ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - งวดเข้ามาทุกขณะ อีเว้นท์การเมืองใหญ่ประจำปี
สำหรับ “ศึกซักฟอก” ญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ที่หากไม่มี “อุบัติเหตุเหนือความคาดหมาย” กับการยื่นญัตติให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความญัตติว่า ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เนื่องจากมีเนื้อหาเชื่อมโยงไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็จะได้บรรเลงกันตามกำหนดการเดิม 16-19 ก.พ. และลงมติกันในวันที่ 20 ก.พ.นี้
บรรยากาศโหมโรงศึกใหญ่จับ 10 รัฐมนตรีขึ้นเขียงรอบนี้ดูจะไม่ค่อยปกติชอบกล ด้วยแทนที่ “ฝ่ายรัฐบาล-ฝ่ายค้าน” จะเกทับบลัฟแหลกกัน กลับเกิดปรากฎการณ์ “หวาดระแวง-แทงข้างหลัง” กันเองภายใน
เหลือเชื่อที่ว่า ฝ่ายค้านที่ต้องไล่ขย่มเปิดเกมรุก บิ๊วบรรยากาศให้ร้อนฉ่า เพื่อให้ทะลุปรอทในช่วงวันอภิปรายต่อเนื่องถึงลงมติ กลับดูแหยงๆ ไม่ยักจะฉายหนังตัวอย่างเรียกแขกเหมือนสภาฯรุ่นก่อนๆทำกัน
ก็ฝ่ายค้าน พ.ศ.นี้ อยู่ในสภาพ “อดอยากปากแห้ง” กลายร่างเป็น “งูเห่าหิวกล้วย” กันเพียบ จนพวกเดียวกันตั้งแง่ “หวาดระแวง ว่า หากมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน อาจมีรายการ “การบ้านหลุด-ข้อสอบรั่ว” ที่ทำเอาวันจริงจืดสนิท เหมือนคราวอภิปรายไม่ไว้วางใจต้นปี 2563 ที่พรรคเพื่อไทย มวยหลักฝ่ายค้าน “ชกผิดฟอร์ม” พูดวกไปวนมาเผาเวลา รำมวยไม่ฮุกเข้าเป้า จนระฆังหมดยก 12 ไม่ได้อภิปราย “เป้าใหญ่” อย่าง “ป๋าป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ “ป๋าป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ที่แทบไม่ต้องลุกออกจากมุม แต่ชนะคะแนนไปแบบชิลล์ๆ
เรื่องนี้ “พรรคข้างบ้าน” อย่างพรรคก้าวไกล หรืออดีตพรรคอนาคตใหม่ จำไม่ลืม จดไว้เป็นบทเรียนครั้งสำคัญ “เฮียโรจน์” วิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล ก็เลยต้องออกมาแขวะปม “ข้อสอบรั่ว” จนมี “รมต.พาวเวอร์พอยต์สวย” ดักคอไม่ให้ซ้ำรอยคราวก่อน
ไม่เท่านั้นในพรรคเพื่อไทยเองก็อาการหนัก “งูเห่า-สายลับ ชุกชุมน่าดู เห็นว่าหลังๆมานี้ถึงขั้นเผื่อแผ่แชร์ข้อมูลกันแทบไม่ได้ โยน “เรื่องขี้หมูขี้หมา” หยั่งเชิงไปในกลุ่มไลน์ ส.ส.ที่มีเฉพาะคนเพื่อไทย ไม่กี่นาทีรู้ไปถึง “รัฐมนตรีในรัฐบาล” ต่อสายมาเคลียร์ยกใหญ่
เอาเข้าจริงเนื้อความในญัตติไม่ไว้วางใจ 10 รัฐมนตรี ที่เขียนแบบจัดหนักหาดีไม่ได้ แต่จนป่านนี้ยังไม่มีใครกล้าออกมาจั่วหัวว่า จะอภิปรายเรื่องอะไร จะเห็นก็แต่รายของ “เสี่ยโจ้” ยุทธพงษ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ที่ว่ากันว่าได้รับธงนำเป็นหัวหน้าทีมซักฟอกของพรรค ที่วางคิวแถลงข่าวรายสัปดาห์ แง้มข้อสอบขู่ฟ่อฝ่ายรัฐบาลอยู่เรื่อย
เซียนการเมืองมองรู้ อดถามไม่ได้ว่า เข้าอีหรอบ “เคาะกะลา” โป๊งๆ ชึ่ง ให้ได้ยินไปถึง 10 รัฐมนตรี เผื่อจะงัดโทรศัพท์ต่อสายตรงมาหากันอีกหรือเปล่า
หนักกว่านั้น กระทั่งรายชื่อคนอภิปรายรัฐมนตรีคนไหน ก็ยังต้องอยู่ในชั้น “ความลับสูงสุด” ด้วยรู้กันกระหึ่มว่ามีความเคลื่อนไหวของ “เจ๊จิ๋วแต่แจ๋ว” ที่เพิ่งกลับมาใหญ่คับพรรคเพื่อไทย เดินเกมใต้ดินเปิดบ้านตัวเองตั้งโต๊ะ “รับเคลียร์” ลอกโมเดลมหกรรม “จับคู่ธุรกิจ” ของกระทรวงพาณิชย์มาทั้งดุ้น
ระดับนี้เช็กไม่ยาก ใครถูกวางตัวเป็นมืออภิปรายกระทรวงไหน ก็ “นัดบอด” รัฐมนตรีที่จะโดนถล่ม มาเจรจาตกลงราคาค่างวดดูแลกันและกัน ส่งการบ้าน ตรวจคำตอบ ซ้อมสคริปต์รับส่งให้แนบเนียนในสภาฯ
ข่าวว่าคุยจบ หิ้วกระเป๋าออกไปคนละ “หลายโล”
บรรยากาศฝั่งฝ่ายค้านเลยเต็มไปด้วย “ความหวาดระแวง” ขมุกขมัวยิ่งกว่าฝุ่น pm2.5 ซะอีก
หันมาดูฝ่ายรัฐบาลก็ชุลมุนไม่แพ้กัน แม้หัวหน้ารัฐบาล “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะกระชุ่นปลุกเร้าให้รัฐมนตรีทุกคนมองว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นการอภิปรายรัฐบาลทั้งหมด หาใช่เรื่องของรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่ง ทุกคนต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน อย่าตัวใครตัวมัน หลายครั้งแล้วก็ตาม
แต่กลับกลายเป็นว่ารัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐที่ต้องขึ้นเขียงรอบนี้กลับหันมาประเคนหมัดใส่กันนัวเนีย ทั้งจากคดีเก่าที่คาใจกันมานาน หรือความไม่อยาก “กินบ๊วย” มีคะแนนไว้วางใจน้อยกว่าเพื่อน กระทั่งมองไกลไปถึงการปรับคณะรัฐมนตรีในอนาคต
นอกเหนือจากแพ็คใหญ่คีย์แมนกลุ่ม 3 ป. “ป.ประยุทธ์-ป.ป้อม-ป.ป๊อก” ที่เป็นเป้าหมายหลักต้องถูกปูพรมถล่มอยู่แล้ว ในหมู่มวลรัฐมนตรีพลังประชารัฐยังติดร่างแหโดนซักฟอกไปอีก 3 หน่อ ประกอบด้วย “ครูตั้น” ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ- “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน- “ผู้กองมนัส” ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์
ปรากฏว่ารอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดข่าวทะแม่งๆ แต่มีมูลว่า กลุ่ม ส.ส.ในพรรคพลังประชารัฐร่วม 30 คน จ้องจะ “โหวตสวน” ลงมติไม่ไว้วางใจ หรืองดออกเสียงรัฐมนตรีของพรรคตัวเอง
ฝ่ายตรงข้าม “วิโรจน์ ก้าวไกล” ออกมาเฉลยทันควัน รัฐมนตรีที่มีปัญหาไม่พ้น “เสี่ยตั้น-ณัฏฐพล” ที่จะโดนทั้งพรรคฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล พร้อมใจสหบาทา พร้อมแอ่นอกยอมรับด้วยว่า ข้อมูลซักฟอก รมว.ศึกษาธิการ ทางฝ่ายค้านแทบไม่มี แต่ที่ถูกขั้นยัดชื่อในญัตติไม่ไว้วางใจได้ ก็ด้วยอานิสงส์ “ซองกฐิน” ที่คนในพรรคพลังประชารัฐฝากมาทั้งนั้น
“เฮียวิโรจน์” ฟันธงฉับ “เจ้ากระทรวงศึกษาฯ” ได้แต้มไว้วางใจน้อยที่สุดในศึกซักฟอกรอบนี้แน่นอน
ควานหาต้นตอ กลายเป็นมหากาพย์ดรามา “แทงข้างหลัง-ทิ่มกันเอง” ในกลุ่ม 3 รัฐมนตรีพลังประชารัฐไปซะอย่างนั้น ในพรรคร่ำลือกันหนาหูว่าเป็น “ผู้กองธรรมนัส” ที่ออกตัวเดินเกมแรง ตีธงให้ทีมงานล็อกเป้า “ณัฏฐพล” หมาย “สั่งสอน” ในโอกาสโดนอภิปรายฯ ครั้งแรก ด้วยระยะหลังมีคดีความคาใจกันหลายดอก
ทั้งเรื่องที่ “ผู้กองมนัส” เชียร์ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร. ให้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯกทม.) ในนามอิสระ แต่ให้พรรคพลังประชารัฐสนับสนุน ทว่า “บิ๊กตั้น” ที่เป็นหัวเรือใหญ่ในพื้นที่ กทม.ไม่เห็นด้วย และประกาศว่า “มาดามอีฟ” ทยา ทีปสุวรรณ เมียเลิฟที่เป็นอดีตรองผู้ว่าฯกทม.สนใจที่จะสมัครชิงอาณาจักรเสาชิงช้าเช่นกัน
กระทั่ง “ลุงป้อม” เคาะโต๊ะถือหาง “บิ๊กแป๊ะ” แล้วก็ตาม แต่ “ณัฏฐพล” ก็ยังยืนยันว่ารอบนี้ “ทยา” เอาแน่ แล้วคงห้ามกันไม่ได้ ยิ่งทำให้ “ผู้กอง” ที่เป็นคนใกล้ชิด “ลุงป้อม” ไม่ปลื้มอย่างแรง มองว่า “บิ๊กตั้น” ปีนเกลียว “บิ๊กป้อม” เต็มๆ
ช่วงคาบเกี่ยวกัน ยังมีประเด็นการส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม นครศรีธรรมราช เขต 3 แทน “เสี่ยคึก” เทพไท เสนพงศ์ ของค่ายประชาธิปัตย์ พรรคร่วมรัฐบาล ที่ทางพรรคพลังประชารัฐมีมติส่ง อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ที่เข้าป้ายที่ 2 เมื่อครั้งเลือกตั้งใหญ่ลงล้างตาอีกครั้ง ทั้งที่มีเสียงทัดทานถึง “มารยาททางการเมือง” จากเพื่อนร่วมรัฐบาลแล้วก็ตาม
ปรากฏว่าก่อนที่พรรคพลังประชารัฐจะมีมติส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมเมืองคอน ในวงประชุมกรรมการสรรหาผู้สมัคร เรื่อยมาถึงวงกรรมการบริหารพรรค ก็เป็น “เสี่ยตั้น” อดีตคนค่ายสะตอ ที่อภิปรายคัดค้านอย่างหนัก แต่ก็เกินต้านทานเสียงส่วนส่วนใหญ่
ว่ากันว่า แม้ “ธรรมนัส” ที่เวลานี้คุมพื้นที่ภาคใต้ให้พรรคแทบจะเบ็ดเสร็จ จะไม่ได้ออกเสียงให้ส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม แต่ตามรูปการณ์แล้วก็สนับสนุนให้มีการส่งผู้สมัครชนกับพรรคร่วมรัฐบาล ดูได้จาก ส.ส.เมืองคอน ที่ออกหนร้าก็ล้วนแล้วแต่อยู่ใน “มุ้งผู้กอง” ทั้งสิ้น
และหากชนะก็เท่ากับขยายพื้นที่อิทธิพลของพรรคตามคอนเซปต์ “คนละครึ่ง” ด้วยจะมี ส.ส.นครศรีธรรมราชเพิ่มเป็น 4 คน เท่ากับเจ้าถิ่นพรรคประชาธิปัตย์ที่เหลือ 4 ที่นั่งทันที
เป็นอีกประเด็นร้อนที่ “ธรรมนัส” ยืนคนละมุมกับ “ณัฏฐพล”
ผสมผเสกับ “จุดอ่อน” ของ “เสี่ยตั้น” ที่ถูกร้องเรียนภายในบ่อยครั้ง กรณีไม่เออออห่อหมก “เด็กฝาก” ตำแหน่งสำคัญในหน่วยงานสังกัดกระทรวงศึกษาธิการตามต่างจังหวัด เลยโดนป้ายข้อหา “กินรวบ ไม่กินแบ่ง” และไม่สนับสนุนได้มีมือไม้ในการทำพื้นที่ให้กับพรรค ทั้งที่ โปรไฟล์ “เด็กฝาก” ที่ส่งๆ กันมา ตั้งไปอาจสร้างปัญหาถึงติดคุกติดตารางเอาง่ายๆ
พาลไปถึงข้อหา “หมั่นไส้” ที่โผล่พรวดไปกินตำแหน่งปาร์ตี้ลิสต์เบอร์ 1 เมื่อการเลือกตั้งใหญ่ แถมไม่ค่อยไปร่วมประชุมพรรค ขาดการเชื่อมสัมพันธ์กับ ส.ส.เป็นทุน
พอตกพุ่มถูกอภิปรายฯ “ณัฏฐพล” ก็เลยถูกเพ่งเล็งจากคนในพรรคเป็นพิเศษที่หมายสางบัญชี ชำระแค้นที่สั่งสมมา ถึงขั้นพิมพ์เป็นญัตติ “ไม่สบายใจที่จะลงมติไว้วางใจ รมว.ศึกษาธิการ” แล้วเวียนให้ ส.ส.เซ็นต์ชื่อ คิดกันถึงขั้นขย่มให้หลุดจากเก้าอี้ “ว่าการ” เลยทีเดียว
เดชะบุญ ข่าว 30 งูเห่าเตรียมโหวตสวนดันทะลึ่งหลุดออกมาก่อน พอถึงหูทั้ง “ป.ประยุทธ์” ที่มองถือว่า “เสี่ยตั้น” เป็นน้องเลิฟ รวมทั้ง “ป.ป้อม” ที่รับผิดชอบการบริหารจัดการภายในพรรค ในฐานะหัวหน้าพรรค “2 บิ๊กรัฐบาล” ก็เลยสั่งการเด็ดขาดว่า ต้องเป็นเอกภาพ ห้ามแตกแถว
ผนวกกับช็อตเด็ดคิวที่ “ครูตั้น-ณัฏฐพล” โผล่ไปประชุมคณะรัฐมนตรีถึงทำเนียบรัฐบาล ในขณะที่เจ้ากระทรวงรายอื่นจับเจ่าเฝ้ารัง ประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนต์ ตามมาตรการเว้นระยะห่างโควิด-19 ทางการเมืองอ่านขาดว่า คงได้บัตรวีไอพีเข้าพบ “2 ลุง” เพื่อชี้แจงแถลงไขปัญหาที่เกิดขึ้น
เอาเป็นว่า “แผนแตก” ก่อนกำหนดฉาย “เสี่ยตั้น” ก็เลยพ้นขีดอันตราย
จับอาการ “ธรรมนัส” ผู้ที่ว่ากันว่าเป็น “รมช.ขาใหญ่” ที่ไล่ล็อบบี้ “กองทัพงูเห่า” อ่อนลงถนัดตา หลังประชุมคณะรัฐมนตรีมีภาพหลุดจับไม้จับมือหย่าศึกกับ “บิ๊กตั้น” กันที่สภาฯ ก่อนปิดห้องเคลียร์ใจกันชื่นมื่น
เหมือนจบกันแบบแฮปปี้เอนดิ้ง ดันมีข่าวต่อเนื่องว่า ผละเป้าใหญ่ “ครูตั้น” เบนเข็มไปล่อเป้า “จับกังเฮ้ง-สุชาติ” แทน แต่ไม่กะเอากันถึงน็อกคาสภาฯ แค่ให้ทีมงานเผลอไผล 5 คน 10 คน เตรียมเข้าห้องน้ำ เสียบบัตรกดโหวตไม่ทัน ตอนลงมติก็เพียงพอ
เพราะเรื่องการรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่เพียงต้องเก็งข้อสอบ เตรียมคำตอบชี้แจงในสภาฯเท่านั้น เรื่อง “คะแนนโหวต” ก็สำคัญ “ผู้กองมนัส” เคยช้ำมาแล้วครั้งศึกไม่ไว่วางใจ ก.พ.63 ที่คะแนน “ไม่มาตามนัด” จนเสียงไว้วางใจ “อมบ๊วย” อยู่ท้ายตาราง
แม้ว่าโหวตให้ตายก็ไม่มีแพ้ร่วงตกเก้าอี้ แต่คะแนนที่หดหาย มีผลทางอ้อมไปถึงการพิจารณาผลงาน ตามคิวปรับ ครม.ที่ว่ากันไม่ใกล้ไม่ไกลคงมีคิวเขย่ากันอีกรอบ ฝันใกล้จะอัปเกรดขึ้นชั้น “เจ้ากระทรวง” ก็คงเป็นหมัน
ครั้นจะคิดบริหารจัดการให้ “คะแนนเท่าๆ กัน” ไม่ต้องมีใครเจ็บตัว ก็วางใจไม่ได้ เห็นๆอยู่คราวก่อน เสียงที่หายไปโผล่อยู่ที่ “พรรคเศรษฐกิจใหม่” ที่ 5 เสียงไว้วางใจทุกรัฐมนตรี แต่ดันงดออกเสียงตรง “ผู้กองมนัส” อ้างว่าชี้แจงไม่เคลียร์
สบช่องที่ “เสี่ยเฮ้ง” เพิ่งขึ้นชั้น รมต.ใหม่ป้ายแดง ที่ผ่านมาเป็น ส.ส. 2 สมัยก็ไม่เข้าข่ายผู้แทนฝีปากกล้า ถ้าเจอจัดหนักเข้าไป อาจชี้แจงไม่ฉะฉาน ก็เลยมีรายการฝาก “ซองกฐิน” ขนข้อมูลไปให้ทางฝ่ายค้าน ระดับประเด็นส่งกลิ่น “กระทรวงจับกัง” ไปให้อื้อ โดยเฉพาะปมขบวนการหากิน “แรงงานเถื่อน” ต้นตอโควิด-19 ระลอกใหม่
โดยมีพันธมิตรที่รักของ “ผู้กอง” อย่าง “มาดามแหม่ม” นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน ที่ไม่ค่อยเข้าขากันกับเจ้ากระทรวงคอยเอาใจช่วยด้วย
จะว่าไปก็ไม่แปลกที่ “ธรรมนัส” จะเดินเกมแรงจนล้ำเส้นไปในบางจังหวะ เพราะบทเรียนครั้งก่อนที่เจอฤทธิ์ “พรรคเล็ก” จนต้องเสียฟอร์ม ทั้งที่วางตัวเป็น “ฤาษีเลี้ยงลิง” คิดว่าอยู่ในโอวาททั้งหมด งวดนี้ก็มีข่าวหนาหูเหมือนกันว่าจะมี “พรรคเล็ก” ยี่ห้ออื่น ตั้งท่าจะแผลงฤทธิ์เรียก “กล้วย” จาก “ฤาษี” อีกครั้ง หากประมาทพลาดพลั้ง ก็คงไม่พ้นวังวน “อมบ๊วย” เสียงไว้วางใจน้อยที่สุดอีกคำรบ
กลายเป็นสถานการณ์วุ่นๆ ของทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน แบบที่ต้องร้อง “อิหยังวะ”
เพราะศึกซักฟอกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่ตามคอนเซปต์ต้องเป็นฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาล กลายเป็น “ศึกไม่ไว้วางใจ” กันเอง ของทั้งทั้งรัฐบาล ทั้งฝ่ายค้าน ไปซะอย่างนั้น.


