ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - จากปมร้อน “เงินบริจาค วัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี” สู่การเปิดโปงตัวตน “อดีตพระอลงกต” หรือ “ทิดจ๊อด” พรางตัวตนสวมชื่อเพื่อนรัก บวชหนีโทษเกณฑ์ทหาร ปิดฉากพระนักพัฒนาผู้ก่อตั้งสถานพยาบาลสำหรับผู้ป่วยโรคเอดส์ เข้าสู่กระบวนการทางกฎกมายชดใช้กรรม
อลงกตการละครรูดม่านอย่างเป็นทางการ เมื่อตำรวจสอบสวนกลางได้นำกำลังเข้าจับกุม “อดีตพระราชวิสุทธิประชานาถ” หรือ “อดีตพระอลงกต พูลมุข” เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ กลางดึกของวันที่ 26 สิงหาคม 2568 เวลา 02.02 น. ขณะมีพฤติกรรมหลบหนี ตามหมายจับศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่ จ.81/2568 ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2568 หลังพบพัวพันการยักยอกเงินบริจาคของวัด พร้อมดำเนินคดีฐานทุจริต ฟอกเงิน และสมคบกระทำความผิด รวมทั้ง จับกุม “หมอบี ทูตสื่อวิญญาณบี” หรือ “นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล” ลูกศิษย์คนดังที่จุดชนวนการสืบขยายผลปม “โกงเงินบริจาควัด” ลามไปถึงพระอาจารย์
“บิ๊กเต่า - พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว” รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เผยหลังสอบปากคำเบื้องต้น “อดีตพระอลงกต” หรือ “ทิดจ๊อด” ให้ความร่วมมือเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย โดยยอมสึกโดยไม่มีการบังคับขู่เข็ญ เพราะเจ้าตัวแยกระหว่างพระธรรมวินัยกับเรื่องกฎหมายบ้านเมือง บางสิ่งเป็นสิ่งที่มีประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แต่บางสิ่งเป็นการผิดกฎหมายบ้านเมืองก็รับสภาพและยอมสึก
สำหรับพฤติการณ์ “ทิดจ๊อด” พบก้อนเงินเข้ามากมาย มีการนำไปใช้จ่ายซื้อที่ดิน ทำสนามฟุตบอล ลงทุนในรูปแบบบริษัทที่มีทั้งกำไร และขาดทุน ทั้งนี้ คาดว่าเงินที่ใช้กระทำความผิดมีมูลค่ามากกว่าหลักพันล้านบาท โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
บิ๊กเต่า ระบุว่ารายการที่มีผู้ศรัทธามากมายก็จะมีเงินเข้ามาจำนวนมาก การยับยั้งชั่งใจในการขอรับบริจาคและนำมาใช้มันไม่ตรงกับความเป็นจริง เลยทำให้พระเกิดกิเลส เอาเงินไปใช้ในทางที่ผิด โดยช่วงแรกทำด้วยจิตศรัทธาจริว แต่ในช่วงหลังด้วยความที่มีเงินก้อนโตเข้ามาเกี่ยวข้องจึงหลงทิศหลงทาง และทำมา 10 กว่าปีขึ้นไป
สาวไส้ “ทิดจ๊อด”สวมชื่อเพื่อน บวชหนีทหาร
เบื้องลึกเบื้องหลัง “วัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี” และ “อดีตพระราชวิสุทธิประชานาถ” หรือ “อดีตพระอลงกต พูลมุข” เจ้าอาวาสฯ แม้จะเกิดข้อสงสัยมาโดยตลอด แต่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง ไม่มีใครกล้าเล่นกับแรงศรัทธา ด้วยภาพลักษณ์พระนักพัฒนาผู้มีจิตโอบอ้อมอารี ผู้ริเริ่มก่อตั้ง “มูลนิธิธรรมรักษ์” เพื่อรับรักษาและฟักฟื้นผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยโรคเอดส์ในปี 2535
กระทั่ง ปี 2568 จากปมการเปิดรับบริจาคและนำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ของ วัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี นำสู่การเปิดโปงตัวตนของพ่อพระผู้ป่วยเอสด์ พบว่า “อดีตพระอลงกต” พรางตัวตนแอบอ้างใช้ชื่อ “อลงกต พลมุข” อดีตข้าราชการที่เสียชีวิตไปแล้ว โดยข้อเท็จจริงตีแผ่ผ่านรายงานของ “ทีมข่าว 3 มิติ หลังใช้เวลาเก็บข้อมูลนานนับสิบปีกับการสืบสวนพบความไม่ชอบมาพากลประเด็นต่างๆ
นายอลงกรณ์ เหมือนดาว บรรณาธิการข่าว 3 มิติ เปิดเผยจุดเริ่มต้นของเงื่อนงำคือข้อสังเกตเรื่องการใช้ชื่อที่แตกต่างกันในช่วงเวลาต่าง และที่สำคัญคือ เลข 13 หลักบนใบสุทธิของอดีตพระอลงกต ซึ่งเมื่อตรวจสอบกลับพบว่าเป็นของบุคคลที่เสียชีวิตไปแล้ว นอกจากนี้ ยังปรากฏข้อมูล อาทิ การจบการศึกษาจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ หรือมหาวิทยาลัยเกษตร รวมถึงการไปเรียนต่อต่างประเทศที่ออสเตรเลีย ซึ่งตรวจสอบพบว่าไม่เป็นความจริง ทั้งหมดนี้ตอกย้ำว่า “อดีตพระอลงกต” พรางตัวตนหรือปกปิดประวัติอย่างจงใจ
ความจริงปรากฎ “อดีตพระอลงกต” มีชื่อเดิมว่า “เกรียงไกร เพ็ชร์แก้ว” หรือ “จ๊อด” เกิดในปี 2503 ที่ จ.ขอนแก่น เคยเรียนที่ รร.แก่นนครวิทยาลัย ก่อนที่ไปเรียน ปวช.ที่เกษตรบ้านกร่าง แต่ไม่จบหลักสูตร และพบข้อมูลทะเบียนทหารกองเกินที่ อ.เมืองขอนแก่น แต่ไม่ได้เกณฑ์ทหาร จนถึงปี 2523 ชื่อของ “เกรียงไกร เพ็ชร์แก้ว” ได้หายไปจากสารระบบอย่างเป็นปริศนา กระทั่ง กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งปี 2529 โดยใช้ชื่อ “อลงกต พลมุข” และเปลี่ยนเป็น “อลงกต พูลมุข” เมื่อปี 2552 จากการสืบค้นปรากฎชัดเจนว่า “บวชหนีทหาร” โดยสวมชื่อบุคคลอื่นที่อ้างว่าเป็นเพื่อนรักสมัยเรียนชั้นมัธยมฯ
อย่างไรก็ตาม ระหว่างสวมชื่อ “นายอลงกต พลมุข” บวชเป็นพระ ได้ทำธุรกรรมต่างๆ มากมาย เช่น การโอนที่ดิน ธุรกรรมทางการเงินกับธนาคาร ฯลฯ โดยนำใบสุทธิมาใช้ประกอบการเปิดบัญชี ซึ่งในใบสุทธิมีเลข 13 หลักของอดีตข้าราชการที่เสียชีวิต และธนาคารเปิดบัญชีให้ตั้งแต่ปี 2540 ต่อมา ปี 2561 มีการใช้พร้อมเพย์ “ทิดจ๊อด” ได้มีการเชื่อมบัญชีดังกล่าวเข้ากับพร้อมเพย์ด้วย
ฉากหน้า วัดพระบาทน้ำพุ จ.ลพบุรี ดำเนินการรับรักษาและฟักฟื้นผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยโรคเอดส์มาตั้งแต่ปี 2535 แม้ไม่ใช่กิจโดยตรงของสงฆ์แต่ก็เป็นกิจกรรมช่วยเหลือสังคม ผู้คนจึงเกิดแรงศรัทธาร่วมบริจาคเงินจำนวนมาก จวบจนปัจจุบันมูลค่าเงินบริจาคน่าจะหลักหมื่นล้านบาท
ดร.อุทิส ศิริวรรณ นักวิชาการพระพุทธศาสนา วิพากษ์ประเด็นร้อนที่เกิดขึ้นผ่านสื่อฯ โดยระบุว่า “อดีตหลวงพ่ออลงกต” เป็น “นักการตลาดระดับศาสตราจารย์” โดยใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่า “สงสาร – ศรัทธา” เชื่อว่าตัวเลขเงินบริจาคที่ผ่านวัดพระบาทน้ำพุ “ทะลุหมื่นล้านบาท”
ด้วยการตลาดอดีตพระอลงกต ด้วยภาพลักษณ์ของพระผู้เปี่ยมเมตตาที่อุ้มเด็กติดเชื้อ HIV หรือดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารที่ทรงพลัง สร้างทั้งความศรัทธาในตัวอดีตพระอลงกต กระตุ้นความสงสารให้เกิดเป็นการบริจาคอย่างต่อเนื่อง
กระทั่งการดำเนินงานของวัดพระบาทน้ำพุเริ่มขยายตัวใหญ่ขึ้นจนมีลักษณะคล้ายองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ มีการนำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ อาทิ การสร้างสนามฟุตบอล 9 แห่ง, การลงทุนปลูกกัญชาแปรรูป หรือโครงการต่างๆ ซึ่งล้วนใช้เงินทุนมหาศาล เกิดคำถามว่าผิดพระธรรมวินัยหรือไม่
กระทั่ง “อดีตพระราชวิสุทธิประชานาถ” หรือ “อดีตพระอลงกต พูลมุข” กลายเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่ จ 81/2568 ลงวันที่ 22 ส.ค. 2568 โดยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบจับกุมได้เมื่อเวลา 02.02 น. วันที่ 26 ส.ค. 2568
เข้าสู่กระบวนทางกฎหมาย
สืบเส้นเงินบริจาค ไม่พ้นกรรม
ภายหลังการจับกุม “อดีตพระอลงกต” หรือ “ทิดจ๊อด” เปิดปากอ้างถึงไทม์ไลน์ที่สูญหายประเด็นการขึ้นทะเบียนทหารกองเกินที่ อ.เมืองขอนแก่น แต่ไม่ได้เกณฑ์ทหาร เนื่องจากได้ ช่วงปี 2524 ได้ไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย และอ้างว่าตนทำงานเป็นคนเขียนแบบสร้างตึกปิโตรนาส
ต่อมา ปี 2529 เดินทางกลับเข้ามาในไทยผ่านช่องทางธรรมชาติร่วมกับคณะผู้แสวงบุญ เพื่อมาศึกษาพระธรรมและบวชในวันที่ 1 มี.ค.2529 เวลา 07.36 น. ที่วัดลำนารายณ์ ก่อนจะมาอยู่ที่วัดพระบาทน้ำพุ วันที่ 25 พ.ค.2536 จนถึงปัจจุบัน
และมีการเปลี่ยนชื่อจาก “เกรียงไกร เพ็ชร์แก้ว" สวมชื่อเป็น “อลงกต พลมุข” เพื่อหนีทหาร โดยอ้างว่ารู้จักกับ “นายอลงกตตัวจริง” สมัยอยู่ที่ขอนแก่น เนื่องจากเป็นเพื่อนรักกัน ขณะที่ “นายอลงกต” ไม่ทราบว่ามีสวมรอยใช้ชื่อ และกรณีรายละเอียดของใบสุทธิที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง “ทิดจ๊อด” ยอมรับว่าเป็นผู้เขียนเองทั้งหมด
ทั้งนี้ “บิ๊กเต่า - พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว” รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เผยหลังสอบปากคำเบื้องต้น “อดีตพระอลงกต” หรือ “ทิดจ๊อด” ให้ความร่วมมือเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย โดยพฤติการณ์ “ทิดจ๊อด” เบื้องต้นพบความเกี่ยวพันธ์เส้นเงินนำไปใช้จ่ายซื้อที่ดิน ทำสนามฟุตบอล ลงทุนในรูปแบบบริษัทที่มีทั้งกำไร และขาดทุน ทั้งนี้ คาดว่าเงินที่ใช้กระทำความผิดมีมูลค่ามากหลักพันล้านบาท
ข้อมูลทางคดีเผยเส้นทางการเงินเบื้องต้นมีบุคคลเกี่ยวข้องมากกว่า 30 คน โดยการสืบสวนจะมีการตั้งคณะทำงานตรวจสอบการทำธุรกรรมทางการเงิน โดยมี ปปท. และ ปปง. เข้าไปร่วมด้วย เบื้องต้นพบว่ามีเงินหมุนเวียนอยู่ในมูลนิธิ 6 แห่ง ซึ่งเปิดรับริจาคใช้กิจกรรมต่างๆ ประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. มูลนิธิธรรมรักษ์ 2. มูลนิธิอาทรประชานาถ 3. มูลนิธิธนาคารบุญเจ้าคุณอลงกต 4. มูลนิธิฟ้าสร้างไทย 5. มูลนิธิพุทธสถานลพบุรีศรีสุวรรณภูมิ 6. มูลนิธินาถะ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าอดีตพระอลงกตไม่สามารถทำคนเดียวได้แต่มีการทำเป็นขบวนการ ซึ่งหลักฐานจากการเข้าตรวจค้นเพื่อจับกุมพบเอกสารหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี โดยเฉพาะหลักฐานการเงิน อย่างไรก็ตาม ประเด็นการใช้เงินของมูลนิธิทั้งหมดแม้อดีตพระอลงกตจะไม่ได้มีชื่อเป็นประธาน หรือกรรมการในมูลนิธิต่างที่ตั้งขึ้น แต่มีอำนาจในการสั่งเบิก-จ่าย-โอน
สำหรับประเด็นการครอบครองที่ดิน ตรวจพบว่านอกจากที่ดินวัดพระบาทน้ำพุ จำนวน 6 ไร่ที่จดทะเบียนเป็นที่ดินวัด และมูลนิพระธรรมรักษ์แล้ว ยังมีการใช้ชื่อบุคคลและนิติบุคลอื่นอีก 6 ราย ประกอบด้วย นายธ.จำนวน 906 ไร่ บ.แห่งหนึ่ง จำนวน 843 ไร่ นายว.จำนวน 416 ไร่ น.ส.ว.จำนวน 25 ไร่ นายจ.จำนวน 5 ไร่ และมูลนิธิธรรมรักษ์จำนวน 105 ไร่ รวมที่ดินกว่า 2,300 ไร่ ที่มีชื่อบุคคลอื่นครอบครองจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดเพื่อส่งให้ ปปง. พิจารณาก่อนเข้าสู่ขบวนการยึดอายัดทรัพย์สินต่อไป
พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการปราบปราม (รอง ผบก.ป.) เปิดเผยเส้นเงินกว่าพันล้านบาทอยู่ระหว่างการตรวจสอบจากทางสำนักงาน ปปง. ขณะที่ การตรวจสอบจากเอกสารจะต้องใช้ระยะเวลาซึ่งต้องตรวจสอบในส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด อย่างเช่น ประเด็นเรื่องการตรวจสอบเช็คหลายใบมูลรวมประมาณ 100 ล้านบาท ที่พบเจอในกุฏิของอดีตพระอลงกต
ประเด็นต่อมา เรื่องจำนวนเงินส่วนมากที่พบเป็นเงินสดมากกว่าการทำธุรกรรมออนไลน์ ต้องตรวจสอบด้วยว่ามีความผิดปกติหรือไม่ หรือว่ามีข้อพิรุธอะไร แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตว่าในยุคนี้เป็นยุคที่โอนเงินได้ง่าย เหตุใดจึงมีการใช้เงินสด
นอกจากนี้ ยังพบหลักฐานจากเส้นเงินประมาณ 300 ล้านบาทที่ “หมอบี” ได้โอนบ้านหรูไปให้กับ “ทิดจ๊อด” เป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ทั้งนี้ จะมีการตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมทางการเงินบัญชีทรัพย์สินต่างๆ ในการครอบครองของวัดพระบาทน้ำพุ ภายใต้ชื่อของ “อดีตพระอลงกต” หรือ “ทิดจ๊อด” และเงินในมูลนิธิทั้งหมด รวมทั้ง ผู้ครอบครองกรรมสิทธิ์ต่างๆ ที่ปรากฎความเกี่ยวข้องทั้งหมด
เกี่ยวกับคดีทุจริตเงินบริจาควัดพระบาทน้ำพุ “อดีตพระอลงกต” หรือ “ทิดจ๊อด” จะถูกดำเนินคดีความผิดฐานทุจริตยักยอกเงินบริจาควัดพระบาทน้ำพุ ,เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และความผิดฐานฟอกเงิน ส่วน “นายเสกสันน์” หรือ “หมอบี” จะถูกดำเนินคดีฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์, สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และสนับสนุนการฟอกเงิน
ทนายแก้ว - ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล เผยถึงข้อกล่าวหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, มาตรา 157 และข้อหาฟอกเงิน ในการจับการบุกจับ “อดีตพระอลงกต” และ “หมอบี” ระบุว่า “อดีตพระพ่ออลงกต” ถือเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมาย ดังนั้น กรณีนี้ได้มีการเบียดบังเอาทรัพย์มาเป็นของตน ก็จะเป็นความผิดฐานเบียดบ้างในฐานะเจ้าพนักงานตามมาตรา 147 คือมีโทษจําคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 20 ปี หรือจําคุกตลอดชีวิต ส่วนในมาตรา 157 เป็นเรื่องของข้อหาในการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มีอัตราโทษตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 200,000 บาท ขณะที่ “หมอบี” ถือว่าเป็นตัวการในการแบ่งหน้าที่กันทํา ก็เลยโดนพ่วงเข้าไปด้วยในเรื่องของเกี่ยวกับมาตรานี้
“ในมุมของทางกฎหมายแสดงว่า อาจมีเส้นเงินที่สามารถตรวจสอบเจอได้ว่า เข้าวัดและจากวัดไปสู่ตัวบุคคล แล้วก็ออกจากวัดเข้าบุคคล หรือไปเข้าตัวแทนของบุคคล หรือ นอมินี ที่เพิ่มเข้ามาก็ได้ กรณีนี้มันเป็นการแบ่งหน้าที่กันทําก็ได้ ซึ่งหมายความว่า คดีนี้อาจจะไม่จบเท่านี้ อาจจะมีการขยายผลเพิ่มอีก" ทนายแก้ว - ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล ระบุ
ฉากสุดท้าย จาก “เทพเจ้าเอดส์” สู่ “ผู้ต้องหา” คดียักยอกเงินวัด “ปิดม่าน...อลงกตการละคร”