xs
xsm
sm
md
lg

ศึกเลือกตั้ง ต้องอายไม่เป็น

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: โสภณ องค์การณ์



ความอยากได้อำนาจรัฐทำให้การหาเสียงของนักเลือกตั้ง นักแสวงโชคทางการเมือง สารพัดประเภทระดมทรัพยากรเพื่อชนะใจชาวบ้าน สร้างโครงการประชานิยมถมไม่เต็มเป็นจุดขาย เกทับบลัฟแหลก ลดแลกแจกแถมไม่อั้น อวดเก่งกล้าสามารถ

อย่างเดียวที่ไม่บอกชาวบ้านคือ จะหาเงินมาอย่างไรเพื่อสนับสนุนโครงการ และยิ่งไม่บอกอีกว่าจะต้องกู้ เพิ่มหนี้สาธารณะ บ้านเมืองเสี่ยงต่อวิกฤตเศรษฐกิจ

ความอยากอยู่ต่อในอำนาจ ทำให้คนกุมอำนาจปัจจุบันไม่ต้องรู้สึกเหนียมอาย หลังจากโดนกล่าวหาซ้ำซากว่าใช้เวลาราชการและกลไกของรัฐหาเสียง

เดินสายออดอ้อนขอเสียงชาวบ้าน ยิ่งไม่อายหนักเมื่ออ้างว่าตัวเองเก่งฉกาจ รู้ปัญหาทุกอย่างเพราะอยู่มานาน “8 ปี” แล้ว พูดอย่างนี้ซ้ำหลายครั้งให้ชาวบ้านเชื่อ

ไม่อาย แม้รู้ทั้งรู้ว่ารัฐธรรมนูญห้ามนายกรัฐมนตรีอยู่ในตำแหน่งเกิน 8 ปี

ช่วงแรกที่อ้างว่าอยู่มา 8 ปี ชาวบ้านนึกว่าหลุดปาก หลังจากได้ยินหลายรอบ ก็เป็นการยืนยันว่าไม่อาย ไม่กลัวอะไรอีกแล้ว เมื่ออยู่เกินวาระกำหนด 8 ปี

ไม่มีใครเอาเรื่องนี้ไปร้องศาลรัฐธรรมนูญแฮะ! นักร้องทั้งหลายทำหูทวนลม หรือปลงแล้วว่า ถ้าเอาไปร้องศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่มีความหมาย

ไม่ใช่เป็นเพราะว่าได้เคยมีคำวินิจฉัยเรื่องการนับเลขมาแล้วเท่านั้น บางพวกบอกว่าท่านผู้กุมอำนาจไม่เคยแพ้คดีในศาลรัฐธรรมนูญ รู้ว่าใครแต่งตั้งตุลาการด้วย

ดังนั้นคำร้องอะไรต่างๆ เป็นการเสียเวลาเปล่า สู้ไปนั่งเป่าสากยังจะดีกว่า

วันจันทร์ที่ผ่านมา กกต.ไปย้ำว่าการหาเสียงของคนรัฐบาลต้องระวังมาตรา 169 ที่ห้ามเอาเปรียบนักเลือกตั้งคนอื่นๆ ด้วยการใช้เวลาราชการและกลไกรัฐ

ที่ผ่านมา มีพฤติกรรมอุจาด การกระทำอย่างที่ไม่เคยทำ นั่นคือการใช้วันเสาร์-อาทิตย์ “ไปตรวจราชการ” ขนคนในพรรคที่ตัวเองตั้งให้กินเงินเดือนจากภาษีประชาชนไปติดสอยห้อยตามในฐานะ “บ่าวผู้พิทักษ์ภักดีทุกลมหายใจเข้าออก”

เป็นความอุจาดในพฤติกรรมอย่างแรง ที่ใครก็ตามกระโดดจากพรรคเดิมมาเข้าร่วมกับพรรคท่านห้าวเป้ง มักได้รับตำแหน่งเป็นที่ปรึกษา หรือนั่นนี่โน่น

ไม่ต้องกินเงินเดือนพรรค เอาภาษีประชาชนไปจ้าง ไปร่วมหาเสียงภายใต้ฉากการตรวจราชการ ทั้งที่ 8 ปีใช้วันเสาร์-อาทิตย์ส่วนใหญ่ตีกอล์ฟและพักผ่อน

น้ำท่วมอุบลฯ เป็นเดือน ยังใช้วันอาทิตย์เล่นกอล์ฟกับเพื่อนร่วมก๊วน

ดังนั้นการเมืองน้ำเน่าบ้านเราจึงยังคงด้อยพัฒนาถาวร ไม่เห็นแสงเดือน เห็นแสงตะวัน มีบริวาร บ่าวระดับต่างๆ มีนักร้องเดินงานทุกเรื่องหาเหตุยุบพรรคคู่แข่ง

นักเลือกตั้งมีทั้งสายปาร์ตี้ลิสต์ ซึ่งเป็นพวกไม่มีฐานเสียง มีเงิน ใช้เงินซื้ออันดับในปาร์ตี้ลิสต์รับประกันว่าไม่สอบตก แต่ต้องจ่ายแพงถ้าต้องการเป็นเสนาบดีด้วย

นักตีกินจะไม่ลงทั้งปาร์ตี้ลิสต์ ไม่ลง ส.ส.เขต รอรับตำแหน่งเช่นเป็นรัฐมนตรี หรือรอเป็นนายกฯ โน่น ถ้าเชื่อว่าตัวเองมีราคาพอ แต่คนเป็นนายกฯ ได้มีครั้งละคน ดังนั้นต้องมีจุดขาย จุดแข็ง หรืออำนาจแฝงเร้นบางอย่างผ่านอำนาจรัฐ

บางพรรคอย่างที่รู้กันว่าใช้การดูดตัวดังเข้าพรรคด้วยวิธีจูงใจ ถอนชนักปักหลังเพราะมีคดีอาญาคาอยู่ รับประกันว่าไม่ติดคุก นี่เป็นการแบล็กเมลทางการเมือง

พวกที่ตกอยู่ในสภาพทาส ถ้ามีฝีมือด้านโฆษณาชวนเชื่อก็ถูกเอาไว้ใช้งาน

วิธีสกปรกอย่างนี้ ฝ่ายผู้ถูกกระทำก็เต็มใจ ไม่ต้องเสี่ยงติดคุก ทั้งยังมีรางวัลถ้าทำงานเข้าตาด้วยการเล่นงาน ดิสเครดิตคู่แข่ง ทำตัวเป็นองครักษ์พิทักษ์นายท่าน

ภาษาฝรั่งเรียกพวกนี้ง่ายว่าเป็น “Attack Dogs” เป็นฝูงหมารายล้อมพร้อมกระโจนใส่ศัตรูของเจ้านายถ้าได้กลิ่นความเป็นปฏิปักษ์ หรือรอเจ้านายออกคำสั่ง

บ่าวและบริวารบางพวกทำตัวเป็นผู้พิทักษ์จนลืมว่าตัวเองเป็นคนแท้ๆ

ช่วงนี้ยังมีเวลาหลังจากการประกาศยุบสภาฯ สำหรับเห็บเหาประชาธิปไตยกระโดดหนีจากนายเก่า หานายใหม่แหล่งอุดมสมบูรณ์ มีโอกาสได้ต่ออายุการเมือง

ความอายจึงไม่มีในระบบความคิดของนักเลือกตั้ง นักตีกินในวงการเมือง ชาวบ้านได้เห็นการหาเสียงสารพัดรูปแบบ ออกคลิป ออกเทป โกหกพกลม พล่ามโวโม้บ้า เท่าที่สรรหามาประเคนใส่รูหู สายตาของคนฟัง มีโซเชียลเป็นตัวช่วยหลัก

ถ้ารักจะอยู่ในการเมือง ความอายไม่ควรมีให้เป็นภาระ หน้าด้านหน้าทนต่อคำพูดเสียดสีของชาวบ้านว่า มาให้เห็นหน้าเฉพาะช่วงหาเสียง จากนั้นก็หายหัว

ศึกชิงอำนาจครั้งนี้มีเดิมพันสูง การย้ายค่ายไปอยู่ในโซนปลอดภัยจึงเป็นเรื่องจำเป็น ว่ากันไม่ได้ ทุกชีวิตย่อมห่วงตัวเองเมื่อถึงวาระคับขัน ความอยู่รอดต้องมาก่อน

เราจึงได้เห็นนักเลือกตั้งที่เคยหากินกับความเป็นนักต่อต้านเผด็จการทหาร กลายเป็นนักกำจัดคราบสกปรกบนผิวท็อปบู๊ตได้อย่างสนิทใจ ไม่มีอะไรต้องอาย มีทั้งพวกที่เคยด่าท่านห้าวเป้งอย่างสาดเสียเทเสีย ทุกวันนี้ไปกอดขาเชลียร์ทำตาซื่อใส

พรรคชุมนุมนักด่าเผด็จการทหารถึงยุคตกต่ำสุดๆ แต่ยังหวังว่าจะใช้คารม ความเป็นภูมิภาคแหกตาชาวบ้านได้ ทั้งที่รู้ว่าเป็นรัฐบาลไม่ทำอะไรให้ดีขึ้น

ฉายา “ดีแต่พูด” จึงไม่ใช่ข้อกล่าวหาเกินเลย ประวัติศาสตร์พิสูจน์ได้

ตัวแกนนำมีแต่ความมั่งคั่งเฉพาะตัว การแสวงหาทุ่งหญ้าใหม่สด ดีกว่าฟางแห้งจึงเป็นแฟชั่นช่วงนี้ มีรายหนึ่งเป็นนักด่านักกู้ ย้ายค่ายหนีหนี้ สุดท้ายตากหน้าไปซบท็อปบู๊ตแล้วน้ำหนักตัวเพิ่ม 50 กิโล มีราคาเกินตัว ถือว่าเป็นลาภลอยเกินคาด

เอาเถอะ เรื่องพรรค์นี้ นักเลือกตั้งทุกสี ทุกลายก็ทำกัน อย่าว่ากันเลยนะ!


กำลังโหลดความคิดเห็น