xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

ปูมแซ่ของคนจีน (5)

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ตัวอย่างของศาลบรรพชนในมณฑลอานฮุย (ภาพ : วิกิพีเดีย)
ในความเป็นไป
วรศักดิ์ มหัทธโนบล
บันทึกการบูรณะศาลบรรพชนตระกูลลี่ และการฟื้นฟูพิธีเซ่นไหว้บรรพชนในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี

 ศาลบรรพชนของตระกูลลี่ในหมู่บ้านโซวเล่อเป็นศาลบรรพชนรุ่นที่ 6 ของตระกูลลี่ นั่นคือ ลี่ข่านกง (利侃公, Li Kangong) เนื่องจากในช่วงที่สังคมจีนเกิดปัญหาความวุ่นวายปั่นป่วนอันเนื่องมาจากการปฏิวัติวัฒนธรรมระหว่างค.ศ.1966-1976 (3) รวมทั้งมาตรการกำจัดซากเดนความคิดเก่าให้หมดไป (เฟ่ยจิ้ว) ป้ายบูชาบรรพชนที่ตั้งอยู่ในศาลบรรพชนทั้งหมดได้ถูกทำลายไปจนหมดสิ้น ทำให้ลูกหลานในรุ่นต่อ ๆ มาขาดข้อมูล ไม่สามารถทำการสืบค้นเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของต้นตระกูลครอบครัวของตนเองได้ 


นับตั้งแต่ประเทศจีนดำเนินนโยบายปฏิรูปและเปิดประเทศเป็นต้นมา ทำให้ลูกหลาน 3 คนของตระกูลลี่ที่พำนักอาศัยอยู่ที่ผินตง (Pindong) ในไต้หวันคือ ลี่หงไฉ (利鸿财, Li Hongcai) ลูกหลานตระกูลลี่รุ่นที่ 21, ลี่เอี๋ยนชุน (利炎村, Li Yancun) ลูกหลานตระกูลลี่รุ่นที่ 20 และลี่อี้ว์สุ่ย (利玉水, Li Yushui) ลูกหลานตระกูลลี่รุ่นที่ 19 ได้เดินทางกลับไปยังมาตุภูมิจีนแผ่นดินใหญ่ ทั้ง 3 คนนี้เป็นลูกหลานตระกูลลี่รุ่นที่ 16 ซึ่งได้อพยพย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่ผินตงในไต้หวัน

ลูกหลานเหล่านี้มีจิตใจที่รำลึกถึงบรรพชนที่อยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่ จึงได้เดินทางไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ถึง 2 ครั้งใน ค.ศ.1990 โดยกลับไปยังบ้านเกิดที่หมู่บ้านโซวเล่อเพื่อทำการค้นหารากเหง้าของต้นตระกูล แต่กลับพบว่า ศาลบรรพชนในหมู่บ้านได้ถูกทำลายจนเสียหายเกือบหมด แท่นบูชาบรรพชนทั้งแท่นหลักและแท่นรองล้วนหายสาบสูญไปจนสิ้น ทำให้ไม่สามารถค้นข้อมูลได้ว่าครอบครัวของตนสืบเชื้อสายมาจากไหน และควรอยู่ที่ศาลบรรพชนแห่งไหน

ลูกหลานซึ่งย้ายไปตั้งรกรากที่ไต้หวันเหล่านี้เมื่อเดินทางกลับมายังจีนแผ่นดินใหญ่ ได้พบเห็นว่า ตระกูลอื่น ๆ ได้เริ่มทำการบูรณะซ่อมแซมศาลบรรพชนขึ้นใหม่แล้วเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้เกิดความคิดที่จะทำการบูรณะซ่อมแซมศาลบรรพชนของตระกูลลี่ขึ้นมาใหม่บ้าง

นอกจากนี้ ยังมีลูกหลานในตระกูลลี่รุ่นที่ 18 อย่างเช่น ลี่ฝูเสียน (利福贤, Li Fuxian) ที่เป็นผู้อาวุโสของตระลี่ ลี่คุนเหลียน (利坤连, Li Kunlian) ลูกหลานในตระกูลลี่รุ่นที่ 19 ตลอดจนคนในตระกูลลี่ที่ค่อนข้างอาวุโสคนอื่น ๆ ได้ร่วมประชุมปรึกษาหารือกัน และมีการเสนอความคิดให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารศาลบรรพชนตระกูลลี่ขึ้น

ในที่สุด ได้มีการคัดเลือกและแต่งตั้งให้ลี่หงไฉ (利鸿财, Li Hongcai) ลี่อี๋ว์เซิง (利育声, Li Yusheng) ดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ ลี่ฝูเสียน (利福贤, Li Fuxian) รับผิดชอบงานของกรรมการบริหาร ลี่เซิ่งหง (利胜宏, Li Shenghong) รับผิดชอบงานฝ่ายบัญชี เซี่ยหลิงอวิ๋น (谢岭云, Xie Lingyun) รับผิดชอบด้านการเงิน

ลี่คุนเหลียน (利坤连, Li Kunlian) กับลี่ชิวจิ่น (利秋锦, Li Qiujin) รับผิดชอบด้านการก่อสร้าง ลี่เจี๋ยชาง (利捷昌, Li Jiechang) เป็นเลขานุการ

ส่วนกรรมการบริหารประกอบด้วยลี่เต๋อชิน (利德钦, Li Deqin) ลี่เต๋อซวง (利德双, Li Deshuang) ลี่เต๋ออวิ๋น (利德云, Li Deyun) ลี่จงไท่ (利忠泰, Li Zongtai) ลี่หยวน (利源, Li Yuan) กับลี่เต๋อชิง (利德清, Li Deqing) เป็นกรรมการบริหารกิตติมศักดิ์

โดยเริ่มดำเนินการในด้านการหาเงินทุนบริจาคเพื่อการบูรณะซ่อมแซมศาลบรรพชน ซึ่งนำโดยลูกหลานในตระกูลลี่รุ่นที่ 20 ลี่ยี่ว์เซิง (利育声, Li Yusheng) กับรุ่นที่ 21 ลี่หงไฉ (利鸿财, Li Hongcai) เป็นต้น โดยรับบริจาคจากสมาคมตระกูลลี่ในไต้หวัน และจากครอบครัวตระกูลลี่ในหมู่บ้านโซวเล่อ ได้เงินบริจาครวมทั้งสิ้นจำนวน 90,000 กว่าหยวน

ในเดือนเมษายน ค.ศ.1991 คนในตระกูลลี่จากไต้หวันนำโดยหลี่หงไฉกับเพื่อนพี่น้องในตระกูลลี่อีก 5 คน ได้รวบรวมส่งเงินกลับไปยังบ้านเกิดที่หมู่บ้านโซวเล่อ เพื่อร่วมสานต่องานบูรณะซ่อมแซมศาลบรรพชนให้สำเร็จลุล่วง

โดยคณะทำงานบูรณะศาลบรรพชนที่หมู่บ้านโซวเล่อได้ตั้งเกณฑ์ไว้ว่า ลูกหลานตระกูลลี่ที่ร่วมบริจาคเป็นจำนวนเงินตั้งแต่ 20 หยวนขึ้นไป จะได้รับการจารึกชื่อไว้ที่ศาลบรรพชนทุกคน เพื่อประกาศคุณงามความดีให้เป็นที่กล่าวขานกันต่อไป

ภายใต้ปฏิสัมพันธ์และร่วมมือกันในการดำเนินงานระหว่างคณะกรรมการบริหารเพื่อการบูรณะซ่อมแซมศาลบรรพชนตระกูลลี่อย่างแข็งขันก็ได้ปรากฏว่า การดำเนินงานต้องประสบกับปัญหาและอุปสรรคอยู่ตลอดเวลา แต่คณะทำงานก็ร่วมแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ไปได้ด้วยดี จนในที่สุด ศาลบรรพชนตระกูลลี่ก็ได้รับการบูรณะซ่อมแซมจนเสร็จสิ้นสมบูรณ์

ทำให้ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ปี ค.ศ. 1992 ได้มีการฟื้นฟูพิธีเซ่นไหว้บรรพชนตระกูลลี่ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

 ประวัติความเป็นมาของศาลบรรพชนตระกูลลี่ 

ศาลบรรพชนตระกูลลี่นั้น ตามบันทึกลำดับเครือญาติตระกูลลี่ระบุไว้ว่า แต่เดิมได้สร้างขึ้นในสมัยของบรรพชนตระกูลลี่รุ่นที่ 6 แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป 200 ปี เนื่องจากขาดการบูรณะซ่อมแซม

ประจวบกับปัญหาของสังคมจีนในยุคที่มีการเคลื่อนไหว  “ทำลายสี่เก่า” (โพ่ซื่อจิ้ว) (4)  ซึ่งมีการกวาดล้างทำลายซากเดนสิ่งเก่าสี่ด้านให้สิ้นซาก ก็ยิ่งสร้างความเสียหายให้ศาลบรรพชนจนเหลือแต่ซากปรักหักพัง จึงจำเป็นจะต้องมีการบูรณะซ่อมแซมขึ้นใหม่

และโดยที่เห็นว่า บุคคลที่เป็นลูกหลานของตระกูลลี่ทั้งหมดในภายภาคหน้า พึงมีส่วนร่วมกับศาลบรรพชนของตระกูลโดยรวม จึงได้เกิดโครงการรับบริจาคเงินจากนักท่องเที่ยวชาวไต้หวันขึ้น

หลังจากที่ได้ใช้เงินในการบูรณะซ่อมแซมศาลบรรพชนไปเป็นเงินประมาณ 50,000 หยวน ทำให้มีเงินเหลืออีกประมาณ 40,000 กว่าหยวน

หลังจากมีมติจากเสียงส่วนใหญ่แล้วเห็นว่า ควรนำเงินที่เหลืออยู่ไปฝากในธนาคารเพื่อจะได้มีดอกเบี้ยนำไปใช้ประโยชน์อื่นได้ต่อไป ด้วยเหตุนี้ จึงมีการนำเงินก้อนนี้ใช้เป็นทุนด้านการศึกษา โดยมอบเป็นทุนการศึกษาให้กับลูกหลานของคนในตระกูลลี่ที่มีผลการเรียนดียอดเยี่ยมสอบได้ในสามอันดับแรก

รวมทั้งนักเรียนที่สามารถสอบเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา และระดับมัธยมศึกษาหรืออาชีวะศึกษาชั้นแนวหน้าได้ โดยจะมีพิธีมอบทุนการศึกษาเป็นประจำทุกปีในวันเซ่นไหว้บรรพชนตระกูลลี่ที่ศาลบรรพชนประจำตระกูลในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8

ทุกวันนี้ดอกผลที่เกิดจากดอกเบี้ยเงินฝากในธนาคารอีกส่วนหนึ่ง ได้นำไปเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อการจัดพิธีเซ่นไหว้บรรพชนในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี


กำลังโหลดความคิดเห็น