"โสภณ องค์การณ์"
การเมืองยุคถอยหลังเข้าคลองในลักษณะติดหล่ม จมปลัก ดักดาน ด้อยพัฒนา นำพาบ้านเมืองถอยหลังเข้าคลองได้สร้างกลุ่มคนที่ถูกขนานนามว่า “สมุนทรราช” แต่รุ่นนี้เป็นสายพันธุ์ใหม่ พฤติกรรมไม่ต่างจากยุค 14 ตุลาคม 2516
สมุนทรราชสายพันธุ์ใหม่รุ่นปัจจุบันมีความแตกต่างหลากหลายในหน้าที่ ภารกิจ แทรกอยู่ในทุกองค์กร ทำตัวเป็นสมุนรับกลุ่มผู้กุมอำนาจรัฐ เสนอหน้าตอบโต้ผู้วิพากษ์วิจารณ์เจ้านาย ในยุคดิจิตัลนี้ต้องรวมพวกที่เป็นไอโอด้านข่าวด้วย
ยิ่งเห็นชัดในสภานิติบัญญัติ ซึ่งมีนักเลือกตั้งและ สว. แต่งตั้ง จะมีกลุ่มสมุนทรราชสายพันธุ์ใหม่แสดงตัวอย่างชัดเจน พวกหิวแสง แย่งซีน มีจำนวนไม่มาก จัดเป็นกลุ่มตัวจี๊ดหัวกะทิ รับงานสารพัด เว้นแต่ทำตัวเป็นประโยชน์ต่อสังคม
มีความจงรักภักดีต่อเจ้านายอย่างเต็มที่ ด้วยพฤติกรรมหน้าด้านหน้าทน ยิ่งผู้กุมอำนาจดำเนินนโยบายแนวทางทุกอย่างเพื่อสืบทอดยาวอำนาจด้วยแล้ว การทำทุกอย่างเพื่อหวังผลด้านการเมือง สร้างความนิยม ไม่ใส่ใจต่อผลเสียกับบ้านเมือง
ถ้าจะมีเสียงคัดค้านจากกลุ่มประชาชนหรือกลุ่มสาธารณะอื่นใด สมุนทรราชสายพันธุ์ใหม่จะแบ่งหน้าที่รับงานโต้แย้งอย่างไร้จิตสำนึก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี
นั่นเป็นเพราะการทำงานเพื่อให้เข้าตา ถูกใจเจ้านาย ประชาชนไร้ความหมาย
ยุคการระบาดอย่างหนักของโควิด-19 สายพันธุ์อัลฟ่า เดลต้าและ เบต้า ในบ้านเรา สร้างความเสียหายต่อสุขภาพ ชีวิต ของประชาชน และภาคเศรษฐกิจ ฝ่ายกุมอำนาจการเมืองพยายามทำทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานเพื่อความอยู่รอดเท่านั้น
การเมือง ผสมด้วยแนวปฏิบัติทางการทหารจึงถูกนำมาใช้โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบด้านการแพทย์และระบบสาธารณสุขโดยรวม เป็นการกระทำอย่างดึงดัน ไม่ฟังเสียงท้วงติงของแพทย์ ซ้ำร้ายยังใช้สมุนทรราชสายพันธุ์ใหม่ออกมาตอบโต้
ล่าสุด การติดเชื้อร่ายวันมีมากกว่า 4 พันราย ยอดผู้เสียชีวิตบางวันเกินกว่า 50 ราย ผู้กุมอำนาจรัฐยังดันทุรัง ไม่ฟังใคร ประกาศเปิดประเทศ เริ่มต้นด้วยโครงการภูเก็ต แซนด์บ๊อกซ์ เรียกอย่างโก้ หวังดูดเงินจากนักท่องเที่ยว ไม่ใส่ใจความเสี่ยง
ภูเก็ตเป็นส่วนหนึ่งของ 12 จังหวัดในภาคไต้ซึ่งมีการระบาดของสายพันธุ์เบต้าจากแอฟริกาในกลุ่มโรงเรียนสอนศาสนา เป็นอันตรายอย่างมากถ้าแพร่กระจายไปจังหวัดอื่นๆ เหมือนสายพันธุ์อัลฟ่า และเดลตา ยากที่จะควบคุมได้ง่าย
ยิ่งการฉีดวัคซีนเป็นไปด้วยความล่าช้า วัคซีนเข้ามาแบบกระปริบกระปอย จำกัดชนิด ทำให้เป้าหมายประกาศการฉีดวัคซีนไว้สวยหรูดูยากกว่าที่จะเป็นไปได้
ยิ่งจะเปิดประเทศในอีกไม่ถึง 120 วันตามแผนการเมืองของผู้นำห้าวเป้งเฮ้าเลี่ยนจัด หวังผลการเมืองล้วนๆ ตามเสียงเรียกร้องของภาคธุรกิจ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว ร้านอาหารด้วยแล้ว ท่ามกลางการระบาดอย่างหนัก ก็ยิ่งดูสยดสยอง
ถ้ายังมีการระบาดรายวันหนักอย่างที่เป็นอยู่ เท่ากับว่าหายนะรออยู่ข้างหน้า
ปัจจุบัน มีเพียงไม่ถึง 15 ประเทศโดยรวม 222 ประเทศและดินแดนทั่วโลก ที่มีตัวเลขการระบาดรายวันมากกว่าประเทศไทย ยิ่งมองย้อนดูตัวเลขเริ่มระบาดจากสงกรานต์อย่างเดียวก็เกิน 2 แสนราย จึงเป็นความหายนะที่ไม่มีใครรับผิดชอบ
การเปิดประเทศรอบนี้ ถ้ายังดันทุรังไม่ฟังกลุ่มแพทย์และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทำงานด้วยความเหนื่อยยากสายตัวแทบขาด หวังผลด้านการเมืองอย่างเดียว แล้วเกิดการระบาดหนักอีกรอบ การรับสถานการณ์คงเป็นไปไม่ได้เพราะขาดทุกอย่าง
ทุกวันนี้จำนวนเตียงและอุปกรณ์สำหรับกรณีฉุกเฉินเริ่มอยู่ในเขตอันตราย
ไม่มีเสียง ส.ส. นักเลือกตั้งที่อ้างว่าเป็นตัวแทนประชาชน ในซีกรัฐบาล และกลุ่ม สว. แต่งตั้งมาเป็นฝักถั่วตรายาง ท้วงติงหรือคัดค้านแผนการเปิดประเทศของผู้นำนักกอล์ฟวันเสาร์ ล้วนปิดปากเงียบ กลัวจะโดนตะคอกกลับโดยท่านเฮ้าเลี่ยน
ในวุฒิสภาจะเป็นการกระจุกตัวของสมุนทรราชสายพันธุ์ใหม่ เป็นสายพลเรือนเสียงดัง แสดงตัวเปิดเผยอย่างอาจหาญ เป็นปากเสียงปกป้องผลประโยชน์ของตัวเองอย่างไม่อาย ทั้งๆ ที่กินเงินเดือนจากภาษีของประชาชนทุกบาททุกสตางค์
เป็นนักกำจัดคราบสกปรกบนท็อปบู๊ตได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย!
ประเทศไทยน่าจะเป็นแห่งเดียวในโลกที่ใช้ทหารและแนวการเมืองมาควบคุมบรรดาแพทย์ในการต่อสู้กับโรคระบาดซึ่งยังไม่มีประเทศไทยเอาชนะได้ ทั้งๆ ที่ทหารไม่ได้รับการฝึกมาอย่างแพทย์ อ้างแต่ความมั่นคง เพื่อการอยู่รอดของระบอบ 3 ลุง
ดูแล้วทำให้ชวนคิดถึง 3 ทรราชในช่วงก่อนวิกฤติตุลาวิปโยค 14 ตุลา 2516 ประวัติศาสตร์การเมืองน้ำเน่าและการมุ่งแสวงหาอำนาจในบ้านเรามักซ้ำรอยเสมอ เพราะทุกวันมีทหารเข้าไปยุ่มย่ามแทบทุกรัฐวิสาหกิจ และเป็น สว. มากกว่าครึ่ง
ยิ่งมีการระบาดของโควิด-19 และประกาศภาวะฉุกเฉินยืดเยื้อ เท่ากับแสดงให้เห็นว่ามีแต่คณะ 3 ลุงที่ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ในการใช้เป็นเครื่องมือค้ำฐานอำนาจ ทั้งยังมีเล่นเกมในสภา เพื่อหวังอยู่ต่ออีก 1 สมัย หรือยาวนานกว่านั้น
แน่นอนบรรดาสมุนทรราชสายพันธุ์ใหม่ในวงการต่างๆ เป็นตัวช่วยเต็มที่!
สภาวะการเมือง การทหารอ้างความมั่นคงของคณะ 3 ลุงนำหน้าผลประโยชน์ของบ้านเมือง ดันทุรังไม่ฟังเสียงท้วงติงของแพทย์ จึงเป็นความเสี่ยงสูงที่จะเกิดหายนะจากการแพร่กระจายอย่างเต็มที่ของโควิด-19 สายพันธุ์ต่างๆ
บรรยากาศช่วงนี้จึงดูเลวร้ายกว่าก่อนช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์ซึ่งทำให้มีการระบาดเกิดขึ้นกว่า 2 แสนรายภายในเวลา 2 เดือนเท่านั้น จากนี้ไปจึงไม่ยากที่จะประเมินว่าวิกฤติการระบาดจะหนักหนาสาหัสกว่าเพราะความขาดแคลนทุกด้าน
ประเทศไทยโชคร้าย ได้ผู้บริหารบ้านเมืองด้อยประสิทธิภาพ ทั้งยังอวยเอื้อประโยชน์ให้มีการทุจริตคอร์รัปชั่น สร้างวิกฤติต่อประชาชนยากจนทั้งแผ่นดิน ขับไล่ก็ไม่ไป ยังจะด้านทนอยู่ต่อเพื่อสร้างความวิบัติให้ประเทศจนยากที่จะฟื้นฟูได้


