xs
xsm
sm
md
lg

ระเบียบโลกได้ตายไปแล้ว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: อ.สุดาทิพย์ จารุจินดา อินทร


มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา
นั่นหมายถึงระเบียบโลกหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ที่เน้นความร่วมมือพยุหภาคีครั้งที่สองขนาดตั้งองค์การสหประชาชาติขึ้นมาเพื่อใช้เป็นเวทีแห่งการพูดจาลดความขัดแย้ง เพื่อไม่ให้เกิดแบบสงครามโลกอีก และยังมีองค์กรลดความขัดแย้งด้านการค้าเช่น ดับบลิวทีโอ

ยิ่งหลังสงครามเย็นสิ้นสุดลง สหรัฐฯ ก็กลายเป็นมหาอำนาจเดี่ยว ทั้งทางแสนยานุภาพการรบและทางเศรษฐกิจ ก็พยายามขยายอิทธิพลไปยังทวีปต่างๆ ทั้งตั้งกองบัญชาการทหารถึงเกือบ 800 แห่งทั่วโลก แม้จะใช้ผ้ายันต์ “ประชาธิปไตย” บังหน้าในการก่อสงครามหลายจุดเช่น ในเวียดนาม (หรือในอัฟกานิสถาน) เพื่อยันกับอิทธิพลของโซเวียต...แต่ในที่สุดก็แพ้ภัยตนเอง เพราะแรงต้านจากมหาประชาชนอเมริกันผ่านทาง สส., สว.ของเขา รวมทั้งการเดินขบวนประท้วงตามแคมปัสต่างๆ ทำให้กองทัพสหรัฐฯ ต้องถอนกำลังกลับบ้านตนเอง

สหรัฐฯ หันมาเน้นเรื่องประชาธิปไตย และสิทธิมนุษยชนเป็นซอฟต์เพาเวอร์ที่ทำให้โลกเคลิ้มไปด้วยกับการเลือกตั้ง...ขยาย G7 เป็น G8 มุ่งส่งเสริมการแข่งขันทางการค้าขายเฟื่องฟูทางเศรษฐกิจ

จนกระทั่งจีนได้ฟื้นเศรษฐกิจที่ได้หลับใหลไปเป็นศตวรรษ และกลับมายืนอยู่แนวหน้าเคียงบ่าเคียงไหล่เศรษฐกิจยักษ์ ทั้งสหรัฐฯ, อียู และญี่ปุ่น...พร้อมๆ กับแผนการที่พัฒนาเทคโนโลยีจนไล่กวดและกำลังจะแซงหน้าทั้งสหรัฐฯ และยุโรป

นำมาสู่ชัยชนะของทรัมป์ 1.0 ที่มองว่า จีนเป็นตัวปัญหาสร้างการตกงานที่สหรัฐฯ...รวมทั้งเป็นต้นเหตุแอบแพร่เชื้อโควิด เพื่อสกัดกั้นสหรัฐฯ ให้เติบโตช้าลง

สมัยสงครามโลกครั้งที่สองนั้น ทรราชฮิตเลอร์ได้ใช้กองกำลังอันเกรียงไกรของเขา บุกเข้ายึดครองยุโรปที่ต้องพ่ายแพ้แก่เขาประเทศแล้วประเทศเล่า ด้วยหลักการแบบที่ชาลส์ ดาร์วิน ได้ตั้งทฤษฎีไว้ว่า คนแข็งแรงกว่าจะชนะคนที่อ่อนแอกว่า โดยคนอ่อนแอหรือยืนที่อ่อนแอก็จะไม่สามารถอยู่รอดต่อไป

ขณะนี้ ทรัมป์ก็กำลังบูลลีทั้งประเทศในทวีปอเมริกา (ทั้งเหนือและใต้) รวมทั้งเกาะกรีนแลนด์ โดยประกาศก้องว่ายุโรปกำลังอ่อนแอสุดๆ จึงไม่ต้องเกรงใจความสัมพันธ์ที่ดีกับยุโรปอีกต่อไป เพราะถ้าไม่ได้กรีนแลนด์มาเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ จะเกิดความคุกคามต่อสหรัฐฯ ได้ ในเมื่อจีนและรัสเซียจะเข้าตะครุบเกาะกรีนแลนด์เอาไปจากยุโรปที่อ่อนแอ

ในวันแรกที่ประชุม World Economic forum 2026 ที่เมืองดาวอส นายกฯ มาร์ก คาร์นีย์ ได้ประกาศก้องว่า ระเบียบโลกได้ตายไปแล้ว ในเมื่อประเทศมหาอำนาจเดินหน้าขย้ำประเทศที่มีขนาดเล็กกว่าอย่างไม่มีความกระดากใจใดๆ ทั้งสิ้น โดยถือเป็นความชอบธรรมที่ไม่แยแสการวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ ทั้งสิ้น

เขาเสนอว่า ประเทศขนาดกลางแบบแคนาดา และขนาดเล็กจะต้องรวมตัวกันเพื่อช่วยกันร่วมปกป้องจากการถูกรังแกจากประเทศมหาอำนาจเกเรในโลกที่ไร้ระเบียบขณะนี้

แม้ไม่ได้ระบุชื่อประเทศมหาอำนาจ แต่ก็หมายถึงประเทศสหรัฐฯ ภายใต้จักรพรรดิทรัมป์จอมอันธพาลนั่นเอง

ซึ่งนายกฯ มาร์ก คาร์นีย์ ก็เพิ่งตัดสินใจเดินทางไปคืนดีกับปักกิ่ง หลังจากอดีตนายกฯ ทรูโด ของแคนาดาได้เคยตัดสินใจแสดงบทบาทเอาใจทรัมป์ 1.0 ด้วยการจับกุมผู้บริหารระดับสูงของบริษัทขนาดยักษ์ของจีน HUAWEI ซึ่งบังเอิญเป็นลูกสาวของผู้ก่อตั้งและถือหุ้นใหญ่ของบริษัทด้วย-ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างแคนาดาและจีนเสื่อมทรามลงมาหลายปี

การฟื้นฟูความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างมาร์ก คาร์นีย์ และปธน.สี จิ้นผิง นั้น เปิดทางให้ทั้งสองประเทศกลับมาเพิ่มพูนการค้าและการลงทุนอย่างมหาศาล ท่ามกลางทั้งสองประเทศถูกตั้งแง่ยกกำแพงภาษีนำเข้าสูงลิ่วจากสหรัฐฯ...และด้วยข้อกล่าวหาที่เกินเลยไปจากการค้าและการลงทุนคือ สารตั้งต้น Fentanyl ที่ทรัมป์ยกเอามาเป็นเครื่องต่อรองกดดันในทางการค้าด้วย

ก่อนที่นายกฯ มาร์ก คาร์นีย์ จะกล่าวปราศรัยที่ดาวอส ปธน.ทรัมป์ได้ถึงกับเขียนในโซเชียลมีเดียของเขาว่า ทั้งแคนาดาและกรีนแลนด์จะต้องเป็นของสหรัฐฯ โดยมีรูปแผนที่ทั้งแคนาดาและกรีนแลนด์มีธงผืนใหญ่ของสหรัฐฯ กางเต็มดินแดนทั้งสอง

เรื่องแผนที่ดินแดนทั้งสองมีธงสหรัฐฯ กางเต็มดินแดนนี้...ในทันทีที่ผู้นำมาดูโร แห่งเวเนซุเอลา ถูกบุกจู่โจมลักลอบนำออกมาจากเวเนซุเอลานั้น นายสตีเวน มิลเลอร์ (ตำแหน่งรอง Chief of Staff) ที่ทำเนียบขาว รวมทั้งภรรยาของเขา (ซึ่งทำงานที่ทำเนียบขาวเช่นกัน) ได้เขียนใน X โดยขึ้นแผนที่กรีนแลนด์มีธงสหรัฐฯ แผ่เต็มพื้นที่เกาะ และมีคำบรรยายภาพสั้นๆ ว่า…“Next” หรือกรีนแลนด์จะเป็นจุดต่อไปจากเวเนซุเอลา ที่ทรัมป์ได้เข้าไปเด็ดหัวผู้นำและเข้าครอบครองเบ็ดเสร็จ

ในครั้งนี้ที่ทรัมป์ระบายสีธงชาติสหรัฐฯ ครอบครองทั้งกรีนแลนด์ และแคนาดาก็หมายถึงตามลัทธิ “Donroe” ที่ทรัมป์เป็นใหญ่สุดในทวีปอเมริกา (ทั้งเหนือและใต้) แคนาดาก็จะต้องตกเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ (หรือจะเป็นรัฐที่ 53 ของสหรัฐฯ...ตามหลังเวเนซุเอลา และกรีนแลนด์!!)

ในปีนี้ ข้อตกลง US-M-CA (ซึ่งได้มีการเปลี่ยนแปลงจากข้อตกลง NAFTA) จะครบกำหนด 10 ปีหลังจากลงนามในสมัยทรัมป์ 1.0…ขณะนี้ดูท่าทีทรัมป์จะเหมาว่า ทั้งแคนาดาและเม็กซิโกจะเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ ไปแล้ว ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องมีข้อตกลงใหม่มาแทน US-M-CA ก็เป็นได้!!!

เพราะทรัมป์เคยพูดว่า ถ้าแคนาดาและเม็กซิโกไม่อยากโดนกำแพงภาษีสูงๆ ก็ง่ายนิดเดียว-มาอยู่เป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ ก็จะไม่มีกำแพงภาษีใดๆ!!

เป็นการแผ่รังสีอำมหิตไปยังดินแดนต่างๆ ที่มีแสนยานุภาพและขนาดเศรษฐกิจเล็กกว่าสหรัฐฯ

ก็ไม่ต่างกับที่ทรราชฮิตเลอร์ได้แผ่ขยายอาณาเขตรุกรานประเทศต่างๆ ในช่วงต้นสงครามโลกครั้งที่สอง

และเช่นที่เลขาธิการสหประชาชาติคนปัจจุบัน ได้พูดอย่างละเหี่ยใจว่า โลกขณะนี้ไร้ระเบียบสิ้นดี โดย Power of Law หรืออำนาจที่มีอยู่ตามกฎหมาย ไม่ใช่ Law of Powerหรือกฎหมายถูกเขียนตามอำนาจบาตรใหญ่ต่างหาก-แบบที่ทรัมป์ใช้อำนาจบาตรใหญ่เขียนกฎขึ้นมาตามใจตัวเองเท่านั้น


กำลังโหลดความคิดเห็น