เมื่อศุกร์ 30 มกราคมนี้ ก.ยุติธรรมสหรัฐฯ ได้นำเอกสารกว่า 3 ล้านหน้า และภาพอีกมากมายรวมทั้งวิดีโอและอีเมลอีกมหาศาล ออกมาเผยแพร่แก่สาธารณชนตามกฎหมายที่ผ่านสภาฯ มาแล้ว (ซึ่งเป็นผลจากแรงกดดันจากทั้งสองพรรคใหญ่ในสภาฯ) โดยปธน.ทรัมป์ ก็ต้องยอมจำนนที่ต้องส่งสัญญาณให้ สส./สว.ของพรรครีพับลิกันให้ยกมือให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาฯ (ทั้งๆ ที่ทรัมป์ได้พยายามยื้อมานานถึง 1 ปีเต็ม)
เอกสารและข้อมูลมหาศาลนี้ แน่นอนมีการขีดคาดดำเพื่อปกปิดชื่อบางคนหรือประโยคบางอันที่อาจก่อความเสียหายแก่ชีวิตบุคคลผู้นั้น...แต่ก็มิวายเปิดเผยชื่อเหล่าเหยื่อการค้ามนุษย์ของเจ้าพ่อวิปริตทางเพศ เจฟฟรีย์ เอปสตีนในขณะที่เหยื่อเหล่านี้ยังเป็นเด็กหรือผู้เยาว์ (อายุไม่ถึง 18 ปี)-ซึ่งเหล่าเหยื่อที่มีจำนวนมากมายเป็นหลายร้อยคนนี้ ก่อนหน้านี้ได้รวมตัวกันกดดันให้เปิดเผยแฟ้มนี้ออกมา-แต่เหยื่อบางคนก็คาดว่า ทางก.ยุติธรรมจะปกปิดชื่อหรือหน้าตาของพวกเธอในตอนที่เป็นผู้เยาว์...เพราะพวกเธอขณะนี้ได้รวมตัวกันเป็นโจทก์ฟ้องทั้งกองมรดกของเอปสตีน รวมทั้งแฟนสาวของเอปสตีนคือ กิเลน แมกซ์เวลล์ ที่เป็นผู้ล่าเหยื่อเหล่านี้มาขายกามแก่ลูกค้าของเอปสตีน
ที่สำคัญคือ เหล่าเหยื่อ (ที่ตอนนี้มีอายุราว 40 ปี) ต้องการให้ศาลลงโทษผู้กระทำผิดในข้อหาค้ามนุษย์ และบังคับให้พวกเธอขายกามในขณะเป็นผู้เยาว์...ซึ่งจะรวมถึงเหล่าลูกค้าของเอปสตีน ซึ่งเป็นผู้ทรงอิทธิพลของสหรัฐฯ และของประเทศอื่นๆ เช่น อังกฤษหรืออิสราเอล เป็นต้น
การปล่อยให้ชื่อของพวกเธอบางคนออกมาในแฟ้มที่เปิดเผยนี้ ก็คือ ก.ยุติธรรมและปธน.ทรัมป์ จงใจแก้แค้นเหล่าเหยื่อ ที่ได้ดำเนินการฟ้องศาล รวมทั้งได้กดดัน สส./สว.รีพับลิกันให้ผ่านกฎหมายฉบับนี้ออกมานั่นเอง
การเปิดเผยข้อมูลบางส่วนจากแฟ้มที่เผยแพร่ในครั้งแรก (ก่อนหน้าที่จะออกมาเป็นกฎหมาย) เมื่อปลายปีที่แล้ว ได้เน้นเปิดเผยลูกค้าเอปสตีนที่เป็นผู้มีอิทธิพลของฝ่ายเดโมแครต เช่น ภาพปธน.คลินตัน ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงของเอปสตีนหลายครั้ง รวมทั้งอดีต รมต.คลังสมัยคลินตันคือ ศ.ลอว์เรนซ์ ซัมเมอร์ส ซึ่งต่อมาได้เป็นอธิการบดีม.ฮาร์วาร์ด
ครั้งนั้นส่งผลให้ศ.ซัมเมอร์สถูกกดดันให้ต้องประกาศลาออกจากตำแหน่งในมูลนิธิหลายแห่ง เพราะถ้ายังดำรงตำแหน่งอยู่ก็จะทำให้ผู้บริจาคเงินเข้ามูลนิธิจะต่อต้านที่จะบริจาคเงิน...จนถึงถูกกดดันให้ลาออกจากการสอนที่ฮาร์วาร์ดด้วยซ้ำ...เพราะมีเอกสารการติดต่อระหว่างตัวเขากับเอปสตีน แม้หลังจากเอปสตีนถูกศาลตัดสินจำคุก 18 เดือนจากความผิดล่อลวงค้ามนุษย์ และการชำเราผู้เยาว์แล้วแต่ศ.ซัมเมอร์สก็ยังไม่เลิกติดต่อกับเอปสตีน
ฝ่าย Duke of York ก็ถูกพระเจ้าชาร์ลส์ถอดอิสริยยศจากเจ้าชายกลายมาเป็นสามัญชนนายแอนดรูว์ เมาท์แบตเทน วินด์เซอร์ และถูกให้อพยพออกจากพระราชวัง
สำหรับครั้งนี้ อดีตชายาของเจ้าชายแอนดรูว์ จะโดนหนักมาก...เธอคือ อดีตดัชเชสซาราห์ เฟอร์กูสัน (ที่ปชช.เรียกเธอว่า เฟอร์กี้) ซึ่งก็เช่นเดียวกับศ.ซัมเมอร์ส...ยังคงติดต่อใกล้ชิดขอคำปรึกษาแนะนำจากเอปสตีน แม้หลังจากเขาเข้าไปติดคุกในครั้งแรกเมื่อปี 2008 และออกมาจากคุกแล้ว
สมาคมและมูลนิธิที่เฟอร์กี้เคยเป็นองค์อุปถัมภ์ เช่น รพ.เด็กต่างๆ, มูลนิธิรักษามะเร็งในเด็ก ฯลฯ จำนวนหลายสิบองค์กร ต่างขอให้เธอลาออกจากเป็นประธานหรือกรรมการ เพราะกลัวองค์กรของตนจะถูกคว่ำบาตรจากผู้ประสงค์จะบริจาคเงินนั่นเอง
ด้านท่านลอร์ด Peter Mandelson อดีตรมต.สมัยนายกฯ กอร์ดอน บราวน์ และที่ปรึกษาของอดีตนายกฯ โทนี แบลร์ รวมทั้งเป็นสมาชิกสภาขุนนางในปัจจุบัน (จากพรรคแรงงาน) และล่าสุดเป็นผู้ที่นายกฯ เคียร์ สตาร์เมอร์ ส่งไปเป็นเอกอัครราชทูตสำนักเซนต์เจมส์ประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพราะท่านลอดร์ดคนนี้มีทั้งวาทศิลป์และคอนเนกชันกับเหล่าคนสำคัญของสหรัฐฯ โดยเฉพาะกับปธน.ทรัมป์ เพราะทั้งคู่ก็เป็นมิตรสหายสนิทของเอปสตีน!! เมื่อกว่า 20 ปีมาแล้ว
ท่านลอร์ดแมนเดลสัน ทำภารกิจสำเร็จดียิ่ง เพราะทำให้ปธน.ทรัมป์ ยอมลงนามอัตราภาษีตอบโต้ Tariffs แก่อังกฤษ เป็นประเทศแรกทีเดียว…แต่พอแฟ้มนี้เปิดโปงออกมาในครั้งแรก ว่าท่านลอร์ดแมนเดลสันลงทุนเขียนการ์ดอวยพรวันเกิดเอปสตีนอายุครบ 50 ด้วยข้อความยาวถึง 50 หน้า (มีรูปวาดประกอบด้วย)...ซึ่งใน Scrapbook ของเอปสตีนที่เก็บไว้อย่างดีกับการ์ดอวยพรวันเกิด-ก็มีลายมือภาพวาดของทรัมป์ที่เป็นโครงร่างสรีระเปลือยของผู้หญิงพร้อมคำอวยพรวันเกิด...ซึ่งนสพ.วอลล์สตรีทเป็นเจ้าแรกที่เอารูปมาเผยแพร่ และทรัมป์ปฏิเสธว่าไม่ใช่ลายมือของเขา และฟ้องวอลล์สตรีทถึง 10,000 ล้านเหรียญ ว่าเป็นการหมิ่นประมาท
ทรัมป์บอกทันทีหลังภาพลายมือเขียนของเขาออกมาว่า เขาไม่รู้จักมักคุ้นกับท่านลอร์ดแมนเดลสัน!! ซึ่งนายกฯ สตาร์เมอร์ได้ปลดท่านลอร์ดออกจากตำแหน่งเอกอัครราชทูตประจำวอชิงตันทันที
การเปิดเผยแฟ้มในครั้งนี้ ยังมีข้อมูลติดต่อตั้งแต่สมัยท่านลอร์ดเป็นรมต.ของนายกฯ กอร์ดอน บราวน์ ซึ่งพัวพันถึงข้อมูลที่ Sensitive ของรัฐบาลอังกฤษในช่วงนั้นด้วย...ทำเอามีหลายพรรครวมทั้ง สส.ของพรรคแรงงานที่ท่านลอร์ดเองสังกัดเป็นสมาชิกอยู่...ได้ยื่นเรื่องถึง Scotland Yard ให้สอบสวนการกระทำของท่านลอร์ดที่เข้าข่ายผิดกฎหมายอย่างรุนแรง…ท่านลอร์ดก็เลยตัดสินใจรีบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคแรงงาน และจากการเป็นสมาชิกในสภาขุนนางด้วย...และคงต้องไปพิสูจน์กันต่อในศาลต่อความผิดร้ายแรงที่ได้เกิดขึ้นจากแฟ้มเอปสตีนที่เพิ่งถูกเปิดเผยออกมา
อดีตนายกฯ กอร์ดอน บราวน์ ก็ไม่สามารถจะนิ่งเฉยอยู่ได้...ได้ทำหนังสือให้ทางหน่วยสันติบาลอังกฤษเร่งสอบสวนหาความจริงโดยเร็วที่สุด
ยังมีนายอีลอน มัสก์ ที่ได้มีการเขียนติดต่อกับนายเอปสตีนมากมาย ในหลายๆ เรื่องซึ่งนายมัสก์ออกมาแถลงว่าเขาแค่ติดต่อทางอีเมล แต่เขาไม่เคยไปเที่ยวเกาะสวรรค์ของนายเอปสตีน หรือเคยไปร่วมงานเลี้ยงที่นายเอปสตีนจัดขึ้นที่นิวยอร์ก, ฟลอริดาหรือที่เบอร์มิวดา-ก็คงต้องดูต่อไปว่า จะมีหลักฐานเพิ่มเติมออกมาอีกหรือไม่
ด้านมหาเศรษฐีแสนล้านผู้ก่อตั้งและถือหุ้นใหญ่ไมโครซอฟท์ จะโดนหนักหน่อยในการเปิดแฟ้มครั้งหลังสุดนี้ เพราะมีหลักฐานการติดต่อระหว่างนายเกตส์กับเอปสตีนแม้หลังจากนายเอปสตีนไปติดคุกมาแล้วในรอบแรก (ปี 2008)...โดยมีทั้งรูปนายเกตส์ยืนคู่กับผู้หญิงที่ปิดคาดดำ...เข้าใจว่าเป็นผู้หญิงรัสเซียที่นายเอปสตีนเขียนบันทึกว่า เขาจะจัดหาแนะนำผู้หญิงรัสเซียให้แก่นายเกตส์ตามที่นายเกตส์เจาะจงมา
นายเอปสตีนจะมี CCTV ติดตั้งกล้องไว้ถี่มากที่คฤหาสน์ยักษ์ของเขาที่นิวยอร์ก, ที่ฟลอริดา และที่เกาะสวรรค์ของเขา ซึ่งจะมีภาพจากกล้องเหล่านี้อยู่ในห้องที่เป็นศูนย์รักษาความปลอดภัย และเขาใช้ถ่ายภาพเอาไว้แบล็กเมล์ เหล่าแขกและลูกค้าที่มาร่วมงาน
รวมทั้งการเขียนอีเมลของเขาที่ส่งถึงตัวเขาเองเพื่อเป็นบันทึกช่วยจำกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เขาติดต่อกับผู้คนทั้งหลาย (ส่วนใหญ่เป็น VVIP ทั้งนั้น)
หนึ่งในบันทึกนี้ เขาพูดถึงนายเกตส์ได้ขอชื่อยาปฏิชีวนะและคำแนะนำที่นายเกตส์ได้ติดโรคผู้หญิงมาจากผู้หญิงรัสเซียที่ได้ไปมีเพศสัมพันธ์ด้วย และคำแนะนำที่นายเกตส์จะแอบนำยาปฏิชีวนะนี้ไปปนกับอาหารของภรรยาของนายเกตส์คือ เมลินดา (คงกลัวภรรยาจะเกิดโรคจากการสำส่อนของเขา) เพื่อให้ภรรยาได้รับประทานยาโดยไม่รู้ตัว!!
การสางข้อมูลจากเอกสารกว่า 3 ล้านแผ่น และรูปและวิดีโอมากมายครั้งนี้มีข้อสังเกตว่า อดีตนายกฯ อิสราเอล นายเอฮุด บารัค กลับไม่มีข้อมูลใดๆ ออกมาเลย ทั้งๆ ที่มีรูปนายเอฮุด ได้ร่วมงานกับนายเอปสตีนอยู่บ้าง (ภาพเคยปรากฏในสื่ออื่น)
ซึ่งนักวิเคราะห์ของอิหร่านบางคนได้ฟันธงว่านายเอปสตีนเป็น Agent ของ Mossad และทำงานร่วมกับซีไอเอโดยแขกมางานเลี้ยงของเขาก็จะมีข้อมูลลับดีๆ ส่งต่อไปยังอิสราเอลด้วย


