"โสภณ องค์การณ์"
ได้ฟังเพียงการอภิปรายทั่วไปวันแรกก็รู้ว่าต่อให้พรรคฝ่ายค้านมีข้อมูลเด็ดแค่ไหน ก็ไม่สามารถทำอะไรรัฐบาลสุดแสนดื้อด้านทนได้ ถ้าไม่มีจิตสำนึกผิดชอบชั่วดี ต่อให้พร่ำพูดเปิดโปงข้อมูลอย่างไร ก็ไร้ผล นอกจากจะคว่ำโดยเสียงโหวตไม่ไว้วางใจเท่านั้น
ทั้งยังต้องมีปัจจัยมากพอที่จะสู้กับกล้วยหรือวัคซีนฉีดกันทรยศด้วย
ยิ่งหัวหน้ารัฐบาลจุดเดือดต่ำไม่ใส่ใจอยู่ฟังข้อกล่าวหา อ้างติดภารกิจนั่นนี่โน่น ก็ไม่มีประโยชน์สำหรับฝ่ายค้านที่จะใช้การอภิปรายเป็นวิธีสำหรับเล่นงานรัฐบาล
การไม่อยู่ฟัง เท่ากับเหมือนว่า “พวกเอ็งอยากจะพล่ามอะไร ก็เป็นเรื่องของเอ็ง ไม่เข้าหูข้าซะอย่าง พวกเอ็งจะทำอะไรข้าได้ ข้าก็อยู่ต่อไปสบายๆ”
ยังย้ำเหมือนเดิม ไม่ปรับ ครม. ไม่ยุบสภา ไม่ลาออก อยู่ไปอย่างนี้เรื่อยๆ บ้านเมืองจะฉิบหายวายป่วงก็ช่าง ไม่ใช่เรื่องของข้าคนเดียว ครม. ต้องรับผิดชอบด้วยกัน คำประกาศ “หน้าด้านเท่านั้นที่จะครองโลก” ยังศักดิ์สิทธิ์เสมอ
ไช่ว่าฝ่ายค้านไม่มีข้อมูลดี แต่ทำอะไรไม่ได้ ถ้ารัฐมนตรีที่รับผิดชอบกับงานนั้นทำเป็นไขสือ หรือใช้วิธีแถไถล แถกเหงือกเหมือนปลาหมอติดดินแห้ง เอาสีข้างเข้าถู ผสมกับความหน้าด้าน แค่นี้ฝ่ายค้านต้องยอมรับว่า “พวกเอ็งแน่จริง ด้านจริง”
ข้อมูลเด็ดที่ ส. พรรคก้าวไกลเปิดโปงเรื่องหมูแพง ฟังดูแล้วน่าเชื่อถือ เพราะชาวบ้านทั่วไปที่รับรู้ ก็เข้าใจว่าปัญหาอยู่ที่เจ้าหน้าที่ชั่วร้าย ปกปิดข้อมูล เอื้ออวยรายใหญ่ให้กินรวบ ก็กลุ่มทุนหน้าเดิมที่กอบโกยความมั่งคั่งบนกองทุกข์ของประชาชน
ดูแล้วการอภิปรายจึงเหมือนเอาค้อนก้อนสำลีไปทุบเหล็ก ไม่กระเทือนความด้านทน ย้ำอีกครั้ง นักการเมือง คนกุมอำนาจรัฐไร้จิตสำนึกยางอาย ความวิบัติรออยู่
หัวหน้ารัฐบาลไม่อยู่ร่วมฟังการอภิปรายทำให้ฝ่ายค้านต้องออกมาท้วงติง แต่ท่านประธานช่วงนั้นก็อ้างว่ารัฐมนตรีบริวารยังอยู่ และท่านผู้นำคงฟังอยู่นอกห้อง
ฟังดูแล้วก็ยิ่งวังเวง เพราะท่านผู้นำโดนมาหลายรอบ รู้ดีว่าการไม่อยู่ฟัง โดยอ้างภารกิจเป็นหนทางที่เอาตัวรอดได้เหมาะสม อารมณ์ไม่ขุ่นมัว ทำให้ฝ่ายค้านยัวะ
ดังนั้น ต่อให้ฝ่ายค้านงัดข้อมูลเรื่องอะไรก็ตาม ความล้มเหลวต่างๆ ในการจัดการปัญหาการระบาดของโควิด-19 น้ำมันแพง ค่าครองชีพขยับขึ้น หนี้ครัวเรือน หนี้สาธารณะสูง สภาพถังแตก ดีแต่กู้ไม่หยุด สารพัดปัญหา
ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะการอภิปรายไม่มีการโวต เป็นวาระการด่าฟรีตามคาด
ช่วงหัวค่ำมีดรามา เมื่อ “น้ามิ่ง” เล่นบทหลั่งน้ำตา ประกาศลาออกจากความเป็น สส. พรรคเศรษฐกิจใหม่ หลังจากใช้ชาร์ตอภิปรายเล่นงานรัฐบาล แต่ก็ไม่มีความแข็งแรงพอที่จะทำให้สะเทือน การลาออกสร้างความประหลาดใจให้พวก สส.
หลายคนคงงง น้ามิ่งเล่นบทนี้ประสงค์อะไร มีแผนอะไร จะทำอย่างไรต่อไปสำหรับอนาคตทางการเมือง ซึ่งจะไปอย่างไรไม่มีใครคาดเดาได้ น้ามิ่งเพียงแต่บอกว่าจะออกไปทำงานเพื่อประชาชนโดยไม่ต้องเป็น สส. จะทำอะไรได้ดีกว่าที่เป็นอยู่
ท่านประธานก็เตือนว่าไปคิดให้ดี ก่อนจะเอาใบลาออกมายื่น แต่น้ามิ่งก็บอกว่าตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว ก็มีเสียงปรบมือเปาะแปะ ไม่มีความหมายมากไปกว่านั้น
การหุงข้าวประขดหมา ปิ้งปลาประชดแมว ไร้ประโยชน์อย่างที่โบราณว่า
เหตุผลแท้จริงของการลาออกของน้ามิ่งนั้น คงเป็นเจ้าตัวที่รู้ดี แต่ที่เห็นทันทีก็คือการไม่มีผลกระทบต่อรัฐบาล เสียงฝ่ายค้านหายไป 1 เสียง
หรือน้ามิ่งจะแสดงให้เห็นว่าการเมืองระบบเช่นนี้ไม่เหมาะสำหรับบ้านเมือง
เอาเถอะ การลาออกเท่ากับน้ามิ่งได้แสดงออกให้เห็นว่าไม่ยึดติดกับเก้าอี้ ส.ส. ที่มีเงินเดือนกว่า 1 แสนบาท และผลประโยชน์อื่นๆ ทำในสิ่งที่ ส.ส. คนอื่นไม่กล้าทำ ซึ่งถ้าฝ่ายค้านกว่า 200 คนตบเท้าลาออก ต้องมีผลมากกว่านี้
แต่ก็ยังไม่มีผลสูงสุด ความหน้าด้านก็ยังทำให้ฝ่ายกุมอำนาจ เสียงข้างมากอยู่ต่อไป ทำอะไรได้ตามใจ ไม่มีก้างขวางคอในการชงโครงการต่างๆ จัดสรร แบ่งปันผลประโยชน์ ยิ่งเป็นเหมือนหุงข้าวหม้อใหญ่ประชดหมา หนักข้อกว่าเดิม
หัวหน้ารัฐบาลได้จังหวะตั้งแต่ช่วงต้นของการอภิปราย น้ำเสียงแข็งกร้าวสอดด้วยอารมณ์ห้าว แสดงความมั่นใจในอำนาจมากกว่าช่วงไม่กี่วันก่อนที่ออกอาการป้อแป้เมื่อเกิดปัญหาในกลุ่ม สส. ลูกหาบบริวารไปตั้งพรรครอการสืบทอดอำนาจ
การวางท่าอย่างนี้ แสดงว่ายังมีพลังสำรองเหลือ อย่างน้อยที่สุดก็ยังมีความตั้งใจที่จะอยู่ต่ออีก 1 สมัย ทั้งหวังว่าจะฝ่าปัญหาด้านกฎหมายหลายเรื่องที่ค้างคาอยู่ รวมทั้งคดีที่นักร้องไปยื่นให้หน่วยงานอิสระให้เช็คบิลผู้นำ
ถ้าสรุปแล้วฝ่ายค้านไม่สามารถสร้างความสั่นสะเทือนด้วยข้อมูล ข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต โอกาสที่จะไปน็อกด้วยหมัดเด็ดในการอภิปรายไม่ไว้วางใจในเดือนพฤษภาคมก็ดูยาก นอกจากจะให้ความผุกร่อนของโครงสร้างประเทศสร้างวิกฤต
หรือมีการลุกฮือของกลุ่มประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาความยากจนที่กระจายไปทั้งแผ่นดิน โดยที่รัฐบาลไม่มีทรัพยากรและความรู้ความสามารถในการแก้ไขได้ เพราะถ้ามีฝีมือจริง บ้านเมืองคงไม่อยู่ในสภาพน่าอนาถเช่นนี้
ที่เป็นอยู่ก็สร้างคำถามว่าที่อยู่มานั้นเพื่ออะไร จะอยู่หาอะไรในเมื่อไร้ฝีมือ
ซ้ำร้าย ทั้งๆ ที่บ้านเมืองยากจน การทุจริต คอร์รัปชันยังเจริญงอกงามต่อเนื่อง สร้างความมั่งคั่งให้กลุ่มผลประโยชน์ กลุ่มทุนใหญ่อวยรัฐและได้การอวยตอบ
สภาพการเมืองที่ไร้จิตสำนึก มีแต่การมุ่งหวังผลประโยชน์จากพฤติกรรมฉ้อฉล คอร์รัปชันอำนาจ ระบบการเมืองที่คนดีไม่มีโอกาสเข้าสู่วงจรอำนาจเพื่อแก้ไขปัญหา การเมืองที่ใครมีทุนใหญ่กว่าได้เปรียบ ดูแล้วอนาคตเห็นแต่หายนะรออยู่


