xs
xsm
sm
md
lg

เปลี่ยนรมต.คลัง 4 คนใน 3 เดือน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: อ.สุดาทิพย์ จารุจินดา อินทร



ประเทศอังกฤษ หนึ่งในสมาชิกประเทศที่พัฒนาแล้ว และมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่สุดของโลกแห่งหนึ่ง โดยเป็นหนึ่งในประเทศ G7 ที่ได้รับความน่าเชื่อถือในด้านเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมือง และเป็นประเทศศูนย์กลางการเงินโลกด้วย

วันนี้ได้ทำสถิติด้านการเมืองและเศรษฐกิจพอๆ กับประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างไม่น่าเชื่อ

ได้มีการเปลี่ยนตัวรมต.คลังถึง 4 คนในรอบ 3 เดือน (6 ก.ค.-14 ต.ค.)

คนแรกคือ ริชี ซูนัก อยู่ในตำแหน่ง 2 ปี 4 เดือน (13 ก.พ. 2020-5 ก.ค. 2021) ในรัฐบาลของบอริส จอห์นสัน โดยลาออกอย่างกะทันหันเพื่อบีบและกดดันให้นายกฯ จอห์นสันต้องลาออก... เขาเขียนจดหมายลาออกนำมาเผยแพร่ทางสื่อเพียงไม่กี่นาที (ประมาณ 15 นาที) หลังจากรมต.สาธารณสุข Sajid Javid ได้เผยแพร่จดหมายลาออกตัดหน้าจดหมายลาออกของริชี ซูนัก

สำหรับนายซาจิด จาวิด เป็นรมต.อาวุโสนั่งอยู่ที่กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งในยุคของโรคไวรัสโควิดนี้ กระทรวงสาธารณสุขนับเป็นกระทรวงที่ใหญ่และสำคัญมาก

นายซาจิด เคยนั่งเป็นรมต.คลังของนายกฯ บอริส จอห์นสัน ด้วย (ตั้งแต่ 24 ก.ค. 19-13 ก.พ. 20...ประมาณ 6 เดือนครึ่ง)

ซึ่งถ้านับนายซาจิดด้วยอีกคนในตำแหน่งรมต.คลัง ก็จะทำให้อังกฤษมีรมต.ถึง 5 คนในเวลา 2 ปีครึ่ง...นับว่าอังกฤษใช้รมต.คลังเปลืองมากจริงๆ

คนที่สองคือ Nadhim Zahawi คนนี้เกิดที่กรุงแบกแดด ประเทศอิรัก...ปู่ของเขาเคยเป็นผู้ว่าธนาคารกลางของอิรัก พ่อแม่เขาอพยพหนีซัดดัม มาอยู่อังกฤษ และเขาเป็น 1 ใน 2 ผู้ก่อตั้งบริษัทที่ทำโพลและเป็นที่รู้จักกันดีคือ You Gov

เขาได้รับการแต่งตั้งอย่างรีบด่วนจากนายกฯ บอริส จอห์นสัน ทันทีที่รมต.คลังริชีลาออก ให้มาเป็นรมต.คลังแทนริชีโดยรมต.นัดฮิม ซาฮาวี เคยนั่งเป็นรมต.ศึกษาฯ มาก่อน

รมต.คลังนัดฮิม มาอยู่ได้แค่ 24 ชม.ก็ยื่นหนังสือลาออกต่อนายกฯ จอห์นสัน เพื่อกดดันให้นายกฯ จอห์นสัน ลาออก และปรากฏว่า นายกฯ จอห์นสันก็ถูกกดดันจากการประกาศลาออกยกแผงจากรมต.อีกหลายกระทรวง รวมทั้งเจ้าหน้าที่อีกหลายสิบตำแหน่งทางการเมืองที่นั่งอยู่ตามหน่วยงานรัฐบาล ก็ร่วมใจกันประกาศลาออก...ทำให้นายกฯ จอห์นสัน ต้องเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีนาถฯ เพื่อกราบถวายบังคมลาออกจากตำแหน่งนายกฯ โดยยังรักษาการอยู่จนกว่าพรรคทอรีจะได้นายกฯ ใหม่เข้ามาบริหาร

ทำให้รมต.นัดฮิม ได้อยู่รักษาการต่ออีกประมาณ 1 เดือน...รวมอยู่ในตำแหน่ง (6 ก.ค.-6 กันยาฯ 2022) 2 เดือน

คนที่สามคือ ควาซี กวาร์เต็ง (Kwasi Kwarteng) รมต.ผิวดำคนแรกที่นั่งที่กระทรวงการคลัง มีเชื้อสายชาวประเทศกานา โดยเขาเกิดรพ.ในกรุงลอนดอน และเรียนจบ Ph.D. จากฮาร์วาร์ด

เป็นรมต.คลังคนแรกของนายกฯ หญิงลิซ ทรัสส์...โดยอยู่ในตำแหน่งแค่ 38 วัน (6 ก.ย.-14 ตุลาฯ) ซึ่งเคยมีอดีตรมต.คลังคนหนึ่งในอดีตอยู่ในตำแหน่งแค่ 30 วัน แต่ป่วยและเสียชีวิตกะทันหัน ซึ่งถ้าไม่เสียชีวิตก็น่าจะทำงานในตำแหน่งรมต.คลังต่อไป

รมต.ควาซี กวาร์เต็ง นับเป็นผู้ทำลายสถิติที่ทำงานแค่ 38 วัน ก็ถูกปลดออก

เพราะรมต.นัดฮิม ซาฮาวี อยู่ในตำแหน่งเต็มแค่ไม่ถึง 2 วัน แต่ได้รักษาการถึงเกือบ 2 เดือน ในช่วงที่พรรคอนุรักษนิยม (ทอรี) กำลังแข่งขันเฟ้นหาตัวนายกฯ คนใหม่

รมต.คลังควาซี จัดว่ามีสีสันขณะดำรงตำแหน่งมากที่สุด เพราะเขาได้นำเสนองบประมาณฉบับย่อ (mini-budget) ในวันที่ 23 กันยายน (หลังพิธีพระบรมศพควีน) ซึ่งได้สร้างความปั่นป่วนแก่ตลาดเงินตลาดทุนของอังกฤษ ขนาดเกิดการเทขายอย่างหนัก ทั้งในตลาดหลักทรัพย์, ตลาดพันธบัตรรัฐบาล รวมทั้งเงินปอนด์ดิ่งลงจนมีราคาแค่ 1 ดอลลาร์กับอีก 3 เซ็นต์เท่านั้น

จนทำให้ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ต้องเปลี่ยนนโยบายกะทันหันเพื่อกลับมาอุ้มพันธบัตรรัฐบาล ด้วยการเข้าช้อนซื้อพยุงพันธบัตรรัฐบาลไม่ให้ล้มครืนลงมา ไม่เช่นนั้นเหล่าบรรดากองทุนบำเหน็จบำนาญจะต้องขาดทุนย่อยยับ และทำให้เหล่าคนชราเจ้าของหน่วยของกองทุนจะต้องขาดทุนย่อยยับได้...แต่ธนาคารกลาง (ซึ่งเดิมจะเริ่มขายพันธบัตรที่เก็บเอาไว้ตั้งแต่วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์)...ได้เปลี่ยนมาซื้อพันธบัตรรัฐบาลเพื่อพยุงพันธบัตร ได้บอกไว้ล่วงหน้าว่า จะเข้าแทรกแซงตลาดพันธบัตรนี้ได้ถึง 14 ตุลาคมเท่านั้น (ซึ่งได้เข้ามาแทรกแซงซื้อพันธบัตรรัฐบาลได้ถึง 3 รอบใน 2 อาทิตย์)

ช่วง BOE เข้าอุ้มตลาดพันธบัตร ทำให้ราคาเงินปอนด์ขยับแข็งขึ้นมาอยู่ที่ 1.13 ดอลลาร์...และตลาดเงินตลาดทุนก็หวั่นๆ ว่า หลังจาก 14 ตุลาฯ ที่ BOE จะไม่เข้าแทรกแซงต่อไป ก็น่าจะเกิดการโกลาหลในตลาดเงินตลาดทุนอีกรอบหนึ่ง

สาเหตุเพราะรมต.คลังควาซี ได้ประกาศเมื่อ 23 กันยาฯ ลดภาษีอย่างมโหฬาร ทั้งภาษีรายได้ส่วนบุคคล และนิติบุคคล (ห้างร้านทั้งหลาย) รวมทั้ง VAT ของนักท่องเที่ยวต่างชาติก็จะไม่เก็บ, จะลดภาษีเงินปันผล รวมทั้งจะอุ้มราคาค่าไฟฟ้าต่อไป โดยประกาศเพดานค่าไฟตรึงเอาไว้ถึง 2 ปี และจะเพิ่มงบทหารเป็น 3% ของจีดีพี

เช้าวันพฤหัสฯ ที่ 13 ตุลาคม ท่านผู้ว่า BOE ออกมาเตือนว่า วันพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายที่ BOE จะแทรกแซงตลาดพันธบัตร สร้างความหวั่นวิตกในตลาดเงินตลาดทุนอีกครั้ง

ขณะที่รมต.คลังควาซี กำลังร่วมประชุมประจำปีของไอเอ็มเอฟ และธนาคารโลกที่วอชิงตัน ดี.ซี. (เป็นการประชุมจันทร์ถึงศุกร์เป็นเวลา 1 อาทิตย์ เขาถูกเรียกตัวกลับด่วน ขณะที่การประชุมยังไม่จบลง...ซึ่งแน่นอนว่าทั้งไอเอ็มเอฟ และธนาคารโลกออกมาเตือนถึงนโยบายลดภาษีโครมครามของอังกฤษ ขณะที่ทั่วโลกกำลังเข้าสู่การเติบโตช้าและเศรษฐกิจถดถอย และไอเอ็มเอฟถึงขนาดออกแถลงการณ์เตือนอังกฤษให้ปรับเปลี่ยนนโยบายลดภาษีคนรวยในยามนี้

ทุกคนแปลกใจว่าทำไมรมต.คลังควาซี ไม่อยู่ร่วมการประชุมจนจบ

ในที่สุดข้อสงสัยนี้ก็กระจ่าง นั่นคือ เขาถูกเรียกตัวกลับ (โดยนายกฯ) เพื่อ (ปลด) เปลี่ยนตัวรมต.คลังเป็นรมต.คลังคนที่ 4 ของอังกฤษในรอบ 3 เดือน

ขณะที่ควาซีไปเข้าประชุมที่ไอเอ็มเอฟ ท่านนายกฯ ลิซ ทรัสส์ ก็เดินสายออกรายการตามสื่อต่างๆ โดยโยนความผิดให้รมต.คลังควาซี ว่าเป็นค้นคิดการลดภาษีรายได้ (โดยเฉพาะสำหรับคนรวยรายได้สูงสุด ที่เคยจ่ายรายปี 45% จะมีการยกเลิกการเก็บภาษีอัตราสูงสุดนี้)

หลังเกิดความโกลาหลในตลาดเงินตลาดทุน ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวในหมู่สมาชิกอาวุโสของพรรคทอรี ที่เริ่มต้องการเปลี่ยนตัวนายกฯ ลิซ ทรัสส์ และรมต.คลัง...ซึ่งนายกฯ ลิซ ทรัสส์ ได้ประชุมด่วนสื่อมวลชนในวันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม เพื่อประกาศว่า รมต.คลังคนใหม่จะมาเปลี่ยนนโยบายคลังใหม่

นั่นคือ รมต.คลังคนที่ 4 ในรอบ 3 เดือน ชื่อเจเรมี ฮันท์ อดีตรมต.สาธารณสุข (6 ปี) และรมต.ต่างประเทศ (2 ปี) ซึ่งเป็นฝ่ายที่สนับสนุนอดีตรมต.คลังริชี ซูนัก เมื่อตอนแข่งกับลิซ ทรัสส์

เขาสนับสนุนนโยบายของริชี จะยังจัดเก็บภาษีผู้มีรายได้สูงในอัตราที่สูง รวมทั้งภาษีลาภลอยต่อบริษัทพลังงาน

ซึ่งลิซ ทรัสส์ ต้องการเรียกความเชื่อมั่นมาสู่ตลาดเงินตลาดทุน

รมต.คลังเจเรมี ฮันท์ ได้เปลี่ยนนโยบายลดภาษีครั้งมโหฬารของควาซี กลับมาใช้ภาษีอัตราเดิมแทบหมด...เป็นการหักล้างนโยบายที่ลิซ ทรัสส์ หาเสียงไว้แทบทั้งสิ้น

เขากลายเป็นนายกฯ ตัวจริงของอังกฤษขณะนี้ ขณะที่สื่ออังกฤษถล่มนายกฯ (แต่ในนามแต่ไร้อำนาจ...หมดสิ้นศักดิ์ศรี) ว่า เธอควรจะลาออกไปได้แล้ว ไม่ใช่แค่ปลดรมต.คลังออกเท่านั้น

ขณะนี้ ก็เพียงนับวันรอการเปลี่ยนตัวนายกฯ อังกฤษ ซึ่งมีโพลหลายแห่งคาดว่า ริชี น่าจะได้เป็นนายกฯ...กรณีที่ไม่มีการยุบสภา

แต่ถ้ายุบสภา และมีเลือกตั้งใหม่ ผู้นำพรรคแรงงานขณะนี้มีคะแนนนำพรรคทอรีอยู่ถึง 30-36% ทีเดียว


กำลังโหลดความคิดเห็น