คอลัมน์ศิลปะแห่งศรัทธา
โดย Artmulet
การปรากฏขึ้นของพระพุทธรูปในดินแดนหรือบริเวณพื้นที่ที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบันนั้น ตามตำนานพุทธศาสนาที่เขียนขึ้นในลังกาได้อธิบายว่าศาสนาพุทธได้แผ่ขยายเข้าสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (สุวรรณภูมิ) ราวพุทธศตวรรษที่ ๓ ในสมัยของพระเจ้าอโศกมหาราช แต่จากหลักฐานทางโบราณคดีทั้งศิลปกรรมและประติมากรรมที่ค้นพบในประเทศไทย รวมถึงพื้นที่อื่นๆในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลับยืนยันถึงการปรากฏอย่างเป็นรูปธรรมว่า พุทธศาสนาในดินแดนแถบนี้มีอายุเก่าแก่ที่สุดราวพุทธศตวรรษที่ ๑๑-๑๒ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แตกต่างจากที่ได้รับรู้จากตำนานหรือคัมภีร์ทางศาสนาพุทธของลังกา
จากหลักฐานที่พบยังยืนยันได้ว่าแนวคิดทางด้านศิลปกรรมของอินเดียมีบทบาทสำคัญต่อพัฒนาการด้านศิลปะของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ลักษณะทางศิลปกรรมที่พบในพุกาม และศาสนสถานของชาวชวาไม่ได้มีลักษณะศิลปะเดียวกันเสียทีเดียว แต่กลับแตกต่างออกไปจากศิลปกรรมอันเป็นต้นกำเนิด เช่นเดียวกับศิลปกรรมของพระพุทธรูปในประเทศไทย แม้ว่าจะได้รับอิทธิพลจากศิลปะของอมราวดี (พุทธศตวรรษที่ ๗-๙) และศิลปะสมัยคุปตะ (พุทธศตวรรษที่ ๙-๑๑) แต่ก็ได้พัฒนาลักษณะศิลปกรรมของตนจนมีความแตกต่างออกไปจากพระพุทธรูปที่พบในอินเดีย อีกทั้งยังแตกต่างกันออกไปตามแต่ละสกุลช่างและยุคสมัยด้วย
การสร้างพระพุทธรูปในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งรวมถึงพื้นที่ประเทศไทยในปัจจุบัน น่าจะเกิดขึ้นก่อนยุคทวารวดี ซึ่งยืนยันได้จากหลักฐานทั้งศาสนสถาน พระพุทธรูป และรูปพระสงฆ์บริเวณเมืองโบราณอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยลักษณะของพระพุทธรูปที่พบเทียบได้อย่างใกล้เคียงกับศิลปะอมราวดี ที่กำหนดอายุอยู่ราวพุทธศตวรรษที่ ๘-๙ โดยหลักฐานเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าพุทธศาสนาเถรวาทได้เริ่มแผ่ขยายเข้าสู่ดินแดนแถบนี้ในช่วงเวลาดังกล่าว พร้อมกับการเกิดขึ้นของศาสนสถานและพระพุทธรูปขึ้นเป็นครั้งแรก ก่อนที่จะพัฒนาเป็นศิลปกรรมสมัยทวารวดี ที่แพร่หลายอยู่ในภาคกลางของประเทศไทยช่วงราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒-๑๖
จากนั้นในพุทธศตวรรษที่ ๑๗-๑๙ ศิลปกรรมแบบอู่ทอง จึงได้ถือกำเนิดขึ้น ซึ่งเป็นชื่อเรียกศิลปะที่เกิดขึ้นในบริเวณภาคกลางของประเทศไทยแถบเมืองลพบุรี และสุพรรณบุรีช่วงก่อนการก่อตั้งกรุงศรีอยุธยา ที่เรียกว่าอู่ทองนั้นมาจากความเข้าใจว่าเป็นเมืองเก่าของพระเจ้าอู่ทองก่อนที่จะทรงย้ายราชธานีมาสร้างเมืองใหม่ที่กรุงศรีอยุธยา แต่จากหลักฐานทางโบราณคดีเมืองอู่ทองเป็นเมืองในสมัยทวารวดีที่ร้างไปแล้ว ก่อนการสร้างกรุงประมาณสามร้อยปี อย่างไรก็ตามจากหลักฐานศิลปกรรมพุทธศตวรรษที่ ๑๗-๑๙ ที่พบบริเวณภาคกลางของประเทศไทย จะมีอิทธิพลของศิลปะทวารวดีและศิลปะขอมปะปนอยู่ แต่นักวิชาการอนุโลมเรียกศิลปะแบบนี้ว่า “แบบอู่ทอง” ซึ่งเป็นที่เข้าใจกันโดยทั่วไปว่าหมายถึงศิลปะในภาคกลางที่เกิดขึ้นก่อนสมัยอยุธยาอันเป็นราชธานีในอดีต ดังนั้นพระพุทธรูปที่ถือกำเนิดขึ้นจากบริเวณพื้นที่นี้ในช่วงเวลานี้จึงเรียกว่า “พระพุทธรูปแบบอู่ทอง”
พระพุทธรูปแบบอู่ทองแบ่งได้เป็น ๓ ยุคคือ ศิลปะอู่ทองยุคแรกจะมีอิทธิพลของศิลปะทวารวดี และขอมปะปนอยู่ได้แก่ กลุ่มพระพุทธรูปที่มีพระพักตร์แบบพื้นเมืองคือพระพักตร์เป็นสี่เหลี่ยม ขมวดพระเกศาเล็ก พระรัศมีเป็นตุ่มเล็ก ชายสังฆาฏิเป็นแผ่นใหญ่ปลายตัดตรง ส่วนศิลปะอู่ทองยุคกลางนั้นจะมีอิทธิพลของศิลปะขอมเด่นชัดที่สุด ซึ่งลักษณะสำคัญก็คือพระพักตร์สี่เหลี่ยม สีพระพักตร์ถมึงทึง ขมวดพระเกศาเล็ก มีไรพระศก (แนวที่ปรากฏอยู่ระหว่างพระนลาฏและขมวดพระเกศา) พระรัศมีเป็นเปลวเพลิง ชายสังฆาฏิเป็นแผ่นใหญ่ปลายตัดตรง พระชงฆ์เป็นสันที่เรียกว่า “พระแข้งคม” ประทับนั่งอยู่เหนือฐานที่เว้าเป็นร่อง ส่วนศิลปะอู่ทองยุคปลายจะมีอิทธิพลของศิลปะสุโขทัย ลักษณะโดยรวมคล้ายกับศิลปะอู่ทองยุคกลางคือมีไรพระศก พระชงฆ์เป็นสัน ประทับนั่งเหนือฐานที่เว้าเป็นร่อง แต่มีลักษณะที่แตกต่างอย่างชัดเจนก็คือ พระพักตร์เป็นรูปไข่ซึ่งเป็นอิทธิพลของศิลปะสุโขทัย และพระรัศมีที่เป็นเปลวเพลิงสูงมาก
จากศิลปะอู่ทองยุคกลางที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นงดงาม ได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับArtmuletสู่การรังสรรค์สร้าง พระพุทธญาณมุนีอู่ทองสุวรรณภูมิ ขึ้น ด้วยการถ่ายทอดศิลปะอู่ทองยุคกลางที่ตรงตามพระพุทธลักษณะ คือพระพักตร์เป็นสี่เหลี่ยมเคร่งขรึมอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ พระขนงเป็นรูปปีกกา แถบไรพระศกเป็นเส้นคั่นระหว่างพระเกศากับพระนลาฏ ขมวดพระเกศาเล็กเป็นหนามขนุน พระอุษณีษะเป็นตุ่มกลมเสมอ พระรัศมีเป็นเปลวเพลิง องค์พระแข็งตรง ครองจีวรห่มเฉียง สังฆาฏิเป็นแถบยาวจรดพระนาภีปลายเป็นเขี้ยวตะขาบ พระหัตถ์แข็งปลายองคุลีไม่เสมอกัน ประทับนั่งสมาธิราบเหนือฐานที่เว้าเป็นร่องเปรียบประดุจเป็นฐานสำเภาที่ถือเป็นสัญญะที่ดีอันมีนัยยะแสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองมั่นคงสถาพรดั่งพระนามว่าอู่ทองสุวรรณภูมิ
สำหรับท่านที่สนใจประติมากรรมพระพุทธญาณมุนีอู่ทองสุวรรณภูมิ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Inbox: Artmulet
OfficialLine ID: @artmulet
เว็บไซต์:www.artmulet.com
และที่วัดขุนอินทประมูล จ.อ่างทอง T.0925577511


