xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

ผ่าชะตา “แคนดิเดตนายกฯ 69” “หนู” ระวัง “เทา” ทำตกเก้าอี้ “เท้ง” ดวง “นายกฯ ว่าว” “เชน-มาร์ค” หมดสิทธิลุ้น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - พลิกตำราโหราศาสตร์ถอดรหัสชีวิต “แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี” ปี 2569 ว่า “ใคร” จะมีลุ้นกับ “การเลือกตั้ง” ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ และสามารถก้าวเข้าสู่ตำแหน่งสำคัญที่มีประเทศชาติเป็นเดิมพัน โดยเฉพาะบรรดา “ตัวเต็ง” ที่มีลุ้นมากที่สุด ทั้ง “เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” จากพรรคประชาชน “เสี่ยหนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” จากพรรคภูมิใจไทย และ “เชน-ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” จากพรรคเพื่อไทย รวมถึงคนอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น “มาร์ค-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ดร.เอ้-สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” และผู้ที่ยังคงมีอิทธิทางการเมืองตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาคือ “ทักษิณ ชินวัตร”

ผ่านคำพยากรณ์ของโหรราจารย์แถวหน้าของเมืองไทย อาทิ “หมอนิด - กิจจา ทวีกุลกิจ” โหราจารย์การเมือง, “ซินแสเข่ง - ชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง” ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย, “ซินแสภาณุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล” ผู้เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์จีน และ “ฟองสนาน จามรจันทร์” หมอดูการเมืองชื่อดัง

-1-
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
พรรคประชาชน

หนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่น่าจับตาที่ต้องเอ่ยถึงเป็นคนแรกก็คือ “เท้ง - ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน เหตุได้รับการคาดหมายว่า พรรคประชาชนจะได้รับ สส.จากการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นมากที่สุด และมีโอกาสที่จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลเหมือนเมื่อการเลือกตั้งครั้งที่แล้วซึ่ง “ทิม-พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เป็นคนถือธง

ความน่าสนใจในเส้นทางชีวิตของ “ณัฐพงษ์” ก็คือจะมีชะตากรรมเหมือนกับ “พิธา” หรือไม่

จะกลายเป็น “นายกฯ ว่าว” ซ้ำรอยเดิมอีกหรือไม่


 นั่นถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจยิ่ง เพราะแม้จะชนะแต่กูรูทางการเมืองฟันธงเปรี้ยงลงไปว่า จะไม่ประสบความสำเร็จในการจัดตั้งรัฐบาล เพราะไม่มีใครร่วมงานด้วย รวมทั้งจำนวน สส.ที่ได้มามีโอกาสที่จะไม่เกิน 250 เสียงซึ่งจะตั้งรัฐบาลพรรคเดียวได้

“ฟองสนาน” พยากรณ์ดวงชะตาของ “เท้ง-ณัฐพงษ์” เอาไว้ว่า ตั้งแต่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 มีแนวโน้มเสียอะไรไปต่อสู้แล้วได้กลับมา เช่น เสียตำแหน่ง สส. แล้วลงเลือกตั้งก็ได้กลับมาในตำแหน่งใหม่ ได้คะแนนเสียงแบบล้นหลามเป็นผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่ง แต่ต้องระวังเรื่องคดีความหรือถูกหลอก

หลังวันเกิดที่ 18 พฤษภาคม 2569 จะมีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจที่ กระทบตำแหน่ง ตบะบารมี มีโอกาสรักษาตำแหน่งไว้ไม่ได้ ดังเช่นกรณี แพทองธาร ชินวัตร และ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ซึ่งผ่านปรากฏการณ์นี้มาเมื่อปี 2568 ตามโฉลก กาลีเป็นเดชธำรง เดชไว้มิคง ด้วยถูกเบียดเบียนบีฑา วิวาทวิบัตินานา อริพาลา จะรุมให้ร้อนรำคาญ

ขณะที่ “ซินแสเข่ง” อธิบายเกณฑ์ชะตาอายุเข้าเคราะห์ ทำให้เกิดความเดือดเนื้อร้อนใจ ทำบางสิ่งบางอย่างส่งผลให้ไม่มีโอกาสประสบความสำเร็จ ยังไม่มีโอกาสได้เป็นผู้นำ ไม่มีช่วงจังหวะสถานะเกื้อกูลไป ลักษณะเช่นเดียวกัน ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ พิธาลิ้มเจริญรัตน์

ด้าน “ซินแสภาณุวัฒน์” ชี้ชัดเป็นปีที่หลายๆ อย่างไม่ได้ดั่งใจ อายุเข้าเคราะห์ โหงวเฮ้งไม่เอื้อ ดวงตาไม่เด่นไม่มีพลัง ไม่มีโอกาสขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำ ปิดท้ายด้วย “หมอนิด – กิจจา” เผยดวงณัฐพงษ์ดวงดี กระแสแรง แต่กระแสฝ่ายอุดมการณ์ แพ้กระสุนฝั่งบ้านใหญ่

-2-
อนุทิน ชาญวีรกูล
พรรคภูมิใจไทย


กล่าวสำหรับ “เสี่ยหนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นั้น เป็น “แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี” ที่น่าสนใจเช่นกัน เพราะถ้าย้อนหลังกลับไปในเส้นทางการเมืองของเขาต้องถือว่า “เฮง” อยู่ไม่น้อย ด้วยสามารถก้าวขึ้นเป็น “นายกรัฐมนตรี” ได้จากความผิดพลาดเชิงยุทธศาสตร์ของคู่แข่งโดยตรง โดยเฉพาะพรรคประชาชนที่ทิ้งไพ่โง่ทางการเมือง

ดังนั้น จึงเป็นที่น่าจับตาว่า ปี 2569 ซึ่งจะมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น “เสี่ยหนู” จะสามารถย้อนกลับมาเป็น “นายกรัฐมนตรี” ได้อีกครั้งหรือไม่ ซึ่งก็มีโอกาสค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับพรรคอื่นๆ เพราะพรรคภูมิใจไทยได้กลายเป็นศูนย์รวมของ “บ้านใหญ่” และ “กลุ่มอิทธิพล” รวมถึงความพยายามในการถือธงนำของฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่ดูเหมือนว่า จะประสบความสำเร็จอยู่ไม่น้อยในยามที่ไม่มีทางเลือก


 “ฟองสนาน” ที่ตรวจชะตาและพยากรณ์เอาไว้ว่า “เสี่ยหนู” มีดวงด้านบวกตั้งแต่ต้นปีจนกระทั่งถึงวันที่ 13 กันยายน 2569 โดยดาวประจำชีพยังเป็นสิริมงคล เจริญรุ่งเรืองด้วยตัวเอง มีภูมิคุ้มกันสามารถต้านทานด้านลบที่จะเกิดกับดวงชะตาได้ ทั้งนี้ ระะหว่างวันที่ 23 กุมภาพันธ์ถึงประมาณวันที่ 2 เมษายน 2569 ได้อะไรสมใจ ตามโฉลก สมฤดี บำเหน็จมีได้สุขใหญ่ และเสียอะไรไม่มีโอกาสได้กลับมา และแม้จะมีความอึดอัดใจบางเรื่อง

“มีโอกาสเป็นใหญ่โต ตามโฉลก ถ้าเป็นเชื้อสาย ขุนนางจะนั่งกินเมือง”

ทว่า ด้านลบแทรกตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 13 กันยายน 2569 ไม่ว่าดาวประจำตัวจะโดดเด่น มีโชคลาภขนาดไหน ต้องระวังคบเพื่อนหรือสมัครพรรคพวกเพราะมีโอกาสผันผวนเป็นพิษให้เดือดเนื้อร้อนใจต้องรับมือแก้ไขตลอดเวลา ทั้งพวกเทาๆ นักเลง วัยรุ่น คนแก่คนเก่า เรียกว่ามีเรื่องท้าทายตบะบารมีเป็นระยะๆ เพราะสหายทางการเมือง

ที่ต้องระวังคือเรื่องคำพูดและเอกสารลายเซ็น ระวังเอาเรื่องคนอื่นมาเป็นภาระคล้ายๆ กรณี เศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ที่แต่งตั้งทนายถุงขนมเป็นรัฐมนตรีทำให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง รวมทั้งเฝ้าระวังของรักทั้งหลายให้ดี ระวังมีเรื่องขัดใจญาติพี่น้อง หรือคนที่รักเหมือนญาติ และเลือดตกยางออก ระวังคู่ครอง หรือหุ้นส่วนชีวิต เช่น พรรคร่วมอุดมการณ์เป็นพิษ

ขณะที่ “ซินแสเข่ง” กล่าวว่าปีนี้เป็นปีที่เบียดเบียนให้เกิดเรื่องร้อนใจจากเรื่องไม่เป็นเรื่อง เกิดความวิตกกังวลเกิดขึ้น เป็นปีแห่งอุปสรรค อาจจะทำให้เกิดกระทบบางอย่างต่อพรรคภูมิใจไทย

และปิดท้ายที่ “ซินแสภาณุวัฒน์” เปิดเผยว่า “อนุทิน” โหวงเฮ้งดี ปี 2569 เป็นปีที่สมพงษ์กับท่าน ส่งผลให้มีโอกาสขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี 2 สมัย และอาจมีโอกาสถึง 3 สมัยก็เป็นได้


 -3-
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์
พรรคเพื่อไทย


สำหรับ “ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” หรือ “ดร.เชน” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี “เบอร์ 1” จากพรรคเพื่อไทย ถูกจับตาว่าเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพจากตระกูลการเมืองใหญ่ ทายาทของ “สมชายกับเจ๊แดง-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์” น้องสาวของ “ทักษิณ ชินวัตร” ซึ่งถือว่า เป็นอีกคนหนึ่งที่มีสิทธิลุ้นนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีเช่นกัน

คู่แข่งคนสำคัญของ “จารย์เชน” ก็คือ “เสี่ยหนูและเสี่ยเท้ง” ซึ่งในช่วงของการหาเสียงเลือกตั้งก็มีการปะทะกันในทุกแนวรบ แต่ก็ต้องยอมรับเช่นกันว่า แม้จะมีต้นทุนสูงจากการเป็นส่วนหนึ่งของ “ตระกูลชิน(วัตร) ดา(มาพงศ์) วงศ์(สวัสดิ์) แต่กระแสก็มิได้แรงสักเท่าไหร่เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ แถมยังเข้ามาในห้วงเวลาที่พรรคเพื่อไทยและชินดาวงศ์อยู่ในช่วงขาลงอีกต่างหาก

“ซินแสเข่ง” เผยดวง “ยศชนัน” โดดเด่นพอสมควร มีโอกาสได้รับตำแหน่งหน้าที่การงานใหญ่ หากได้รับการส่งเสริมสนับสนุนมีโอกาสที่จะขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งผู้นำในอนาคตได้ พื้นดวงดีเกณฑ์ชะตามีดวงงานราชการเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ทำงานเป็นทีมมีโอกาสประสบความสำเร็จ

ทว่า เป็นดวงมีเจ้าทุกข์ในตน กล่าวคือหากไม่ทุกข์เรื่องตนเองก็ทุกข์เรื่องคนอื่น เพราะชอบช่วยเหลือคนอื่น อย่างไรก็ดี ปี 2569 เป็นปีเกื้อกูลส่งเสริมสนับสนุน หากได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนจะมีโอกาสขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำได้

สอดคล้องกับ “ซินแสภาณุวัฒน์” ปีม้าไฟเป็นปีเป็นปีที่ดีของ “ยศชนัน” กล่าวคืออายุเพิ่งพ้นเคราะห์ แต่เดือนเลือกตั้งวันเลือกตั้งเป็นเดือนชงวันชง ตีความได้ดวงดีแต่ยังไม่โอกาสขึ้นตำแหน่ง

ระวังกระแสโจมตีอาจหนักขึ้นเรื่อยๆ เพราะชนักติดหลังเรื่องครอบครัว เรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวของน้องสาวกับอดีตสามีทายาทนักการเมืองชาวกัมพูชาชื่อดัง ดิสเครดิตทำลายความน่าเชื่อถือทางการเมืองทางการเมือง ตลอดจนคำถามสังคมทำไม “ตะกูลชินวัตร” ต้องเอาเทือกเถาเหล่ากอมาเป็นนายกรัฐมนตรีหมดทุกคน

ขณะที่ “หมอนิด กิจจา” เผยคำทำนายชัดเจนว่าโอกาสได้เป็นนายกรัฐมนตรีไม่มี เป็นม้านอกสายตา เป็นเพียงดอกไม้ประดับ


 -4-
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
พรรคประชาธิปัตย์


การกลับมาของ “มาร์ค-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เป็นที่คาดหวังว่า จะสามารถกอบกู้สถานการณ์ของพรรคให้ฟื้นคืนชีพกลับมาได้หลังจากประสบความล้มเหลวในทางการเมืองมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะในยุคของหัวหน้าพรรคคนก่อนหน้านี้ ซึ่งก็ดูเหมือนว่า ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งสำหรับคะแนนนิยมที่เพิ่มขึ้นจากโพลของสำนักต่างๆ ที่ออกมา

อย่างไรก็ดี ก็เห็นได้ชัดว่า โอกาสที่จะกลับไปเป็น “นายกรัฐมนตรีอีกครั้ง” จากการชูแคมเปญ “ไทยหายจนด้วยคนทำเป็น” นั้น ค่อนข้างจะห่างไกลจากความเป็นจริงพอสมควร จะใช้คำว่า “หมดสิทธิลุ้น” ก็คงจะได้

สำหรับในทางโหราศาสตร์ “ซินแสเข่ง” ระบุว่าฐานดวงชะตาปี 2569 มีเรื่องไม่เป็นเรื่องทำให้ไม่ได้ดั่งใจคาดหวัง มีปัญหาความขัดแย้งเกิดขึ้น หากขึ้นมาอยู่ตรงนี้อาจะเกิดปัญหาความขัดแย้งภายในพรรค ไม่ได้มีปัญหากับบุคคลภายนอก แต่เป็นบุคคลภายในที่เข้ามาเกี่ยวข้อง

“ฟองสนาน” เผยว่าต้นปี - 3 สิงหาคม 2569 ไม่ว่าจะอยู่ภาคเอกชนหรือการเมือง มีสื่อล่อสำหรับตำแหน่งสำคัญ ตามโฉลกเดชเป็นศรีเกลื่อนกลาย ศรีเป็นเดชหมาย ถูกกันจะได้กินเมือง เพียงแต่จะตำแหน่งอะไรเท่านั้นต้องติดตาม ปรากฏการณ์ใหญ่ในชีวิตคือ ตั้งแต่ 14 กุมภาพันธ์ถึงสิ้นปี 2569 มีทั้งอะไรที่ได้มักจะรักษาไว้ไม่ได้ และเสียอะไรไปแล้วต่อสู้เพื่อให้ได้กลับมา

ปิดท้ายที่ “ซินแสภาณุวัฒน์” ชี้ชัดปีนี้ไม่มีโอกาสขึ้นสู่ผู้นำ แต่บทบาททางการเมืองน่าจับตา


 -5-
ศาสตราจารย์ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์
พรรคไทยก้าวใหม่


“ดร.เอ้ – สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” อดีตอธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กระโดดเข้าสู่แวดวงการเมืองในฐานะ “ผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ แต่ก็ไม่สบความสำเร็จ โดยได้รับคะแนนเสียงเป็นอันดับสอง คือ 254,723 คะแนน คิดเป็น 9.60% ของจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง พ่ายแพ้ให้กับ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์”

จากนั้น เขาก็ยังคงทำงานการเมืองกับพรรคประชาธิปัตย์อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง “รองหัวหน้าพรรค” กระทั่งสุดท้ายตัดสินใจลาอออกและจัดตั้ง “พรรคไทยก้าวใหม่” ร่วมกับ “คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช” และกำลังมีปัญหาเรื่องคะแนนนิยมอย่างหนักหลังโหวตเลือก “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เป็นนักการเมืองในดวงใจ ทำให้ต้องมีการแก้ไขสถานการณ์กันอย่างวุ่นวาย เพราะส่งผลต่อการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงอย่างหนัก

“หมอนิด กิจจา” เผยปีนี้เป็นปีชงของ “ดร.เอ้ – สุชัชวีร์” ดังนั้นอย่าไปหวังอะไรเลย หน้าที่การงานเป็นปีที่เครียด สอดคล้องกับ “ซินแสเข่ง” เผยปี 2569 ตกตกดวงมรณะ แตกแยกพลัดพรากไม่สมหวัง หากได้ตำแหน่งหน้าที่การงานไม่ว่าจะตำแหน่งไหนก็ตามเปรียบเสมือนกินยาพิษเข้าไป จะก่อให้เกิดปัญหาความแตกร้าว

ส่วนทาง “ซินแสภาณุวัฒน์” เผยเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่น่าจับตา แต่ยังไช่ตัวจริง และเหตุที่ดวงดีเพราะมีดวง “คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช” ประธานที่ปรึกษาพรรค หนุนนำ 
 


 ตรวจเส้นชีวิต 3 ผู้มากบารมี
“ทักษิณ” ดวงแตก-กระทบ พท.หนัก
“ลุงตู่” หมดโอกาส “ลุงป้อม” ถึงเวลาพักผ่อน

-1-
ทักษิณ ชินวัตร

แม้ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี จะตกอยู่ในสถานภาพ “นักโทษเด็ดขาด” หลังหนีคดีในต่างแดนนานอยู่หลายปี แต่ในทางการเมืองถือว่า เขายังคงมีบทบาทและอิทธิพลทางการเมืองในระดับที่มีนัยสำคัญ ในฐานะ “เจ้าของพรรคเพื่อไทย” ตัวจริง ที่ทุกคนยังต้องฟังคำสั่งว่าจะให้ “ซ้ายหัน ขวาหัน เดินหน้าหรือถอยหลัง”

ด้วยเหตุดังกล่าว หลายคนจึงยังคงกระหายใครรู้ว่า นายใหญ่แห่งพรรคเพื่อไทยคนนี้ จะมีดวงชะตาเยี่ยงไร

เริ่มที่ “หมอนิด - กิจจา” เปิดเผยว่า ทักษิณ ธาตุไฟ ปีนี้โดนมังกรน้ำเล่นงาน ไม่มีเกณฑ์ได้หวนคืนอิสรภาพ “อยู่ให้เป็น เย็นให้พอ รออีกนาน” เป็นปีที่ต้องระวังเรื่องสุขภาพให้มาก ที่ต้องจับตาเกณฑ์ชะตา “ทักษิณ” ยังสัมพันธ์ส่งผลไปยัง “พรรคเพื่อไทย” ให้ต่ำลงเล็กลงเรื่อยๆ จะกลายเป็นอันดับ 3 อันดับ 4 หรือ อับดับ 5

สอดคล้องกับ “ซินแสเข่ง” เผยคำทำนายว่าไม่มีโอกาสหลุดพ้นกรรม มีคดีความต่อเนื่อง ปี 2569 เป็นปีที่ไม่ดีของ “ทักษิณ” มีเกณฑ์แตกแยกพลัดพราก เป็นปีแห่งศัตรูปีแห่งคดีความ ประเด็นที่น่าสนใจ ดวงชะตาอดีตนายกรัฐมนตรีผู้นี้ หากถ้าอยู่ต่างถิ่นปัญหาที่มีผลกระทบจะไม่เกิด แต่กลับมาไทยก็มีผลคดีความต่อเนื่องไปจนถึง 2570

ขณะที่ “ฟองสนาน” เผยดวงทักษิณปี 2569 ออกแนวบวกเบื้องต้น สุดท้ายพลิกผันเป็นลบ เช่น ลูกสาวได้เป็น นายกฯ ให้ชื่นใจ แต่สุดท้ายหลุดจากตำแหน่งพร้อมความเสียหายยากจะกู้คืน หรือพ้นคุกช่วงแรกดูยิ่งใหญ่แล้วต้องกลับเข้าคุก

ตั้งแต่ 14 กุมภาพันธ์ถึงสิ้นปี 2569 พ้นเกณฑ์กรรมเก่าที่แรงจัด แต่ต้องตั้งรับเกณฑ์ลบใหม่ในชีวิตจากสภาวะชะตาแตก ห่วงหน้าพะวงหลัง กินไม่ได้นอนไม่หลับ ทั้งเรื่องในบ้านและทางชีวิต และครอบครัวที่อยู่อาศัย บริวารทั้งหลาย โดยปัจจัยมาจากเรื่องลูกหลาน เกณฑ์ลบแทรกเข้ามาในชีวิตอย่างเหลือเชื่อ ต้องระวังเสียของรักกระทบจิตใจมาก


 -2-
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา


แม้ฉากหน้า “ลุงตู่-พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา” จะหลุดพ้นจากความเป็นนักการเมือง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า พลเอก ประยุทธ์ยังคงมากบารมีและหลายคนเชื่อว่า ยังคงมีบทบาทสำคัญทางการเมือง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือสามารถส่ง “บิ๊กเล็ก-พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์” รับเก้าอี้สำคัญทางการเมืองตั้งแต่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยมาจนถึงรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ในกระทรวงกลาโหม

ที่สำคัญ แฟนคลับจำนวนไม่น้อยยังคง “คิดถึงลุงตู่” และอยากให้พลเอก ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง

จากคำทำนายของ “ซินแสเข่ง” ระบุว่า พลเอก ประยุทธ์มีโอกาสประสบความสำเร็จในตำแหน่งหน้าที่การงาน ช่วงที่ผ่านมาจังหวะขาขึ้นมาก ทำให้เกิดการเปลี่ยนแหน่งตำแหน่งหน้าที่การงานปในทางที่ดีขึ้นมาจนถึงตอนนี้ เป็นช่วงจังหวะการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ อาจไม่พอใจแต่ต้องทำตามหน้าที่ที่ต้องดำเนินการ แต่เป็นการ “ยากมาก” ที่จะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี และปีนี้อาจก่อเกิดปัญหาไม่สบายจากเรื่องไม่เป็นเรื่อง

ขณะที่ “ฟองสนาน” เผยว่า ตั้งแต่ 14 ก.พ. นับไป 2 ปีครึ่ง จะปรากฏการณ์ใหญ่ในชีวิตคือ ท่านทายหมาย ได้เพริศพราย ยศ เงิน ทอง และ เสียอะไรไปได้กลับมา (ปีที่แล้วได้นายกรัฐมนตรีโพล) เพียงแต่จะอะไร และเมื่อใดเท่านั้น หลังจากซ้อมได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีโพลมาแล้วอย่างไม่น่าเชื่อ ส่วนที่ต้องระวังคือเรื่องของสุขภาพอนามัย


-3-
พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ปิดท้ายที่ “พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ” หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อดีต “พี่ใหญ่ 3 ป.” ซึ่งล่าสุด ถอนตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีไปเป็นที่เรียบร้อย ด้วยข้ออ้างในเรื่องปัญหาสุขภาพ จนทำให้พรรคเดินทางไปถึงจุดที่ต้องใช้คำว่า “จบสิ้น” แต่ก็ไม่รู้ว่า เท็จจริงแล้วมี “เบื้องหน้าเบื้องหลัง” อะไรอีกหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่อง “เงินๆ ทองๆ” ที่ต้องใช้ในการเลือกตั้งในยามที่ “นายทุน” ถอนตัวกันไปทีละรายสองราย

สำหรับเกณฑ์ชะตาปี 2569 “หมอนิด กิจจา” เผยว่าปีนี้ดวงดีหลังจากไม่ดีติดต่อกันมาหลายปี เป็นปีที่ต้องระวังเรื่องสุขภาพทรุดหนัก ขณะที่ “ซินแสเข่ง” เผยว่าทางการเมืองท่านมาไกลเกินไปแล้ว และไม่ได้อยู่ในช่วงจังหวะ ส่วน “ซินแสภาณุวัฒน์” กล่าวสั้นๆ ว่า ถึงเวลาพักของท่านแล้ว.


กำลังโหลดความคิดเห็น