xs
xsm
sm
md
lg

โลกปี 2026 แง้มประตูนรก!!!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ทับทิม พญาไท


โดนัลด์ ทรัมป์
เปิดฉากสัปดาห์นี้...ถือเป็นช่วงเริ่มๆ ปีใหม่-ฟ้าใหม่ ปีพุทธศักราชการ 2569 หรือคริสต์ศักราช 2026 โดยจะเป็นปีที่สดใส ซาบซ่า หรือหนักหนา-สาหัส แบบไหน? อย่างไร? อันนี้...เลยคงต้องขออนุญาตหวนกลับไป “ตรวจแนวรบ”สำคัญๆ ที่ถือเป็นตัวบ่งบอกความเป็นไปของฉากสถานการณ์โลกได้ค่อนข้างถนัด ชัดเจน นั่นคือ “แนวรบยุโรปตะวันออก” “แนวรบตะวันออกกลาง” และ “แนวรบทะเลจีนใต้” ไปตามลำดับ...

โดยถ้าเริ่มจาก “แนวรบยุโรปตะวันออก” ที่เคยทำท่าว่าอาจสิ้นสุด ยุติปัญหาความขัดแย้งระหว่าง “ยูเครน-รัสเซีย” อีกไม่นาน-ไม่ช้า หลังจากผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า”พยายามบีบๆ คลึงๆ ให้ “ตัวตลก-ตัวแทน” ประธานาธิบดี “Volodymyr Zelensky”ผู้นำยูเครนยอมเออออห่อหมก ไม่คิดจะทวงดินแดนกลับคืนจากรัสเซีย หรือกระทั่งพร้อมที่จะจัดให้มีการ “เลือกตั้งทั่วไป”ในอีกไม่นานนับจากนี้ เพื่อแลกกับการ “รับประกัน” ความมั่นคง ปลอดภัยของยูเครนโดยคุณพ่ออเมริกา ที่อาจโผล่เข้าไปร่วมลงทุนหาแร่ หาพลังงาน ในดินแดนรัสเซีย หรือไม่? ประการใด? ก็แล้วแต่จะว่ากันไป...

แต่ไปๆ-มาๆ...คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้เลยว่าผู้นำยูเครนรายนี้ท่านออกจะ “เขี้ยว” มิใช่น้อย!!! เพราะในระหว่างที่กำลังเจ๊าะๆ แจ๊ะๆ พูดคุยเจรจา ไม่ว่าระหว่างผู้นำยูเครน-ผู้นำอเมริกา หรือผู้นำอเมริกา-ผู้นำรัสเซีย ตามแผน ตามแนวทาง “สันติภาพ”ของ “ทรัมป์บ้า” ฝ่ายยูเครนเขาก็ได้เปิดฉากโจมตีด้วยเครื่องบินโดรน ลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซีย แบบชนิดกะจะให้ขบวนรถไฟสันติภาพมีอันต้อง “ตกราง” เอาง่ายๆ ไม่ว่าการโจมตีพลเรือนในแคว้น Kherson”เล่นเอาประชาชนผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ รวมทั้งเด็กๆ ที่กำลัง “ฉลองคริสต์มาส” อยู่แท้ๆ เด๊ดสะมอเร่ย์ อิน เดอะ เท่งทึง ไปถึง20 กว่าราย หรือราวๆ2 โหลประมาณนั้น แถมยังคิดจะโจมตีบ้านพักของประธานาธิบดี “ปูติน”ผู้นำรัสเซียที่แคว้น Novgorod”อีกด้วยต่างหาก อันถือเป็นความพยายามที่จะ “ลอบสังหาร” และ “ก่อการร้าย” อย่างเห็นได้โดยถนัดชัดเจน ไม่ได้คิดจะประนีประนอม คิดจะเลิกแล้วต่อกันใดๆ เอาเลยแม้แต่น้อย...

หรือทำให้แนวโน้มที่จะหา “จุดลงตัว” เพื่อที่จะนำมาสู่การสิ้นสุด ยุติการรบราฆ่าฟันระหว่างทั้งสองฝ่าย ที่ดำเนินมาเกือบ4 ปีเข้าไปแล้ว มันเกิดการผ่อนคลาย ค่อยๆ คลี่คลายไปตามลำดับขั้น ดังที่ใครต่อใครเคยคาด เคยหวังเอาไว้ก่อนหน้านั้น ยิ่งยากเหลือเกินที่จะเป็นไปได้ เพราะอย่างที่อดีตประธานาธิบดีและรองเลขาสภาความมั่นคงแห่งชาติรัสเซีย “นายDmitry Medvedev” เขาได้ออกมาพูดกับสำนักข่าว TASS” หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวนั่นแหละว่า...ยังไงๆ ยูเครนคงต้องเจอกับการ “ล้างแค้น-เอาคืน” จากรัสเซีย อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้โดยเด็ดขาด!!! ดังนั้น...โอกาสที่ขบวนรถไฟสันติภาพขบวนนี้อาจมีอันต้อง “ตกราง” และทำให้ “สงครามยูเครน-รัสเซีย” ถูกลากยาวว์ว์ว์ต่อไปจนถึงปี ค.ศ.2030 อันเป็นปีที่บรรดาผู้นำชาติยุโรปหลายต่อหลายราย ถือเป็นช่วงระยะแห่งการเปิดฉากสงครามโดยตรงระหว่างยุโรปกับรัสเซีย ก็ทำท่าว่าน่าจะเป็นไปได้ยิ่งขึ้นไปเท่านั้น...

ส่วน “แนวรบในตะวันออกกลาง” นั้น...ยิ่งอุตลุด ชุลมุนวุ่นวายยิ่งเข้าไปใหญ่ ไม่เพียงแต่เกิดการ “ประท้วงครั้งใหญ่” ของชาวอิหร่าน ระดับใกล้ๆ จะถึงขั้น “ปฏิวัติสี” หรือจังหวะแห่งการฉวยโอกาสแทรกแซงจากภายนอก เพื่อเปลี่ยนระบบ ระบอบการปกครอง อันเป็นกรรมวิธีที่คุณพ่ออเมริกาและพันธมิตรผู้ใกล้ชิดทั้งหลายออกจะถนัดจัดเจนเอามากๆ อันเนื่องมาจากความไม่พอใจในปัญหาเศรษฐกิจ ค่าเงิน เงินเฟ้อ รวมไปถึงปัญหาการขาดแคลน “น้ำ” ฯลฯ ที่ออกจะแก้ยากแก้เย็นเอามากๆ จนเกิดการปราบ การยิงกันขึ้นมามั่งแล้ว หลังจากที่การประท้วงแพร่กระจายไปยังเมืองต่างๆ และนั่นเอง...ที่ทำให้ผู้นำอเมริกาอย่าง “ทรัมป์บ้า”ที่เพิ่งพบปะกับ “ไอ้เหี้ย...ย์ย์ย์มม์ม์ม์” อย่าง “นายBenjamin Netanyahu” ผู้นำอิสราเอลเป็นครั้งที่6 เข้าไปแล้ว ถึงกับออกมาป่าวประกาศแบบโล่งๆ โจ้งๆ ว่า “อเมริกาพร้อมแล้วที่จะแทรกแซงอิหร่าน” หรือพร้อมแล้วที่จะสนับสนุนให้ชาวอิหร่านโค่นล้มรัฐบาลของตัวเองในทุกขณะ ทุกๆ วิถีทาง!!!

นี่...อันนี้นี่แหละที่เลยทำให้ประธานสภาฯ อิหร่าน “นายMohammad Ghalibaf” ท่านต้องออกมาขู่เอาไว้ล่วงหน้าว่าการแทรกแซงใดๆ ก็ตามของศัตรู-คู่กัดอิหร่านอย่างอเมริกาและอิสราเอล จะต้องเจอกับการตอบโต้-เอาคืน แบบชนิดถึงไหน-ก็ถึงกัน ดังคำพูดที่ทวีตไว้ในเว็บไซต์ X” เมื่อช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา(2 ม.ค.) ว่า...“ประธานาธิบดีที่ไร้การเคารพของอเมริกาควรรู้ไว้ด้วยว่ากองทัพอเมริกาตลอดทั่วทั้งภูมิภาคตะวันออกกลาง คือเป้าหมายอันชอบธรรมในการตอบโต้ของเรา ต่อพวกนักฉวยโอกาสทั้งหลาย” หรือคงต้องเกิดการบึ้มม์ม์ม์กันไป-บึ้มม์ม์ม์กันมาในภูมิภาคแห่งนี้ และนั่นยังไม่รวมไปถึงการ “ยึดเรือน้ำมัน”ในช่องแคบHormuz” ของอิหร่าน เพื่อตอบโต้การยึดเรือน้ำมันอิหร่านในน่านน้ำเวเนซุเอลาของอเมริกา หรือการแย่งกันฉีกประเทศเยเมนออกเป็นชิ้นๆ ของพันธมิตรประเทศอ่าวที่เคยใกล้ชิดติดพันกันมานาน อย่างซาอุดีอาระเบียกับยูเออี ที่ทำให้ฉากสถานการณ์ใน “แนวรบ” ด้านนี้ ยิ่งมีแต่ยุ่งฉิบหาย-ยุ่งตายห่า ยิ่งขึ้นไปใหญ่...

ส่วน “แนวรบในทะเลจีนใต้”นั้น...ไม่ใช่แค่ร้อนฉ่า ร้อนเร่า เพียงเพราะการซ้อมรบด้วยกระสุนจริง หรือปฏิบัติการ Justice
Mission 2025”
ของกองทัพจีน หลังจากที่อเมริกาประเคนขายอาวุธล็อตใหญ่มูลค่าถึง11,000 ล้านดอลลาร์ให้กับไต้หวันเท่านั้น แต่ด้วยการประกาศคว่ำบาตรบริษัทน้ำมัน4 แห่งและเรือบรรทุกน้ำมันของจีนที่ไปซื้อน้ำมันจากเวเนซุเอลา รวมทั้งความพยายามปิดล้อมประเทศเล็กๆ ในทะเลแคริบเบียนแห่งนี้ แบบชนิดเบ็ดเสร็จสมบูรณ์(Total and Compleat blockade) ของ “ทรัมป์บ้า” เพื่อที่จะตัดมือ ตัดตีน ตัดรายได้ทั้งหมด ทั้งมวล ที่รัฐบาลประธานาธิบดี Nicolas Maduro”ยังพอหาใช้ หาจ่าย ได้มั่ง เพื่อที่จะให้ระบอบการปกครองของประเทศนี้ล้มครืนลงไปให้จงได้ ก่อนที่จะยึดแหล่งน้ำมัน หรือแหล่งแร่เอามารับประทานแบบชนิด “ใส่เสื้อแดง-แขวนกระดิ่ง-ปล้นตอนกลางวันแสกๆ” แต่ในเมื่อ “รายได้” จำนวนถึง95 เปอร์เซ็นต์ในการส่งออกน้ำมันของเวเนซุเอลา ก็คือการส่งออกให้กับคุณพี่จีนนั่นเอง!!!

ดังนั้น...การปิดล้อมแบบเบ็ดเสร็จของอเมริกา ย่อมต้องหมายถึงการที่จะต้องหาทางกีดกัน ขัดขวาง “เรือน้ำมันจีน”2 ลำ ซึ่งกำลังบ่ายหน้าเข้าสู่ท่าเรือเวเนซุเอลา ในช่วงประมาณกลางเดือนมกราคมหรืออีกไม่นานนับจากนี้ให้จงได้ คือไม่ใช่แค่ร้อนกันแต่เฉพาะในทะเลจีนใต้เท่านั้น...แต่ยังลุกลาม ลามปามไปถึงทะเลแคริบเบียนโน่นเลย ด้วยเหตุนี้...ไม่ว่าจะดูจากแนวรบด้านไหนต่อด้านไหน ล้วนแล้วแต่ยุ่งฉิบหาย-ยุ่งตายห่า ชนิดยากที่จะแก้ไข เยียวยา ยากที่จะคลี่คลาย ผ่อนคลายๆ กันได้ง่ายๆ แนวโน้มฉากสถานการณ์ความเป็นไปของโลกนับแต่ช่วงปีค.ศ.2026 หรือนับจากนี้ต่อไป จึงแทบไม่ต่างไปจากการ “แง้มประตูนรก!!!”อันเนื่องมาจากฉากสถานการณ์ในแต่ละแนวรบนั้น อาจก่อให้เกิดการ “จุดระเบิด”หรือเกิดการ “จุดไฟนรกสุดขอบฟ้า”ขึ้นมาได้ด้วยกันทั้งสิ้น...

ยิ่งเมื่อการถอยไปตั้งหลัก หรือถอยไปสู่ Western Hemisphere” ของผู้นำอเมริกา อย่าง “ทรัมป์บ้า” ตามยุทธศาสตร์ความมั่นคงฉบับใหม่ของสหรัฐฯ หรือThe National Strategy 2025”ได้ถูกแปลความ ตีความ ว่าไม่ใช่เป็นการถอยรูด ถอยกรูด แต่เป็นความพยายามที่จะครองโลก เป็นจ้าวโลก ด้วย “ต้นทุนที่ต่ำกว่า” อะไรประมาณนั้น หรือดังที่นักวิจัยสิงคโปร์อย่าง Yaqi Li” ท่านได้สร้างความปวดเศียรเวียนเกล้า แบบคิดลึก คิดมาก หรือคิดเล็ก-คิดน้อย ไว้ในข้อเขียน บทความเรื่อง How Chinese Analysts Interpret Trump 2025 National Security Strategy” ซึ่งสำนักข่าว “ผู้จัดการ” ของหมู่เฮาได้นำมาแปลและถ่ายทอดไปแล้วเมื่อไม่กี่วันมานี้ ก็ยิ่งมีแต่จะทำให้ “การเผชิญหน้า” ของขั้วอำนาจแต่ละขั้ว ยิ่งน่าเกลียด น่ากลัว ยิ่งขึ้นไปใหญ่ เพราะแต่ละฝ่ายแต่ละราย ล้วนแล้วแต่พร้อมที่จะ “รื้อสะพานถอยหลัง” ไปด้วยกันทั้งสิ้น ทั้งปวง นั่นแล...


กำลังโหลดความคิดเห็น