คอลัมน์ศิลปะแห่งศรัทธา
โดย Artmulet
ความเชื่อเรื่อง “พระเจ้าจักรพรรดิราช” หรือ “พระราชาธิราช ผู้เป็นใหญ่กว่าราชาทั้งปวง” เป็นความคิดที่เห็นได้ทั้งในศาสนาพุทธและศาสนาพราหมณ์ โดยเริ่มปรากฏในวัฒนธรรมของศาสนาพราหมณ์มาก่อนที่พุทธศาสนาจะถือกำเนิดขึ้น แต่คติความเชื่อนี้กลับถูกเน้นให้เห็นถึงความสำคัญ และแพร่หลายโดยศาสนาจารย์ คัมภีร์ รวมถึงอรรถกถาฎีกาจากทางพุทธศาสนาที่ได้ยกฐานะแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้เทียบเคียงกับองค์พระเจ้าจักรพรรดิราชจากฐานความคิดที่ว่าบุรุษทั้งสองนั้น ถือกำเนิดเป็นมหาบุรุษผู้เพียบพร้อมไปด้วยมหาปุริสลักษณะ ๓๒ ประการ อีกทั้งยังเปี่ยมไปด้วยบุญบารมีอันสูงสุดประดุจเดียวกัน
คติทางพุทธศาสนามีการอ้างอิงว่าผู้ที่สั่งสมบุญทานบารมี ปฏิบัติธรรมจนบรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว จะสามารถเลือกได้ว่าจะไปเกิดเป็นศาสดาเอกของโลกซึ่งก็คือพระพุทธเจ้า หรือจะไปเกิดเป็นพระจักรพรรดิราชผู้ยิ่งใหญ่ในทางโลก โดยพระพุทธเจ้าก็คือที่สุดแห่งทางธรรม และพระจักรพรรดิราชก็คือที่สุดแห่งทางโลก ซึ่งอุดมคติทั้งสองแนวทางนี้เปรียบเสมือนที่สุดแห่งทางทั้งสองที่มีสถานะเทียบเคียงกัน ดังนั้นพระพุทธเจ้าจึงเป็นดั่งมหาจักรพรรดิราชผู้ยิ่งใหญ่ที่อยู่เหนือกษัตริย์ทุกพระองค์ในสากลจักรวาล
ตำนานในพระพุทธศาสนาที่กล่าวถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นพระจักรพรรดิราชมาจากเรื่อง ชมพูบดีวัตถุหรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่ามหาชมพูบดีสูตรที่ถูกพบในคัมภีร์ของนิกายมหายาน เดิมเป็นภาษาสันสกฤตแล้วนำมาแปลเป็นภาษาบาลี ภายหลังพระสูตรนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในสมัยอยุธยา และต่อเนื่องมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ โดยเล่าถึงเรื่องราวของ ท้าวชมพูบดีกษัตริย์แห่งปัญจาละนคร ที่พรั่งพร้อมไปด้วยอิสริยยศ กรอปด้วยอำนาจบารมี แต่เป็นผู้ที่มีความปรารถนาอยากจะเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่และอยู่เหนือกษัตริย์ทั้งปวงในชมพูทวีป อยู่มาวันหนึ่งท้าวชมพูบดีได้ทอดพระเนตรเห็นว่ากรุงราชคฤห์แคว้นมคธมีความเจริญรุ่งเรืองยิ่ง จึงได้คุกคามบังคับพระเจ้าพิมพิสารกษัตริย์แห่งแคว้นมคธให้ตกมาอยู่ภายใต้พระราชอำนาจของพระองค์
เมื่อพระพุทธองค์ทรงทราบความก็หมายที่จะปราบท้าวชมพูบดีให้สิ้นฤทธิ์เดช จึงได้เนรมิตกายของพระองค์เองให้เป็นดั่งพระจักรพรรดิราชซึ่งก็คือราชาเหนือราชาทั้งปวง และได้เนรมิตวัดเวฬุวันให้เป็นนครหลวงที่งดงามดั่งเมืองสวรรค์ แล้วให้พระอินทร์จำแลงกายเป็นราชทูตไปเชิญกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ให้มาเข้าเฝ้าพระองค์ เมื่อท้าวชมพูบดีเสด็จมาถึงได้ทอดพระเนตรเห็นพระจักรพรรดิราชที่ทรงเครื่องราชาภรณ์ พร้อมกับเห็นถึงความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ของมหานครแห่งนี้แล้ว จึงได้คลายความถือดีของตนเองลง หลังจากนั้นพระพุทธองค์จึงได้ทรงบันดาลให้ทุกสิ่งที่เนรมิตไว้กลับคืนสู่สภาพดังเดิม ทั้งยังได้ทรงแสดงธรรมเทศนาจนพระยาชมพูบดีนั้นสิ้นทิฐิมานะ และขอบรรพชาอุปสมบทเป็นพระสาวกในพุทธศาสนา ในเวลาต่อมาจึงได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
พระพุทธรูปทรงเครื่องอย่างจักรพรรดิราชในยุคสมัยอยุธยาและยุคสมัยปัจจุบัน ต่างก็ได้รับอิทธิพลความเชื่อมาจากเรื่องท้าวมหาชมพูบดีทั้งสิ้น พระพุทธรูปยืนทรงเครื่องนั้นจัดได้ว่าเป็นงานพุทธศิลป์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตน การสืบสานงานศิลป์ทั้งรูปแบบและคติการสร้างนี้ก็มีมาอย่างต่อเนื่อง ดังเช่นยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ก็มีการสร้างพระพุทธรูปยืนทรงเครื่องตามคติดังกล่าว เพื่อแทนองค์พระมหากษัตริย์ที่ได้ทรงสวรรคตไปแล้ว จากการที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ ได้โปรดให้สร้างพระราชอุทิศถวายสมเด็จพระบรมอัยกาธิราชและสมเด็จพระบรมชนกนาถ เช่น องค์พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ และองค์พระพุทธเลิศหล้านภาไลย ซึ่งเป็นพระพุทธรูปยืนทรงเครื่องอย่างจักรพรรดิราชปางห้ามสมุททั้งสององค์ โดยประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามหรือวัดพระแก้วในพระบรมมหาราชวัง
การสร้างพระพุทธรูปปางนี้ในอดีตถือเป็นความยากลำบาก เพราะต้องใช้ช่างผู้สร้างที่มีความชำนาญและมีความประณีตสูง เนื่องจากรายละเอียดที่มีมากกว่าพระพุทธรูปในปางอื่นๆ พระพุทธรูปยืนทรงเครื่องอย่างจักรพรรดิราชปางห้ามสมุทนั้น พุทธลักษณ์จะทรงยืนตรงยกฝ่าพระหัตถ์ทั้งสองตั้งขึ้นในระดับเสมอกับพระอุระ ทรงเครื่องราชาภรณ์ สวมมงกุฎยอดชัย และประดับด้วยเครื่องทรงอื่นๆอีก เช่น กรรเจียกจร กุณฑล กรองศอ ทับทรวง พาหุรัดกระหนกเหน็บ ทองพระกร ทองพระบาท ชายไหว ชายแครง ฉลองพระบาทเชิงงอน เป็นต้น โดย Artmulet ได้เคยจัดสร้าง พระพุทธมหาจักรพรรดิอมรรัตนศรีสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นพระพุทธยืนทรงเครื่องอย่างจักรพรรดิราชปางห้ามสมุทตามคติดังกล่าวมาแล้ว โดยการสร้างครั้งนั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากศิลปะแบบรัตนโกสินทร์ร่วมสมัย ที่ได้ให้ความสำคัญกับรายละเอียดขององค์พระในทุกมุมมอง เพื่อเผยแสดงให้เห็นถึงคุณค่าของงานพุทธศิลป์ที่จัดว่าเป็นงานศิลป์ชั้นสูงด้านจิตวิญญาณอย่างแท้จริง
สำหรับท่านที่สนใจประติมากรรมพระพุทธมหาจักรพรรดิอมรรัตนศรีสุวรรณภูมิ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Facebook Inbox: Artmulet
OfficialLine ID: @artmulet
เว็บไซต์:www.artmulet.com
และที่วัดขุนอินทประมูล จ.อ่างทอง T.0925577511


