xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

ปาหี่ปราบ “มังกรฟ้า-กองสลากพลัส” “ลุงตู่” อยากเห็น “หวยถูก” จริงป่ะ?

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - ถึงกับต้อง “อมยิ้ม” ที่มุมปาก หรือ “หัวเราะเอิ้กอ้าก” กันเลยทีเดียวสำหรับการล้างบางแพลตฟอร์มสลากออนไลน์ “มังกรฟ้า - กองสลากพลัส” นำ “แรมโบ้-เสกสกล อัตถาวงศ์” และ “บิ๊กโจ๊ก-พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล” เพราะหมุดหมายของปฏิบัติการครั้งนี้ก็คือ การแก้ปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลมีราคาแพงเกินกว่าที่กำหนดไว้

เหตุที่กล่าวเช่นนั้นก็เพราะมองไม่เห็นว่า จะช่วยทำให้ “หวยถูก” ได้อย่างไร

สมมติว่า “จับ-ปรับและปิด” ทั้งสองเครือข่ายได้จริง แล้วหวยจะกลับมาขายในราคาใบละ 80 บาทอย่างที่ “บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้จริงหรือ

ดังนั้น จึงเกิดคำถามดังๆ ตามมาว่านี่คือ “ปาหี่” หรือไม่ เพราะดูทรงแล้วเหมือนจะเป็นปฏิบัติการทางการเมืองเพื่อหวังจัดการกับ “หอกข้างแคร่ลุง” เสียมากกว่า บวกกับกระแสโจมตีเรื่องหวยแพงจากประชาชนที่กดดันมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยเห็นกันชัดๆ ว่า นับแต่รัฐประหารและเดินหน้าแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคามาเป็นเวลาเกือบ 8 ปี อะไรๆ ก็ยังเหมือนเดิม แถมขบวนการทำมาหากินกับ “หวยรัฐ” ยังเบ่งบานมากกว่าเก่าเสียอีก

สำหรับเรื่อง “หอกข้างแคร่” ก็เป็นที่รับรู้กันอยู่ว่าคือใคร เพราะแม้จะพยายามกันตัวเองออกไปจากวงหลังกินตำแหน่งใหญ่ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ไม่เกี่ยวข้องและไม่ได้หาเงินหาทองจากเรื่องนี้ และเมื่อแสดงตนเป็นปฏิปักษ์กับลุงจึงจำเป็นต้อง “สั่งสอน” โดย “เชือดไก่(มังกรฟ้า-กองสลากพลัส) ให้ลิงดู” ว่า ถ้ายังไม่หยุด ปฏิบัติการครั้งหน้าจะสาวลึกลงไปถึง “เสือแดง” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แถมเวลานี้ “ลูกพี่ของหอกข้างแคร่” กำลังตกอยู่ในสภาวะลำบาก พรรคมีปัญหาสารพัดสารพัด ผู้สนับสนุนเริ่มจะถอนตัว ดังนั้น นี่จึงเป็นโอกาสที่จะสยบความซ่าให้อยู่หมัด

ที่สำคัญคือ คนเล่นหวยและนักเลงหวยต่างก็รู้ว่า วิธีเดียวที่จะทำให้ไม่มีการทำมาหากินกับการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลก็คือขายในรูปแบบ “ออนไลน์” ซึ่งก็คงต้องถามดังๆ ว่า รัฐบาลลุงจะเอาจริงหรือไม่ อยากเห็นสลากกินแบ่งรัฐบาลขายในราคาที่กำหนดจริงหรือไม่ ด้วย “ระบบการขายสลากกินแบ่งรัฐบาล” ในปัจจุบันเปิดช่องให้สามารถแสงหากำไรจาก “หวยชุด” ได้อย่างสบายๆ ด้วย “คนซื้อ” ก็พร้อมที่จะควักกระเป๋าจ่าย ขณะที่บรรดา “สารพัดปั๊ว” ก็พร้อมจะซื้อในราคาสูงขอให้ได้หวยมาอยู่ในมือ ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็รวมหวยชุดได้อยู่ดี เพราะสามารถขายต่อทำกำไรได้

เพราะเหตุนี้ ข่าวคราวในช่วงที่ผ่านมาจึงมักมีการเสาะแสวงหา “ขาใหญ่” ที่สามารถหาสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวนมากๆ ให้ได้ ซึ่งก็หนีไม่พ้นบรรดา “คนมีสี” ทั้งหลาย หรือบรรดา “บิ๊กๆ” ที่เข้าถึงวงจรดังกล่าว

และที่ต้องขีดเส้นใต้ก็คือ เงินที่ได้จากแวดวงนี้ถูกนำไปใช้ในทางการเมืองไม่น้อย โดยหลายคนก็กลายเป็นนักการเมืองดัง ส่วนอีกหลายคนก็เตรียมกระโจนเข้าสู่ถนนสายการเมือง

-1-

ชำแหละ “มังกรฟ้า-กองสลากพลัส”

กล่าวสำหรับที่มาที่ไปของการทลายแพลตฟอร์มหวยออนไลน์ในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากการแก้ไขปัญหาสลากเกินราคาของรัฐบาล ซึ่งออกมาตรการห้ามขายเกินราคาที่กำหนดไว้หน้าสลากฯ แต่สถานการณ์ปัจจุบันประชาชนยังประสบปัญหาเช่นเดิม มีข้อกำหนดห้ามขายเกินราคาหน้าสลากฯ 80 บาท แต่กลับต้องซื้อในราคา 100 บาท หรือมากกว่านั้น

นำสู่การแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาลโดย “บิ๊กตู่” มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 3 คณะ ได้แก่ คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล คณะอนุกรรมการศึกษาแนวทางและมาตรการในการแก้ไขปัญหาการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา คณะอนุกรรมการสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ และชุดเฉพาะกิจตรวจสอบฯ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และช่วยจัดาการกับปัญหาดังกล่าว และแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม

“แรมโบ้ - เสกสกล อัตถาวงศ์” ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา แท็กทีม “บิ๊กโจ๊ก - พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล” ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นรองประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อน รวมทั้งได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานชุดปฏิบัติการพิเศษตรวจสอบผู้ค้าคนกลางที่มีพฤติกรรมเสนอขายหรือขายสลากฯ ในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากฯ เพื่อการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว และประสานการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างครบวงจร

“บิ๊กโจ๊ก” ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานชุดปฏิบัติการพิเศษ เดินหน้าตรวจสอบผู้ค้าคนกลางและปราบปรามกรณีการเสนอขายหรือขายสลากฯ ในราคาเกินกว่าที่กำหนดไว้ สั่งการให้ คณะทำงานชุดปฏิบัติการพิเศษให้ดำเนินการสืบสวน ตรวจสอบเป้าหมายผู้ค้าคนกลางที่มีพฤติกรรมในการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนด จากการสืบสวนเบื้องต้นทราบว่าได้มีแพลตฟอร์มสลากขายเข่าขายกระทำผิด

โดยชุดปฏิบัติการในการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานฯ ได้เข้าตรวจค้นที่ “บริษัท มังกรฟ้า ล็อตเตอรี่ จำกัด” และบริษัทในเครือ อาทิ บริษัท มังกรฟ้าแม่พลอย ครัวอยู่ศรี จำกัด จ.นนทบุรี และบริษัท มังกรฟ้าฯ สาขาเมืองเลย จ.เลย ตรวจพบสลากกินแบ่งรัฐบาลมากกว่า 2 ล้านฉบับ ที่มาจากผู้มีโควตาจำหน่าย 4,000 คน นำมาเสนอขายในเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของมังกรฟ้า เบื้องต้นตำรวจและสำนักงานสลากฯ เตรียมรวบรวมข้อมูลพิจารณาเอาผิด ทั้งเรื่องการจำหน่ายสลากฯ เกินราคาตั้งแต่ 90 - 105 บาท การปิดบังบาร์โค้ดของสำนักงานสลากฯ การเปิดเว็บการพนันหลอกลวงฉ้อโกงและมีการขายซ้ำหรือไม่ รวมทั้งตรวจสอบเรื่องของการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลว่ามีความถูกต้องอย่างไรบ้าง ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นมีเงินหมุนเวียนอยู่ในระบบดังกล่าวกว่า 100 ล้านบาทต่องวด

โดยรูปแบบการเสนอขายสลากฯ ดังกล่าว ไม่ใช่การจําหน่ายแบบปลีกโดยตรงให้ประชาชน จึงไม่ตรงตามเงื่อนไขในการจําหน่ายสลากฯ ทำให้มีราคาสูงกว่าที่กำหนด สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบแพลตฟอร์มออนไลน์มังกรฟ้าเพิ่มเติม เช่น ความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ร.บ. ขายตรง การซื้อขายต่อช่วง และใบอนุญาตขายสลากกินแบ่ง รวมถึงต้องตรวจสอบบาร์โค้ดในตัวสลากฯ นอกจากนี้ หากตรวจสอบพบว่าผู้ได้รับการจัดสรรโควตามีส่วนร่วมในแพลตฟอร์มดังกล่าวต้องถูกเพิกถอนโควตาดังกล่าวเพื่อไม่ให้เกิดการแทรกแซงกลไกราคา และจะดำเนินการพิจารณายกเลิกโควตา และดำเนินการตามขั้นตอนของกองสลากฯ ต่อไป

สำหรับเว็บไซต์มังกรฟ้ามี “นายพชรล์ เมสสิยาห์พร” เป็นกรรมการผู้จัดการ ประกอบกิจการโดยนําสลากฯ มาสแกนเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และมีการเปิดรับตัวแทนผู้ค้ารายย่อย ทั้งผู้ที่มีโควตาสลากอยู่แล้วนำสลากฯ มาสแกนเข้าระบบ และผู้ที่ไม่มีโควตาสลากฯ มาซื้อสลากเพื่อขายต่อให้ลูกค้า โดยลูกค้าจะต้องลงทะเบียนในระบบด้วยเช่นกันเมื่อกดซื้อสลากฯ ระบบจะนำไปที่หน้าร้านของตัวแทน ซึ่งจะมีการเสนอขายสลากฯ เกินราคา

นายพชรล์ เมสสิยาห์พร กรรมการผู้จัดการ บริษัท มังกรฟ้าฯ กล่าวว่าลอตเตอรี่ทั้งระบบที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลออกมามีจำนวน 100 ล้านฉบับ อยู่กับมังกรฟ้าแค่ 2 ล้านฉบับ หรือแค่ 2% ที่นำมาขายลงในแพลตฟอร์ม และทางมังกรฟ้าไม่ได้ไปกว้านซื้อมาจากท้องตลาด และยืนยันว่าลูกค้าที่สั่งซื้อในแพลตฟอร์มของมังกรฟ้าไม่ต้องวิตกกังวล สลากฯ ไม่ได้ถูกอายัด ผู้ที่ถูกรางวัลสามารถมารับไปขึ้นเงินรางวัลได้แน่นอน ส่วนรายได้ของมังกรฟ้าตอนนี้มีช่องทางเดียวคือการสแกนสลากฯ ได้ค่าสแกนแต่ละครั้ง 3 - 5 บาทต่อใบขึ้นอยู่กับจำนวนลอตเตอรี่ ภาษีรายได้ก็ชำระกับทางสรรพากรอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มังกรฟ้าเป็นธุรกิจใหม่อยากทำให้ถูกต้อง

อย่างไรก็ตาม มังกรฟ้าได้ออกประกาศขอหยุดกิจการขายสลากออนไลน์ชั่วคราว โดยแจ้งว่า บริษัท มังกรฟ้า ล็อตเตอรี่ จำกัด จะขอหยุดกิจการในส่วนที่เกี่ยวกับแพลตฟอร์มจำหน่ายสลากฯ ทางออนไลน์ในทุกช่องทางเป็นการชั่วคราว นับตั้งแต่งวดประจำวันที่ 16 เมษายน 2565 เป็นต้นไป

สำหรับ “มังกรฟ้า” คือแพลตฟอร์มที่ช่วยจัดการการซื้อขายบนโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่จะช่วยเข้ามาลดต้นทุนและส่งเสริมการขายให้ผู้ค้าสลากฯ รายย่อยที่นำลอตเตอรี่เข้ามาสแกนในมังกรฟ้า เพื่อขายในตลาดโลกออนไลน์ ในลักษณะที่ให้ผู้จําหน่ายสลากฯ นําสลากฯ มาจําหน่ายผ่านระบบแพลตฟอร์มด้วยวิธีสแกนสลากฯ เข้าระบบมังกรฟ้า โดยมีค่าธรรมเนียม 3 บาทต่อสลากฯ หนึ่งใบ ซึ่งบริษัทฯ ไม่มีสลากฯ เป็นของตนเอง แต่สลากกินแบ่งรัฐบาลยังคงอยู่ในความครอบครองของผู้จําหน่ายสลากฯ นั้น และสลากฯ จะถูกโอนสิทธิเป็นของผู้ซื้อต่อเมื่อมีการชําระเงินหรือมีหลักฐานการโอน ซึ่งแพลตฟอร์มนี้เกิดจากผลของการระบาดของโควิด-19 ผู้ค้าสลากฯ ลำบากในการจำหน่าย ส่งผลให้รายได้ลด ดังนั้น แพลตฟอร์มนี้จึงถูกพัฒนาเพื่อจำหน่ายสลากฯ รูปแบบออนไลน์

จากข้อมูลระบุว่า บริษัท มังกรฟ้า ล็อตเตอรี่ จำกัด มีผู้ถือหุ้นคือ นายพชรล์ เมสสิยาห์พร ถือหุ้น 80% นายอานนท์ คุ้มทะยาย ถือหุ้น 10% และนายเรนิน ธรรมจิตร ถือหุ้น 10% ซึ่งตัวเลขในงบการเงินสิ้นปี 2563 พบว่า มังกรฟ้ามีสินทรัพย์รวม 8,080,352 บาท มีหนี้สินรวม 5,750,553 บาท และมีรายได้รวม 3,777,075 บาท ขณะที่มีรายจ่ายรวม 2,520,197 บาท และกำไรสุทธิ 1,079,799 บาท ส่วนตัวเลขเสียภาษีเงินได้อยู่ที่ 177,078 บาท

จากการตรวจสอบข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่ามีบริษัทที่จดทะเบียนไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ประเภทกิจกรรมการขายสลากกินแบ่งในนาม “มังกรฟ้า” ที่ยังดำเนินการอยู่ไม่ต่ำกว่า 20 บริษัท กระจายทั่วประเทศ แต่มีความเคลื่อนไหว-รายงานส่งงบการเงินเพียง 2 บริษัท คือ บริษัท มังกรฟ้า ล็อตเตอรี่ จำกัด ของนายพชรล์ จดทะเบียนจัดตั้ง 5 ต.ค.63 ทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท มีตัวเลขรายได้ปี 63 ที่ 3,777,075 บาท และมีกำไรสุทธิ 1,079,799 บาท และอีกหนึ่งแห่งคือ บริษัท มังกรฟ้าล็อตเตอรี่ สนามบินน้ำ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้ง 7 ต.ค.63 ทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท มีทรัพย์สินสิ้นปี 64 ที่ 1,653,268 บาท

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบริษัท ลอตเตอรี่ออนไลน์ จำกัด (กองสลากพลัส)

แทมป์ พชรล์ ผู้บริหาร มังกรฟ้า
โดยในปัจจุบันมีผู้ประกอบการแพลตฟอร์มสลากออนไลน์ ทั้งรายเล็กและรายใหญ่ที่มีการจำหน่ายสลากฯ ในลักษณะเดียวกับมังกรฟ้าเกิดขึ้นมากมายกว่า 20 ราย เช่น กองสลากพลัส เสือแดงลอตเตอรี่ออนไลน์ หงษ์ทองดอทคอม 6 ล้านดอทคอม นัมเบอร์วันลอตเตอรี่ เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีการบุกตรวจค้น “บริษัท ลอตเตอรี่ออนไลน์ จำกัด” อาคารเอสเอสพีทาวเวอร์ 1 สุขุมวิท 63 กทม. ผู้ประกอบกิจการแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ของ “กองสลากพลัส” ซึ่งดำเนินการนำสลากกินแบ่งรัฐบาลมาสแกนเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และมีการเปิดรับตัวแทนผู้ค้ารายย่อย ลักษณะขายตรงถึงมือลูกค้า ผู้ขายจะมีทั้งผู้ที่มีโควตาสลากอยู่แล้ว นำสลากมาสแกนเข้าระบบ และผู้ที่ไม่มีโควตาสลาก มาซื้อสลากเพื่อขายต่อให้กับลูกค้า ซึ่งลูกค้าจะต้องลงทะเบียนในระบบด้วยเช่นกัน เมื่อกดซื้อสลาก ระบบจะนำไปที่หน้าร้านของตัวแทน ซึ่งจะมีการเสนอขายสลากเกินราคา โดยเริ่มต้นที่ใบละ 95 บาท

โดยสลากที่มีการเสนอขายในระบบนั้น จะมีการปิดบังบาร์โค้ดของสลาก ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเป็นสลากกินแบ่งรัฐบาลของจริงหรือไม่ อีกทั้งรูปแบบการเสนอขายสลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าว ไม่ใช่การจำหน่ายแบบปลีกโดยตรงให้กับประชาชน จึงไม่ตรงตามเงื่อนไขในการจำหน่ายสลาก ทำให้สลากมีราคาสูงกว่าที่กำหนด สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน พบจำนวนสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวนกว่า 4.7 ล้านฉบับ ซึ่งสำนักงานสลากฯ จะต้องนำไปขยายผลในการตรวจสอบผู้เป็นเข้าของโควตาสลากเพื่อทำการยกเลิกสัญญาต่อไป

สำหรับบริษัท ลอตเตอรี่ออนไลน์ จำกัด เคยถูกกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ดำเนินคดีจากการขายสลากเกินกว่าราคาที่กฎหมายกำหนด โดยขายราคาฉบับละ 80 บาท และคิดค่าบริการ 20 บาท รวมเป็นเงิน 100 บาท เมื่อเดือน เม.ย. 2564 ที่ผ่านมา

แน่นอนว่า จะมีการบุกเข้าตรวจค้นจับกุมกลุ่มผู้ค้าสลากฯ ออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นมีเป้าหมายที่ต้องตรวจค้นจับกุมอีกนับสิบบริษัท รวมทั้ง มีการประสานไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) โดยใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ดำเนินการยื่นขอศาลสั่งปิดกั้นเว็บไซต์สลากออนไลน์เพราะถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย หลอกลวงประชาชน ขายสลากฯ โดยไม่มีสลากฯ จริงตามจำนวนที่ประกาศขายไว้ และขายเกินราคา ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ได้ดำเนินการแค่เว็บไซต์มังกรฟ้าเท่านั้น ยังรวบรวมพยานหลักฐานของทุกเว็บไซต์ที่มีความผิดดำเนินการขอคำสั่งศาลสั่งปิดทั้งหมด ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานว่ามีจำนวนกี่เว็บไซต์ที่ทำผิดกฎหมาย

“หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ตำรวจสามารถส่งเรื่องมาให้กระทรวงดีอีเอสจะสั่งปิดเว็บไซต์ดังกล่าวได้ทันที โดยกระทรวงฯ จะดำเนินการขออำนาจศาลในการสั่งปิดตามกระบวนการต่อไป ซึ่งที่ผ่านมา ดีอีเอสได้ดำเนินการสั่งปิดเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และโซเชียลมีเดียที่กระทำผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง” นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ก.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าว

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า การขายสลากฯ ผ่านระบบออนไลน์ ไม่มีความผิด แต่ผู้ขายต้องมีสลากฯ จริงอยู่ในมือตามโควตาของตัวเอง และขายเกินจากโควตาที่ตัวเองมีไม่ได้ เพราะจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ คือนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท

-2-
ผ่าระบบขายกองสลากฯ
แก้กี่ชาติก็หาแก้ “หวยแพง” ไม่ได้

สถานการณ์สลากกินแบ่งฯ ขายเกินราคาเป็นปัญหายืดเยื้อมาหลายรัฐบาล เรียกได้ว่ามีกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากธุรกิจค้าสลากฯ เป็นเสือนอนกิน ซึ่งแม้เป็นความจริงที่ “บิ๊กตู่” บอกว่า “5 เสือกองสลาก” คือ บริษัท สลากมหาลาภ จำกัด, บริษัท ปลื้มวัธนา,บริษัท ไดมอนด์ ล็อตโต้ จำกัด,บริษัท หยาดน้ำเพชร และบริษัท บีบี เมอร์ชานท์ จำกัด ที่ได้รับ “โควตา” จากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลไม่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน แต่ระบบการขายก็ยังคงมีปัญหาและเป็นช่องทางให้แสวงหาผลประโยชน์ได้ง่ายๆ ไม่เช่นนั้นคงไม่เกิดการขายสลากกินแบ่งในรูปแบบออนไลน์และได้รับความนิยมจาก “คนซื้อหวย” เป็นอย่างมาก แม้จะต้องควักกระเป๋าจ่ายในราคาที่เกินกว่ารัฐกำหนดก็ตาม

ปัจจุบัน กองสลากฯ พิมพ์จำหน่ายสลากรวม 100 ล้านฉบับ/งวด ซึ่งเป็นไปตามมติคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาลเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2562 และเริ่มใช้จำนวนการพิมพ์นี้ตั้งแต่งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2562 เป็นต้นมา โดยระบบการขายสลากที่ดำเนินการในตอนนี้ใช้สูตร 2-1-1-1 คือ ผู้ค้าจะได้สลาก 5 เล่ม (500 ใบ) 2 เล่มจะมีเลขเหมือนกันทั้ง 6 หลัก ที่เหลืออีก 3 เล่มจะเป็นสลากใบเดี่ยวที่มีเลขไม่เหมือนกันเลย เพื่อแก้ปัญหาการนำสลากไปรวมขาย หรือที่เรียกกันว่า “หวยชุด” ซึ่งมีตั้งแต่ 5 ใบไปจนถึง 15 ใบเลยทีเดียว

สำหรับกระบวนการจัดจำหน่ายในปัจจุบัน สลากทั้ง 100 ล้านฉบับถูกจัดจำหน่าย 2 แบบ แบบที่ 1 ผ่านระบบตัวแทนจำหน่าย 31 ล้านฉบับ และระบบซื้อ-จองล่วงหน้า 69 ล้านฉบับ เมื่อลงลึกในการจัดจำหน่ายแต่ละประเภทสามารถลงรายละเอียดได้ ดังนี้

1. ระบบตัวแทนจัดจำหน่าย 31 ล้านฉบับ

-จัดสรรให้ตัวแทนมี 3 กลุ่ม ประกอบด้วย บุคคลทั่วไปและผู้ค้ารายย่อย 28,519 ราย, คนพิการ 3,592 ราย และสมาคม-องค์กร-มูลนิธิ 899 ราย

-กลุ่มบุคคลทั่วไปและผู้ค้ารายย่อย และสมาคม-องค์กร-มูลนิธิ รับสลากไปจำหน่ายต่อที่ สำนักงานใหญ่ สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี หรือผ่านสำนักงานคลังจังหวัดแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ

-กลุ่มคนพิการไปรับสลากมาจำหน่าย ณ ที่ทำการไปรษณีย์ไทยทั่วประเทศ

2.ระบบซื้อ-จองล่วงหน้า 69 ล้านฉบับ (ข้อมูลวันที่ 4 พฤศจิกายน 2564)

ลงทะเบียน 155,356 ราย

แยกเป็นสลากซื้อ 40,000 เล่ม และสลากจอง 650,000 เล่ม

มีผู้ซื้อ-จองทั้งหมด 138,000 รายทุกงวด

สามารถไปรับสลากมาจำหน่ายต่อได้ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ไทยทั่วประเทศ

ส่วนอีกหนึ่งวิธีก็คือ สำนักงานสลากฯ ได้จัดทำระบบจำหน่ายสลากฯ ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือแพลตฟอร์อออนไลน์ ภายใต้ชื่อ “แพลตฟอร์มจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล (ดิจิทัล ลอตเตอรี)” โดยจะสแกนสลากกินแบ่งรัฐบาลตัวจริงแล้วนำไปโพสต์ขายบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ลอตเตอรี่ โดยจะเป็นมาร์เก็ตเพลสของสำนักงานสลากฯ เพื่อเป็นช่องทางการจำหน่ายสลากให้ผู้ได้รับโควตาสลาก แต่ผู้ค้าจะต้องขายในราคาไม่เกิน 80 บาท และเมื่อทำการซื้อขายสลากฯ ผู้ซื้อจะมีเอกสารหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมภาพสลากกินแบ่งรัฐบาลเป็นหลักฐาน โดยสำนักงานสลากฯ จะจัดเก็บข้อมูลไว้ซึ่งลอตเตอรีใบที่ได้จำหน่ายไปแล้ว จะไม่สามารถนำไปขายต่อได้อีก หรือเปลี่ยนสิทธิไม่ได้ เพราะสลากขายได้ครั้งเดียว

ทั้งนี้ หากผู้ขายบนแพลตฟอร์มยังมีลอตเตอรี่ เหลือในช่วงใกล้วันออกรางวัลนั้น ผู้ขายสามารถปรับลดราคาขายสลากต่ำกว่า 80 บาทได้ เพื่อระบายสลากที่เหลือบนแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยผู้ที่ได้รับโควต้าสลาก จะต้องลงทะเบียนการขายผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลของสำนักงานสลากฯ และเปิดบัญชีกับธนาคารกรุงไทย มีแอพพลิเคชั่นถุงเงิน ส่วนผู้ซื้อจะต้องซื้อผ่านแอปฯ เป๋าตังเท่านั้น เนื่องจากธนาคารกรุงไทย จะเป็นผู้ทำระบบทั้งหมดให้กับสำนักงานสลากฯ

โครงการนี้ได้ปิดการลงทะเบียนไปแล้ว มีผู้สนใจมาลงทะเบียน 4,780 ราย แม้จะเป็นจำนวนมาก แต่ไม่กระจายครบทุกอำเภอตามเป้าหมายของสำนักงานสลากฯ ซึ่งหลังจากนี้สำนักงานสลากฯจะคัดกรองให้ได้ผู้ค้าตัวจริง 1,000 รายก่อน และทำการเกลี่ย กระจายให้ครบทุกพื้นที่ เพื่อจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 2 พ.ค. 2565 แฟสแรก จะมีร้านค้าหรือจุดขายจำนวน 78 จุด และเฟส 2 จะมีจุดจำหน่ายเพิ่มขึ้น และตามแผนงานที่กองสลากฯ ตั้งเป้าหมายไว้ จะต้องมีร้านค้าจำนวน 1,000 จุดทั่วประเทศ ซึ่งก็ต้องติดตามว่าจะได้ผลหรือไม่ เพราะเป็นเพียงระบบจำหน่ายให้กับ “ผู้ได้รับโควตาสลาก” เท่านั้น ไม่รู้ว่าจะได้เสียงตอบรับจาก “คอหวย” หรือไม่ อย่างไร

แต่ไม่ว่าจะใช้สารพัดวิธีอะไร ดูเหมือนว่า แนวทางที่นักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลทำอยู่ในขณะนี้ก็ยังไม่ตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง และยังมองไม่เห็นอย่างที่ “เสี่ยแฮงก์-นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเสนอขายหรือขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดในสลากกินแบ่งรัฐบาล ประกาศยืนยันว่า “ในอนาคตสลาก 80 บาทแน่นอน” เพราะมีแต่ราคาคุย และไม่มีรูปธรรมมานำเสนอให้เห็น



ที่สำคัญคือ “ไม่ว่าจะแก้อย่างไร ก็ยังมีการรวมสลากได้อยู่”

ดังนั้น เมื่อมองในภาพรวม ณ เวลานี้ ก็จะไม่มองไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ว่าจะแก้ปัญหาได้ตรงจุดหรือไม่ เพราะยัง “วนลูป” อยู่ที่เดิม กระทั่งเป็นที่น่าสงสัยว่า ทำไมถึงได้แก้ยากแก้เย็นถึงขนาดนี้ทั้ง ๆที่ก็ไม่น่าจะมีอะไรซับซ้อน

หรือว่าไม่คิดจะแก้อย่างจริงๆ จังๆ

หรือเกรงว่าจะไปกระทบกับผลประโยชน์กับพรรคพวกเพื่อนพ้อง

หรือถ้ามีปัญหาในทางกฎหมายก็น่าจะตีแผ่ออกมาให้ชัดเจน

ดังนั้น ถ้ารูปแบบการขายยังคงดำเนินไปในลักษณะปัจจุบัน คงไม่ผิดที่จะกล่าวว่า “หวยถูกไม่มีอยู่จริง และจะยังคงมีต่อไป”