะกรรมาธิการลับภายใต้ the Hats ได้ตัดสินใจที่จะยอมตามข้อเรียกร้องของฝ่ายกบฏชาวนาที่จะต้องการให้ Frederick แห่งเดนมาร์กเป็นผู้สืบราชสันตติวงศ์ เพื่อป้องกันไม่การปะทุความไม่สงบที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาในพื้นที่ต่างๆในสวีเดนจนไม่สามารถควบคุมได้ เพราะดูเหมือนว่า จะไม่มีอะไรมาโน้มน้าวพวกชาวนาให้ยุติการลุกฮือต่อต้านรัฐบาล the Hats ได้ เพราะแม้แต่พระมหากษัตริย์ก็ไม่สามารถหยุดยั้งพวกเขาได้
และในช่วงเวลาเดียวกันกับที่เกิดความไม่สงบในสตอคโฮล์มนั้นเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่สวีเดนและรัสเซียได้ข้อสรุปจากการเจรจาสันติภาพที่เมือง Abo ซึ่งต่อมามีการลงนามรับรองร่วมกันใน สนธิสัญญาสันติภาพ Abo (the Treaty of Abo) ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1743 โดยข้อสรุปดังกล่าวมีสาระสำคัญคือ รัสเซียจะได้ดินแดนทางตอนใต้ของฟินแลนด์ที่รวมเมือง Vilmanstrand และ Frederikshamn และรัสเซียจะถอนกองทัพออกจากดินแดนส่วนที่เหลือทั้งหมดในฟินแลนด์ต่อเมื่อสภาฐานันดรสวีเดนลงมติแต่งตั้ง Adolf Frederick เป็นมกุฎราชกุมารแห่งสวีเดนอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ระหว่างนั้น รัสเซียจะให้มีกองกำลังอยู่ในเขตของสวีเดนในฟินแลนด์เพื่อเป็นหลักประกันว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้นต่อกรณีการแต่งตั้งมกุฎราชกุมาร เพราะทางเดนมาร์กมีทีท่าไม่ยอมรับการลงมติแต่งตั้งดังกล่าว และขู่จะทำสงครรามกับสวีเดน ซึ่งทำให้รัฐบาล the Hats ที่อยู่ในสภาพที่เสื่อมเสียอย่างยิ่งจำต้องร้องขอให้กองทัพรัสเซียจำนวน 10,000 นายตั้งค่ายอยู่ใกล้สตอคโฮล์มเพื่อป้องกันการโจมตีจากเดนมาร์ก
และจากข้อสรุปที่ทำให้รัสเซียยุติสงครามกับสวีเดน ทำให้ฐานันดรชาวนายอมรับที่จะให้ Adolf Frederick เป็นมกุฎราชกุมารแห่งสวีเดน และหนี่งวันหลังจากการปราบปรามกบฏชาวนากลางกรุงสตอคโฮล์ม ที่ประชุมสภาฐานันดรได้ลงมติอย่างเป็นเอกฉันท์ให้ Adolf Frederick เป็นมกุฎราชกุมารแห่งสวีเดนในวันที่ 23 มิถุนายน ค.ศ. 1743
(โปรดติดตามตอนต่อไป)


