วรศักดิ์ มหัทธโนบล
ในความเป็นไป
9.ทบวงวิเทศสัมพันธ์แห่งศูนย์กลางพรรค (ต่อ)
ในช่วงก่อนที่จีนจะเปิดประเทศและปฏิรูปนั้น การติดต่อกับพรรคการเมืองต่างประเทศมักจะเป็นพรรคที่นิยมลัทธิสังคมนิยม หลายพรรคเหล่านี้จึงมีตัวแทนของตนอยู่ในจีนโดยมีองค์กรนี้เป็นผู้ดูแล
ตัวแทนของพรรคต่างชาติที่อยู่ในจีนนี้จะทำหน้าที่เสมือนทูต โดยจะเป็นตัวกลางระหว่างพรรคที่ตนสังกัดกับพรรคคอมมิวนิสต์จีน
ทั้งนี้จีนได้จัดสถานที่ให้แก่ตัวแทนพรรคต่างชาติหรือที่มักเรียกกันว่า “พรรคพี่น้อง” ไว้ที่ชานเมืองด้านตะวันตกของเป่ยจิงที่ตำบลว่านซ่งจวง สถานที่แห่งนี้จะมีตึกอยู่ด้วยกัน 18 หลัง ชาวจีนจึงมักเรียกบริเวณนี้ว่า “สือปาสั่ว” ที่หมายถึง ย่านตึกสิบแปดหลัง
อนึ่ง ในสมัยที่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ยังมิได้ล่มสลายนั้น พคท.ก็มีตัวแทนของตนไปประจำอยู่ที่ย่านตึกสิบแปดหลังนี้ด้วยเช่นกัน และหนึ่งในตัวแทนของ พคท.ก็คือ อัศนี พลจันทร์ (พ.ศ.2461-2530) ผู้แต่งเพลง เดือนเพ็ญ หรือ คิดถึงบ้าน ที่มีชื่อเสียงและมีผู้นำไปร้องหลายคนหลายวงด้วยกัน
โดยอัศนีประจำอยู่ที่ย่านตึกสิบแปดหลังในช่วงทศวรรษ 1960
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่จีนเปิดประเทศและปฏิรูปนับแต่ปี 1979 เรื่อยมา การให้ความช่วยเหลือพรรคพี่น้องดังกล่าวก็มีอันยุติลง ปัจจุบันนี้ทบวงวิเทศสัมพันธ์ฯ จะติดต่อกับพรรคการเมืองทั้งที่มีอุดมการณ์สังคมนิยมและอุดมการณ์อื่น แต่จะติดต่อกับประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน
การติดต่อกับพรรคการเมืองต่างประเทศนี้ โดยมากแล้วจะติดต่อกับพรรคการเมืองใหญ่เป็นหลัก มิได้ติดต่อกับพรรคเล็กพรรคน้อยทุกพรรค อย่างเช่นในกรณีไทยซึ่งมีพรรคการเมืองอยู่นับสิบพรรค หากติดต่อหมดทุกพรรคก็คงเกินวิสัย
10.สำนักวิจัยประวัติแห่งศูนย์กลางพรรค
สำนักวิจัยประวัติแห่งศูนย์กลางพรรค (จงก้งจงยางต๋างสื่อเอี๋ยนจิวซื่อ, 中共中央党史研究室) เป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นในเดือนกรกฎาคม 1988 ภารกิจหลักขององค์กรนี้คือ วิจัยเรื่องของพรรค เรียบเรียงและเขียนประวัติพรรคเพื่อเผยแพร่ผ่านสิ่งพิมพ์ลักษณะต่างๆ อย่างเช่นวารสารหรือหนังสือเล่ม เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่รวบรวมและจัดกลุ่มเอกสารประวัติพรรคที่สำคัญ รวมทั้งรวบรวมเอกสารและงานวิจัยเกี่ยวกับพรรคทั้งที่อยู่ในและนอกประเทศ รับผิดชอบประวัติผู้นำพรรคระดับต่างๆ ซึ่งมีผลงานที่เป็นรูปธรรม
นอกจากนั้น ก็ยังมีหน้าที่ช่วยศูนย์กลางพรรคในการแก้ไขเกี่ยวกับประวัติพรรค เสนอข้อคิดเห็นและเอกสารที่เกี่ยวข้อง ถ่ายทอดแนวทางของศูนย์กลางพรรคที่เกี่ยวกับประวัติพรรคให้แก่องค์กรต่างๆ ของพรรค รวมทั้งองค์กรวิจัยประวัติพรรคในระดับท้องถิ่น
จัดตั้งและประสานการทำงานเพื่อวิเคราะห์ปัญหาที่ได้จากการรวบรวมเอกสารประวัติพรรค โดยจัดให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการวิจัยประวัติพรรค ฝึกฝนผู้ปฏิบัติงานในองค์กรวิจัยประวัติพรรค ตลอดจนชี้แนะการทำงานเกี่ยวกับประวัติพรรคในระดับชาติ
จากบทบาทดังกล่าว ได้ทำให้สำนักนี้ผลิตผลงานเกี่ยวกับประวัติของพรรคคอมมิวนิสต์จีนออกมาเป็นระยะ และได้วางจำหน่ายตามร้านหนังสือทั่วไป เท่าที่สำรวจจากการลงพื้นที่ในจีนพบว่า มีบางรายการของหนังสือเหล่านี้ได้รับการตีพิมพ์มากกว่าหนึ่งครั้ง แสดงว่าหนังสือเหล่านี้ (บางเล่ม) ได้รับการตอบรับพอสมควร
ตัวอย่างหนังสือที่บทความนี้มีอยู่ในมือที่เผยแพร่โดยสำนักนี้ก็เช่น ประวัติพรรคคอมมิวนิสต์จีน ภาคที่ 1 เล่ม 1-2 (จงกว๋อก้งฉานต่างลี่สื่อ ตี้อีจ้วน ซ่างเช่อ-เซี่ยเช่อ), รำลึกวาระครบรอบ 85 ปีแห่งการก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์จีน: ประมวลความรู้เกี่ยวกับประวัติการสร้างพรรค 600 ข้อ (จี้เนี่ยนจงกว๋อก้งฉานต่างเฉิงลี่ 85 โจวเหนียน: ต๋างสื่อต่างเจี้ยนจือสือจิงซ่าย 600 ถี) เป็นต้น
อนึ่ง หนังสือเล่มแรกนั้นได้นำเสนอประวัติของพรรคคอมมิวนิสต์จีนตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1921 จนกระทั่งยึดอำนาจการปกครองได้ในปี 1949 เท่าที่ติดตามมาจนถึงปี 2019 จากการลงพื้นที่ที่จีน (ก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19) ยังไม่พบประวัติพรรคหลังปี 1949 จนถึงปัจจุบัน
เล่มหลังนี้หากมีการตีพิมพ์ (ซึ่งอาจตีพิมพ์แล้วก็ได้?) นับว่าน่าสนใจมาก ว่า พคจ. จะบอกเล่าความขัดแย้งภายในพรรคอย่างไร เช่น ความขัดแย้งระหว่างเหมาเจ๋อตงกับผู้นำพรรคบางคน เหตุการณ์การปฏิวัติวัฒนธรรม (1966-1976) เป็นต้น
จากที่ทราบมาพบว่า การทำงานขององค์กรนี้มีความน่าสนใจในเชิงวิชาการอยู่ประการหนึ่งคือ การเก็บรักษาเอกสารสำคัญของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เอกสารเหล่านี้มีบางชิ้นมีอายุยาวนานหลังจากก่อตั้งพรรคในปี 1921 การเก็บเอกสารเหล่านี้ส่วนหนึ่งจึงเป็นลายมือบุคคลรวมอยู่ด้วย
ที่สำคัญ เอกสารบางชิ้นมีความเปราะบางอย่างยิ่ง คือเป็นกระดาษแผ่นบางๆ การเก็บรักษาจึงใช้วิธีใส่ในถุงบรรจุภัณฑ์อย่างดี และเก็บไว้ในคลังเอกสารนิรภัยที่มีระบบการป้องกันที่ดีเยี่ยม เช่น ป้องกันอัคคีภัย เป็นต้น
คลังเอกสารดังกล่าวจึงคล้ายๆ กับตู้เซฟขนาดใหญ่ ตู้เก็บเอกสารจะถูกจัดวางเรียงเป็นแถวเป็นแนวอย่างมีระเบียบ โดยภายในคลังเอกสารนี้จะมีอุณหภูมิที่คงที่อยู่ตลอดเวลา เพื่อมิให้เอกสารชำรุดตามกาลเวลาหากเก็บในนอุณหภูมิปกติ
11.สำนักวิจัยเอกสารแห่งศูนย์กลางพรรค
สำนักวิจัยเอกสารแห่งศูนย์กลางพรรค (จงก้งจงยางเหวินเสี้ยนเอี๋ยนจิวซื่อ, 中共中央文献研究室) เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่เรียบเรียงเอกสารสำคัญของพรรคคอมมิวนิสต์จีนและของชาติ
ศึกษาผลงานทางความคิดและชีวิตของผู้นำคนสำคัญของประเทศ เช่น เหมาเจ๋อตง โจวเอินไหล หลิวส้าวฉี จูเต๋อ เญิ่นปี้สือ เติ้งเสี่ยวผิง และ เฉินอวิ๋น เป็นต้น
แต่เดิมองค์กรนี้ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อคัดสรรบทนิพนธ์ของเหมาเจ๋อตงมาตีพิมพ์ โดยเป็นคณะกรรมการตีพิมพ์งานนิพนธ์ของเหมา และในปี 1980 จึงได้เปลี่ยนมาเป็นชื่อดังกล่าวและใช้ชื่อนี้มาจนถึงปัจจุบัน
นอกจากงานรวบรวมและเรียบเรียงเอกสารของพรรคและของชาติแล้ว ก็ยังรวบรวมเอกสารของกองทัพด้วย ผลงานที่ปรากฏออกมานั้นอยู่ในรูปจดหมายเหตุ ชีวประวัติ ผลงานที่คล้ายชีวประวัติ ความคิดหรือทฤษฎี


