คนแคระบนบ่ายักษ์
ไชยันต์ ไชยพร
การอุบัติขึ้นของพรรค the Caps ในฐานะที่เป็นปฏิกิริยาตอบโต้พรรค the Hats
หลังจากที่ the Hats ได้ชัยชนะ และการใช้การถอดถอนตามกลไกรัฐธรรมนูญเล่นงานฝ่ายตรงข้าม รวมทั้งท่าทีและจุดยืนในนโยบายต่างประเทศของ the Hats ได้สร้างความวิตกกังวลให้กับฝ่ายตรงข้าม อันได้แก่ กลุ่มของ Horn ซึ่งมีผู้นำคนสำคัญที่สืบทอดหลักการและนโยบายของ Horn นั่นคือ Samuel Akerhielm และจากการถูกโจมตีจากฝ่าย the Hats ทำให้ในที่สุด กลุ่มของ Horn และคนอื่นๆ ที่ไม่ได้ดำรงอยู่กันเป็นกลุ่มเป็นก้อน เพราะอย่างที่กล่าวไปแล้วว่า Horn ไม่นิยมที่จะมีพรรคหรือแบ่งฝักฝ่าย จึงจำเป็นต้องรวมตัวกันเป็นกลุ่มการเมืองเพื่อป้องกันตัวจากการถูกกลั่นแกล้งหรือการถูกเล่นงานจากพรรค the Hats
และด้วยเหตุนี้ พรรคการเมือง “the Caps” จึงได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างเต็มตัวในช่วงทศวรรษ 1740 ทั้งเพื่อปกป้องตัวเองและเพื่อต่อต้านนโยบายต่างประเทศของ the Hats ที่เข้าข้างและรับอิทธิพลวัฒนธรรมฝรั่งเศส the Caps ต้องการให้สวีเดนหันไปสนับสนุนอังกฤษ เพราะชื่นชมความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของอังกฤษ
สมาชิกส่วนใหญ่ของกลุ่ม “the Caps” มาจากฐานันดรชาวนา นั่นคือเป็นเกษตรกรที่มีที่ดินเป็นของตัวเองและมีฐานะร่ำรวยในระดับที่ต้องเสียภาษีรายได้ ในช่วงระหว่าง ค.ศ. 1700-1772 การขยายตัวของการครอบครองที่ดินของคนกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นจาก ร้อยละ 31.5 เป็น 46.9 คนกลุ่มนี้สามารถพัฒนาและเติบโตขึ้นมาได้จากการที่สภาฐานันดรออกกฎหมายให้มีการขายที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ให้แก่ผู้ที่อาศัยทำกินอยู่แล้วได้ และถ้าพิจารณาย้อนกลับไป อาจกล่าวได้ว่า แกนนำของกลุ่มนี้คืออภิชนกลุ่มแรกที่ขึ้นมามีอำนาจทางการเมืองหลังจากสิ้นรัชกาลของ Charles XII
แกนนำคนสำคัญของกลุ่มนี้ คือ Arvid Horn ที่ดำเนินนโยบายต่างประเทศตรงกันข้ามกับที่สวีเดนเคยดำเนินมาก่อนหน้านี้ เขามุ่งที่จะรักษาสันติภาพและหลีกเลี่ยงการทำสงคราม โดยรักษาระยะห่างในความสัมพันธ์กับฝรั่งเศส และกระชับความสัมพันธ์กับอังกฤษมากขึ้น อีกทั้งไม่พยายามที่จะหาทางเอาดินแดนบริเวณบอลติกที่สวีเดนเสียให้รัสเซียกลับคืนมา
the Caps ในฐานะพรรคการเมืองจำเป็นที่จะต้องมีการบริหารจัดการพรรคที่ดำเนินรอยตามวิธีการทุกอย่างของ the Hats นั่นคือ เตรียมการหาเสียง จัดตั้งหัวคะแนนเพื่อหวังจะได้เสียงข้างมากในสภาฐานันดร โดยเฉพาะจากฐานันดรอภิชนกลับคืนมาในการประชุมสภาครั้งต่อไป รวมทั้งการเตรียมการคัดเลือกบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งในคณะกรรมาธิการต่างๆ ขณะเดียวกัน พรรค the Caps ก็หันไปรับความช่วยเหลือสนับสนุนจากรัสเซีย เพื่อหวังที่จะต่อสู้กับ the Hats ที่รับความช่วยเหลือจากฝรั่งเศส
แต่ทั้งหมดนี้ the Caps ต่างจาก the Hats ตรงที่ the Caps ไม่ได้เตรียมการวางแผนล่วงหน้าและใช้เวลารณรงค์อย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่งผลให้พรรค the Caps ด้อยประสิทธิภาพในการจัดการองค์กรกว่า the Hats อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องผู้นำ เพราะ the Caps ขาดผู้นำที่เข้มแข็งและเป็นที่ยอมรับ และไม่มีความสามารถในการบริหารจัดการการอภิปรายในสภาฐานันดรเท่ากับฝ่าย the Hats ดังนั้น เมื่อมีการประชุมสภาฐานันดรในปี ค.ศ. 1740 ฝ่าย the Hats คือ นายพล Lewenhaupt จึงได้เสียงเกือบจะเป็นเอกฉันท์ ได้รับเลือกเป็นประธานสภาฐานันดร ( Marshal) และ the Hats จึงสามารถแต่งตั้งคนของตนในคณะกรรมาธิการลับ
นโยบายการทำสงครามของ the Hats ค.ศ. 1739-1741
หลังจาก the Hats ครองอำนาจทางการเมือง รัฐบาลภายใต้ the Hats มีความคิดว่า สวีเดนจะกลับมารุ่งเรือง มั่งคั่งและยิ่งใหญ่ได้ภายในก้าวเดียว โดยสวีเดนจะสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้ด้วยทั้งวิธีการสันติและการใช้กำลังไปพร้อมๆ กัน ซึ่งแตกต่างจากรัฐบาลภายใต้ Horn ที่เน้นสันติภาพและพัฒนาการทางเศรษฐกิจอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งในสายตาของ the Hats เห็นว่า นโยบายภายใต้ Horn ทำให้สวีเดนอ่อน แอและไร้ศักดิ์ศรี แต่ the Hats จะดำเนินนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการทำสงคราม โดยการพัฒนาทางเศรษฐกิจ the Hats จะให้การสนับสนุนและสร้างแรงจูงใจต่อผู้ผลิตและอุตสาหกรรมใหม่ๆ
ส่วนในด้านการใช้กำลังเพื่อสร้างความยิ่งใหญ่กลับคืนสู่สวีเดน the Hats ได้ดำเนินนโยบายต่างประเทศตามที่ประกาศและรณรงค์ทางการเมืองไว้เพื่อกู้ศักดิ์ศรีในการเมืองระหว่างประเทศของสวีเดนคืนมาในทันที
จากการที่ the Hats มีจุดยืนที่เข้าข้างฝรั่งเศสและไม่สนับสนุนรัสเซียหรือต้องการรักษาความสัมพันธ์กับรัสเซีย สวีเดนภายใต้ the Hats จึงได้ทำข้อตกลงเป็นพันธมิตรกับฝรั่งเศสและตุรกี และโดยเฉพาะ the Hats ได้รื้อฟื้นความสัมพันธ์ดั้งเดิมที่สวีเดนเคยมีกับฝรั่งเศสโดยผ่าน Tessin และฝรั่งเศสก็แสดงความยินดีและรับรองรัฐบาล the Hats ด้วยหวังว่า สวีเดนภายใต้ the Hats จะช่วยส่งเสริมผลประโยชน์และอำนาจของฝรั่งเศสในยุโรปเหนือ และรัฐบาลฝรั่งเศสได้ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่พรรค the Hats เป็นจำนวนมาก อันเป็นที่มาของการกล่าวว่า นักการเมืองฝ่าย the Hats รับสินบนจากฝรั่งเศสในการลงมติในที่ประชุมสภาฐานันดรในการกำหนดนโยบายหรือออกกฎหมายที่เอื้อต่อผลประโยชน์ของฝรั่งเศสตลอดช่วงเวลาเกือบสามสิบปีที่พรรค the Hats ครองอำนาจทางการเมือง
และเมื่อรัสเซียทำสงครามกับตรุกี Tessin ในฐานะประธานสภาฐานันดรได้แอบไปทำข้อตกลงลับกับฝรั่งเศสเพื่อรับเงินสนับสนุนในการทำสงครามกับรัสเซีย ส่งผลให้สภาฐานันดรลงมติรับอนุมัติให้สภาบริหารทำสงครามกับรัสเซียโดยอ้างถึงปัจจัยเกื้อหนุนจากฝรั่งเศสที่จะสามารถทำให้สวีเดนประสบความสำเร็จในการทำสงครามกับรัสเซีย และจากนั้นรัฐบาลภายใต้ the Hats ได้ตัดสินใจทำสงครามกับรัสเซียทันที อีกทั้งยังมีข่าวที่ทูตสวีเดนประจำตุรกีถูกลอบสังหารโดยเจ้าหน้าที่การทูตรัสเซีย ที่ส่งผลให้เกิดกระแสความเป็นปฏิปักษ์และความเกลียดชังรัสเซียไปทั่วสวีเดนสนับสนุนการทำสงครามกับรัสเซีย และสวีเดนได้ส่งกองทัพไปฟินแลนด์เพื่อหวังจะชิงดินแดนคืนจากรัสเซียในเวลาเดียวกันด้วย แต่ต่อมา รัสเซียกับตุรกีได้ทำสนธิ สัญญาสันติภาพ ส่งผลให้กองกำลังที่ด้อยกว่าของสวีเดนต้องต่อสู้กับกองทัพที่เหนือกว่าของรัสเซียตามลำพังในฟินแลนด์
จากสถานการณ์ดังกล่าวนี้ ทำให้ the Hats จำเป็นต้องเรียกประชุมสภาฐานันดรโดยด่วนเพื่อพิจารณาปัญหาและความสูญเสียที่เกิดขึ้น ฝ่าย the Hats ในที่ประชุมสภาฐานันดรอยู่ในสภาวะที่ถูกจ้องโจมตีจากหลายฝ่ายโดยเฉพาะจาก the Caps จากความล้มเหลวในการดำเนินนโยบายต่างประเทศที่ผิดพลาดได้เกิดกระแสความไม่พอใจจากหลายกลุ่ม อาทิ ฐานันดรนักบวชและผู้ที่เคยให้การสนับสนุนต่อ the Hats เองด้วย
โดยฐานันดรนักบวชไม่เห็นด้วยที่สวีเดนสนับสนุนตุรกีด้วยเหตุผลความแตกต่างทางศาสนา อีกทั้งฐานันดรชาวนาไม่เห็นด้วยกับการส่งกองกำลังเข้าไปในฟินแลนด์อีก เพราะโดยปกติแล้วฐานันดรชาวนารักสงบ ต้องการสันติเพื่อจะได้ทำไร่ไถนาทำมาหากิน ปฏิเสธสงครามเพราะการเกิดสงครามย่อมนำมาซึ่งการเก็บภาษีเพิ่มจากพวกตน นำไปสู่การอภิปรายโต้เถียงกันอย่างรุนแรงในที่ประชุมสภาฐานันดร ค.ศ. 1741-42 ฝ่าย the Hats ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ในการประชุมได้เหมือนที่ผ่านมา จนเกือบจะเกิดจลาจลในสภาและอาจจะทำให้ the Hats ต้องถูกลงมติพิพากษาลงโทษ
แต่ฝ่าย the Hats สามารถรอดจากวิกฤตในสภาจากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดสองเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดการเบี่ยงประเด็นจากความพ่ายแพ้ล้มเหลวในการดำเนินนโยบายทำสงครามที่ผิดพลาดร้ายแรง เหตุการณ์ทั้งสองนี้ได้แก่
หนึ่ง การสิ้นพระชนม์ของ Charles VI จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์และกษัตริย์แห่งออสเตรีย-ฮังการี และการสิ้นพระชนม์ของจักรพรรดินี Anna แห่งรัสเซีย
สอง การพบการจารกรรมของฝ่าย the Caps ที่พัวพันกับทูตรัสเซียประจำสวีเดน
การสิ้นพระชนม์ของ Charles VI ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1740 และการสิ้นพระชนม์ของจักรพรรดินี Anna ในเดือนเดียวกันนั้น ซึ่งถือเป็นเรื่องบังเอิญอย่างยิ่งที่ทั้งสองพระองค์สิ้นพระชนม์ลงในเดือนเดียวกัน และจากการสิ้นพระชนม์ของทั้งสองพระองค์นี้ ทำให้ฝรั่งเศสเห็นเป็นโอกาสเหมาะในการเข้าโจมตีออสเตรีย และเป็นโอกาสสำหรับสวีเดนที่จะเข้าโจมตีรัสเซียด้วย
ส่วนการตรวจพบการที่อภิชนสวีเดนในตระกูล Gyllenstierna ได้หายตัวไปจากที่พักของทูตรัสเซีย ฝ่าย the Hats ได้ชี้ไปที่ฝ่าย the Caps ที่มีพฤติกรรมที่เข้าข่ายทรยศต่อชาติ
(โปรดติดตามตอนต่อไป)


