xs
xsm
sm
md
lg

ทรัมป์ผลักยุโรปเข้าหาจีนและอินเดีย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: อ.สุดาทิพย์ จารุจินดา อินทร


เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก
แม้จะเป็นมหามิตร ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกมาแต่ไหนแต่ไร โดยเฉพาะเป็นมิตรร่วมรบสู้กับทรราชฮิตเลอร์ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง สังเวยชีวิตทหารยุโรปตายเป็นเบือเคียงบ่าเคียงไหล่ทหารสหรัฐฯ

ตลอดช่วงสงครามเย็น ที่ยุโรปเลือกอยู่ข้างสหรัฐฯ ในการปิดล้อมสหภาพโซเวียต เพราะมีอุดมการณ์และค่านิยมเชิดชูประชาธิปไตยเหมือนกัน จนนำไปสู่การกดดันทำลายกำแพงเบอร์ลิน และทำให้ประชาธิปไตยเบ่งบานในโลกเสรีนิยม โดยมีสหรัฐฯ เป็นมหาอำนาจเดียวครอบยุโรปเอาไว้

พี่ใหญ่สุดของยุโรปคือ เยอรมนีถูกปลดอาวุธหลังฮิตเลอร์ถูกปราบสิ้นฤทธิ์ และทำให้เยอรมนีไม่สามารถมีกองทัพที่เกรียงไกร เฉกเช่นเดียวกับญี่ปุ่นที่ถูกปลดอาวุธหลังแพ้สงครามมหาเอเชียบูรพาในสงครามโลกครั้งที่สอง โดยทั้งสองประเทศหันมาฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างเข้มข้นจนกลับมายิ่งใหญ่ด้านเศรษฐกิจ และพึ่งพิงกองทัพสหรัฐฯ เป็นเกราะคุ้มกันด้านความมั่นคง-รวมทั้งประเทศอื่นๆ ในสหภาพยุโรปก็พึ่งพิงเกราะกำบังด้านความมั่นคงจากสหรัฐฯ จนกองทัพของตนเองดูจะ “อ่อนปวกเปียก” อย่างที่ทรัมป์ได้พูดเหยียดหยามเร็วๆ นี้

การสยายอิทธิพลไปครอบงำหรือครอบครองประเทศอ่อนแอทั่วโลกของสหรัฐฯ ทำให้ชาวอเมริกันครึ่งค่อนประเทศมองว่า สหรัฐฯ นำความมั่งคั่งของสหรัฐฯ ไปเจือจานเผื่อแผ่ไปทั้งโลก แต่ได้ละทิ้งคนอเมริกันค่อนประเทศให้จมปลักอยู่กับความยากจนต้องกลายเป็นคนไร้บ้านเป็นล้านๆ คน สิงสถิตอยู่ตามเมืองใหญ่ๆ อย่างไร้การศึกษา, ไร้การรักษาพยาบาล, ไร้งานที่มีศักดิ์ศรี และทำให้มนุษย์ที่สำคัญตนผิดว่าเป็นพันธุ์พิเศษที่พระเจ้าได้เลือกสรรให้มาเกิดเป็นผู้จะกอบกู้ชาวอเมริกัน (ผู้ยากไร้) ให้ลืมตาอ้าปากได้-(แนวคิดเดียวกับทรราชฮิตเลอร์นั่นเอง)-ทำให้ทรัมป์ได้รับเลือกตั้งมาในสมัยแรก และสามารถชนะการเลือกตั้งเข้ามาในสมัยที่สอง หลังจากแพ้ไบเดนไปก่อน-โดยเขาไม่ยอมรับว่าเขาแพ้ไบเดน หากแต่ว่าถูกโกงการเลือกตั้งต่างหาก

การเข้ามาบริหารครั้งที่สองของทรัมป์ ได้เตรียมจัดวาระการบริหาร (ไว้ก่อนชนะการเลือกตั้ง) อย่างแน่นขนัด โดยนำเอานโยบายแข็งกร้าวที่เคยวางไว้ในสมัยที่ 1 แต่ยังทำไม่สำเร็จ มาจัดเรียงเต็มที่ อย่างที่โครงการ 2025 ได้ประกาศ manifesto เอาไว้

หนึ่งในนั้นคือ สหรัฐฯ ต้องเข้าครอบครองเกาะยักษ์กรีนแลนด์ ที่อยู่ภายใต้เดนมาร์ก ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงและด้านทรัพยากรมหาศาลที่สหรัฐฯ จะตักตวงมาใช้ (เช่น แร่หายาก เป็นต้น)

การแถลงที่ดาวอสของทรัมป์ทำเอายุโรปโล่งอกไปได้บ้าง โดยทรัมป์แถลงว่า จะไม่ใช้ “กำลังทหาร” ในการเข้าครอบครองกรีนแลนด์...ซึ่งนักวิเคราะห์เด่นๆ ของโลกเช่น (ศ.จอห์น เมียรไชเมอร์ หรือศ.เจฟฟรีย์ แซคส์) ต่างดาหน้ากันออกมาสรุปก่อนแล้วว่า ทรัมป์ฉลาดพอที่จะไม่เสียท่าเข้าไปจมปลักอยู่ในสงคราม โดยส่งกองกำลังสหรัฐฯ เข้าไปรบภาคพื้นดินแบบที่แพ้ที่เวียดนาม หรืออัฟกานิสถานหรือที่สร้าง Failed State มาแล้วที่อิรักและลิเบีย

ที่ทรัมป์ยอมถอยหรือผ่อนปรนลงมาบ้างเรื่องกรีนแลนด์ ก็ด้วยสองเหตุผลหลักคือ ตลาดหุ้นที่นิวยอร์กตกระเนนระนาด ดัชนี Dow ร่วงถึง 870 จุด รวมทั้ง S&P และ NASDAQ ก็ดิ่งลง หลังจากทรัมป์ประกาศ จนทำให้หุ้นดิ่งว่า เขาจะเข้าครอบครองกรีนแลนด์ให้ได้ด้วยวิธีการทุกรูปแบบ รวมถึงการใช้กำลัง โดยบอกว่า ถ้าสหรัฐฯ ไม่เข้าครอบครองกรีนแลนด์ขณะนี้ ก็จะเกิดอันตรายด้านความมั่นคงต่อสหรัฐฯ เพราะทั้งรัสเซียและโดยเฉพาะจีนจะเข้าครอบครองกรีนแลนด์แน่ๆ โดยมีเรือจีนคอยสอดแนมป้วนเปี้ยนอยู่แถบนั้นแล้ว ทั้งๆ ที่จีนไม่อยู่ติดกับขั้วโลกเหนือ-ที่หิมะกำลังละลาย และเปิดน่านน้ำให้มีการคมนาคมและกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สหรัฐฯ ต้องเข้าไปช่วงชิงมาให้ได้

วันที่หุ้นนิวยอร์กดิ่ง เป็นวันอังคารที่ 20 มกราคม(ตลาดปิดทำภายในวันจันทร์ที่ 19 มกราฯ ในโอกาสวันหยุดระลึกถึงดร.มาร์ติน ลูเธอร์ คิง) ที่เปิดตลาดวันแรกของสัปดาห์...และเป็นวันครบรอบ 1 ปีการสาบานตนเข้าดำรงตำแหน่งปธน.ของทรัมป์ ซึ่งทำให้เขาเสียหน้ามาก แต่ก็ไม่วายไปคุยโม้ในสุนทรพจน์ที่ดาวอสว่า เขาสามารถทำให้ดัชนีดาวโจนส์ทำลายสถิติถึง 53 ครั้งในปี ’25-เพื่อกลบความเสียหน้าที่หุ้นดิ่งวันครบรอบ 1 ปีเข้ารับตำแหน่ง

พร้อมๆ กับความนิยมต่อปธน.ทรัมป์ในโพลต่างๆ ที่ทำในโอกาสครบรอบ 1 ปีเข้ารับตำแหน่ง ปรากฏว่า ดิ่งลงเหมือนดัชนีดาวโจนส์ทีเดียวคือ เหลือแค่ 35-39% และประชาชนอเมริกันส่วนใหญ่ถึง 70% กว่า ไม่เห็นด้วยที่สหรัฐฯ จะเข้าครอบครองเกาะกรีนแลนด์-แม้ทรัมป์จะมีเหตุผลใหม่ด้านความมั่นคงว่า-จะเป็นที่ตั้งของฐานที่มั่นที่จะจัดตั้ง Golden Dome เพื่อมาสกัดขีปนาวุธ (วิสัยไกล) ที่จะยิงเข้าสหรัฐฯ ผ่านทางกรีนแลนด์

สำหรับเหตุผลสำคัญที่สุดที่เขาถอย (ตามสไตล์ TACO ของเขา) ก็เพราะทางสหภาพยุโรปออกอาวุธแข็งกร้าวระดับ Nuclear Option (หรือบางคนเรียกว่าเป็นระดับระเบิดปืนใหญ่ Bazooka) ที่จะตัดความสัมพันธ์ทางการค้าทุกรูปแบบกับสหรัฐฯ ทีเดียว ไม่ว่าสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ จะโดนกำแพงภาษีนำเข้าอย่างสุดโหด หรือจำกัดสินค้าหลายชนิดต้องมีเพดานนำเข้า รวมทั้งการห้ามเข้าประมูลงานทุกชนิดในสหภาพยุโรป และห้ามการลงทุน (FDI) จากสหรัฐฯ เข้าสู่ยุโรป

ที่สำคัญคือ ยุโรปจะเทขายพันธบัตรสหรัฐฯ ซึ่งมีมูลค่ารวมกันถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์อีกด้วย

กองทุนบำเหน็จบำนาญเดนมาร์กก็ออกมาประกาศนำร่อง จะเทขายทันทีพันธบัตรอเมริกันมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ ภายใน 31 มกราคมนี้ และกองทุนความมั่งคั่ง (SWF) ของหลายประเทศในยุโรปเหนือก็ประกาศจะทำตามทันที

ขณะที่ทรัมป์บิดเบือนกลบเกลื่อนการต้องยอมถอยต่อการเข้าครองกรีนแลนด์ด้วยกำลัง แม้จะเฉไฉแถลงว่า เลขาธิการนาโตยอมให้ทรัมป์เข้าขยายกองกำลังทหารสหรัฐฯ ได้อย่างไม่อั้น (เคยทำสัญญากับเดนมาร์กเอาไว้ตั้งแต่ 1951 ว่าจะเปิดกรีนแลนด์ให้กองทัพสหรัฐฯ ตั้งฐานทัพได้ไม่จำกัด) และ Rights to Minerals (สิทธิครอบครองแร่ธาตุต่างๆ) ในกรีนแลนด์อย่างไม่จำกัดเช่นกัน เป็นการทดแทนที่เขาไม่ส่งกองกำลังเข้าบุกกรีนแลนด์ (ซึ่งจะต้องปะทะกับกองกำลังนาโต-ที่ประเทศยุโรปจะต้องส่งเข้ามาช่วยเดนมาร์กตามมาตรา 5)…รวมทั้งการทำพิธีจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อสันติภาพกลบเรื่องกรีนแลนด์

การที่เดนมาร์กและประเทศสมาชิกนาโตอื่นๆ (นอกจากสหรัฐฯ) เพิ่งตื่นขึ้นมาพิทักษ์อธิปไตยของเดนมาร์กและกรีนแลนด์ก็เพราะภัยได้มาถึงบ้านตนเองนั่นแหละ...เพราะมัวแต่ยอมหมอบราบให้กับสหรัฐฯ มาตลอด แม้สหรัฐฯ จะละเมิดกติกาของสหประชาชาติที่ใช้กำลังบดขยี้อธิปไตยและดินแดนของประเทศต่างๆ ในสมัยของทรัมป์ 2.0 นี่แหละ

ในการร่วมมือกับกองทัพอิสราเอลกระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่กาซาถึง 2 ปี โดยฆ่าเด็กและผู้หญิงตายเป็นแสน และกำลังจะกวาดล้างชาวปาเลสไตน์ให้ออกไปจากดินแดนทองคำติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแห่งนี้ ซึ่งยุโรปรวมทั้งรัฐบาลเดนมาร์กได้นิ่งเฉยไม่ได้ออกมาต่อต้านสหรัฐฯ และอิสราเอลแต่อย่างใด เพียงแต่ตอกตะปูประณามการกระทำของฮามาสในวันที่ 7 ตุลาคม เมื่อปี ’23

สหรัฐฯ ร่วมมือสนับสนุนอิสราเอลถล่มดินแดนตอนใต้ของเลบานอน จนผู้นำเฮซบอลเลาะห์ตายไปหลายคน
สหรัฐฯ ร่วมกับอิสราเอลถล่มอิหร่านในสงคราม 12 วันโดยทูตเดนมาร์กประจำยูเอ็นมาออกแถลงการณ์ร่วมกับผู้นำยุโรปว่า ขอให้อิหร่านอดกลั้น (ให้ถูกถล่มด้วยอาวุธสงครามในดินแดนอิหร่าน) แทนที่จะห้ามปรามสหรัฐฯ และอิสราเอลให้อดกลั้น!!

นี่เป็นเพียงตัวอย่างที่ยุโรปยอมศิโรราบให้ทรัมป์ละเมิดอธิปไตยของประเทศต่างๆ รวมทั้งการบุกลักพาตัวปธน.มาดูโรที่เวเนซุเอลาด้วย...จนอันธพาลทรัมป์กล้ามโตและถึงพร้อมบุกกรีนแลนด์เพื่อครอบครองดินแดนนั่นเอง

คำขู่ทรัมป์จะขึ้นภาษีนำเข้า 100% แก่ประเทศยุโรปที่ออกมาขัดขวางการบุกกรีนแลนด์ของเขา ทำเอาประเทศในสหภาพยุโรป รวมทั้งอังกฤษต่างรีบแจ้นบินด่วนไปเจรจาเปิดการค้ากับจีนและอินเดียอย่างไม่เคยมีมาก่อน นั่นคือ ทรัมป์ผลักยุโรปเข้าหาจีนและอินเดียอย่างที่ทรัมป์อาจไม่คาดคิดมาก่อน


กำลังโหลดความคิดเห็น