xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

โถ! “ม็อบ 3 กีบ” ไม้ขีดด้าน แก้ “ม.112” ล่มปากอ่าว ภารกิจเซฟ “เสี่ยเอก” เป็นหมัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ป้อมพระสุเมรุ

ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - กลับมาแล้ว เทศกาลม็อบ

หลัง “กลุ่มราษฎร 2563” คัมแบ็ก” ถนน รวมพลชวนคนออกมา “เคาะหม้อ-ไห”  รวมพลคนไม่มีจะกิน ตีหม้อไล่เผด็จการ ที่ลานสกายวอล์ก แยกปทุมวัน เมื่อเย็นวันที่ 10 ก.พ.64

โดยก่อนงานทางการ 1 วัน “กลุ่มราษฎร” นำร่องไปแล้วที่สกายวอล์ก MBK เพื่อระดมพลเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำ หลังศาลไม่ให้ประกันตัว 4 แกนนำกลุ่มราษฎร ได้แก่  “ทนายซอยจุ๊” อานนท์ นำภา, “เพนกวิน” พริษฐ์ ชีวารักษ์, สมยศ พฤกษาเกษมสุข และ “หมอลำแบงค์” ปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม กรณีร่วมชุมนุมกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์-สนามหลวง เมื่อวันที่ 19 - 20 ก.ย.63 ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112, ยุยงปลุกปั่นฯ มาตรา 116 และข้อหาอื่น

 เห็นบรรยากาศมวลชน 2 วัน ต้องยอมรับว่า แตกต่างจากสิ้นเชิงจากช่วงที่ม็อบ “ขึ้นหม้อ” สุดๆ เมื่อปลายปี 2563 ที่ยังมีคนมาร่วมชุมนุมหลักหลายพัน แต่ปัจจุบันแตะพันๆ ยังเหนื่อย  

โดยเฉพาะ “ม็อบตีหม้อ” เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ทางเพจราษฎร โปรโมทโหมโรมกันมาซักระยะหวังจะใช้อีเวนต์นี้ถือเป็นปฐมฤกษ์ เบิกร่องสู่การนำหนึ่งแฟลชม็อบพุทธศักราช 2564 แต่ฟีดแบ็กกลับไม่เปรี้ยงอย่างที่คิด

ทั้งที่ตามหลัก เวลาม็อบร้างมานานๆ มวลชนย่อมต้องอยากยืดแข้งยืดขา ออกมาปลดปล่อย หลังจากไปฟักตัวในช่วงโควิด-19 อาละวาดรอบสอง อย่างน้อยๆ มวลชนที่สกายวอล์กมันต้องแตะหลักหมื่นไปแล้ว เพื่อระบายความอัดอั้น

ขณะที่เงื่อนไขเรื่องการเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำหลักที่เป็นระดับขุนอย่าง “ทนายอานนท์-เพนกวิน”  ถือว่า ใช้เรียกแขกให้ออกมาเต็มสนามรบได้เลย

เช่นเดียวกับสภาพเศรษฐกิจ เรื่องมาตรการเยียวยาของรัฐที่ไม่ทั่วถึงทุกกลุ่ม ที่สอดคล้องกับชื่ออีเวนต์รวมพลคนไม่มีจะกิน น่าจะกระตุกต่อมอยากจะใส่ผ้าใบออกมาชู 3 นิ้วได้ แต่ปรากฏว่า ครั้นถึงเวลาที่นักเรียน นักศึกษา เลิกเรียน ประชาชนเลิกงาน ม็อบราษฎรยังดูหรอมแหรม เคว้งคว้าง สื่อมวลชนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจดูจะมากกว่าหลายเท่า

 พยายามยั่วยุ ให้เจ้าหน้าที่ใช้กำลัง แต่ไม่เป็นผล “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิวัฒนกุล หรือ “ไมค์ ระยอง” ภาณุพงศ์ จาดนอก สองแกนนำ 3 นิ้ว ขึ้นเวทีปราศรัย ดึงคนก็แล้ว สุดท้ายกว่าจะได้หลักพันทำเอาเหนื่อยลากเลือด พยายามจะชุมนุมยืดเยื้อแต่ไม่เป็นผล จนต้องจนใจประกาศยุติการชุมนุมตั้งแต่ยังไม่ 4 ทุ่มเลย 

หากดูจากสภาพการณ์ “ม็อบตีหม้อ” เมื่อวันที่ 10 ก.พ. โอกาสจะไปต่อแทบจะริบหรี่ เพราะถือเป็นช่วงที่มีเงื่อนไขให้ก่อหวอดมากที่สุด แต่ยังปลุกไม่ขึ้น

ครั้นกระโดดไปโหนกระแสการรัฐประหารในเมียนมา ที่นำโดย พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย โดยการไปผสมโรมกับแรงงานหม่องในประเทศไทยที่หน้าสถานทูต แต่ก็ไม่ได้ผล แถมยังเจ็บตัวโดนกระแสตีกลับ เพราะการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ก็มาจากแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมือง ยังไปกระโดดเกาะให้คนกลัวเปล่าๆ

ส่วนหนึ่งที่ “ม็อบราษฎร” ไม้ขีดด้าน น่าจะเป็นผลมาจากการเคลื่อนไหวในช่วงที่ผ่านมาที่หลายคนรู้เช่นเห็นชาติแล้วว่า ฝากความหวังกับเด็กเมื่อวานซืนไม่ได้ เพราะไม่มีหลักการ นอกจากหลักกูอย่างเดียว วันดีคืนดีทะเลาะกันเอง เหมือนเด็กเอาแต่ใจ

ปัญหาภายในยังเพียบไปหมด ยิ่งช่วงนี้พวกเซเล็บม็อบนิยมซัดกันเอง ล่าสุด “กาณฑ์” ศศิพัฒน์ พงษ์ประภาพันธ์  นักเคลื่อนไหวทางการเมือง กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง แนวร่วมคณะราษฎร 2563 ที่เปิดสงคราม LGBT กับศาสดาม็อบ 3 นิ้ว  “เจ๊วิน เกียวโต”ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์” ผู้ต้องหาคดีผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่หนีไปใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ ที่ต่างประเทศ

ถึงขั้นแฉกันว่า กลุ่มตลาดหลวงที่ “ปวิน” เป็นผู้ก่อตั้ง คือ แหล่ง Fake news ที่ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมกับเตือนสติเด็ก เยาวชน ที่ออกมาร่วมม็อบ 3 นิ้ว จาบจ้วงสถาบัน จนต้องมีคดี เข้าคุกเข้าตาราง ว่า กำลังตกเป็นเหยื่อของกระเทยชิบูย่า

“ลองพิจารณาดีๆ ว่า พื้นที่การเมืองที่เปิดโอกาสให้น้องแสดงศักยภาพ ใช้ความรู้ของตนเองให้เต็มสุดความสามารถ ได้เท่าไหนเท่านั้น โปรดอย่าเชื่อประโยคโกหกเพียงไม่กี่คำ แล้วทำให้ชีวิตของต้องมาพัวพันกับคดีที่มาสั่นคลอนชีวิต พี่เห็นผลงานในหลายๆ อย่างในม็อบกับตาตัวเอง เลิกขับเคลื่อนด้วยความเกลียดชัง แล้วมาสร้างมูฟเมนต์ที่มีพลังด้วยความรู้ที่น้องๆกำลังศึกษาอยู่ดีกว่าค่ะ”

ผนึกกำลังกับซี้เก่ากระเทยชิบูย่าอย่าง  “หมออั้ม” อิราวัต อารีกิจ อดีตนักร้องที่ประกาศเลิกคบถาวร ไม่มีรีเทิร์น เพราะอดีตเพื่อนเก่าออกอ่าวออกทะเลจนกู่ไม่กลับ ที่ร่วมสมทบกับ “กาณฑ์” เพื่อกระทืบปวินให้จมโซเซียลมีเดีย

“กลุ่ม Fake news ขนาดใหญ่ เข้าใจเลยครับว่ากลุ่มไหน คนออกมากันเยอะมาก โชคดีที่ไม่เคยเข้าไป เพราะไร้สาระและเสียเวลาเปล่า”

ทำเอา “ศาสดาม็อบ 3 กีบ” ถึงขั้นปรี๊ดแตก หัวร้อน ออกมาร่ายยาวจวกอดีตคนเคยรู้จัก บลัฟกระทบกระเทือนไปถึงช่องลูกชายอดีตนายกฯ ขวัญใจกลุ่มราษฎรที่ “หมออั้ม” ไปนั่งจัด ตอน 2 ทุ่ม

“มั่นหน้าบอกตลาดหลวง คือ กลุ่ม Fake News ขนาดใหญ่ แต่ไม่มีความกล้าหาญที่จะบอกว่า ข่าวสองทุ่มผลิต Fake News หลอกชาวบ้านมาครึ่งศตวรรษ โถ อีดอก บีบสิวลูกค้าต่อค่ะ อ้อ ขนาดคนออกมาเยอะ ยังเหลือสมาชิก 2.2 ล้าน นะน้องนะ”

ต้องยอมรับว่า ยี่ห้อ “ปวิน” นี่ไล่แขก ไล่แนวร่วมชั้นดี เพราะก่อนจะถึง “หมออั้ม-กาณฑ์” ก็พาลกัดคนนั้นคนนี้ไม่เลือกหน้า จนกัลยาณมิตรตีจากออกไปนักต่อนัก อย่างก่อนหน้านี้ก็ “น้องโบว์” ณัฏฐา มหัทธนา ที่ “กระเทยชิบูย่า” ไปพาลด่าว่า เป็นพวก “ชะนีหิวแสง”

ขณะที่การสู้คู่ขนาน ตีขนาบในสภา ที่นำโดยพรรคก้าวไกล ล่าสุดรุกหนัก รุกเร็ว ระดม 44 รายชื่อ เสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ...) เกี่ยวกับการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ที่อ้างว่า ไม่ต้องการให้ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง แต่พอเปิดเนื้อหา ไม่ต่างอะไรกับการกัดเซาะสถาบัน และทำให้สถาบันอ่อนแอลง เพราะบางเรื่องให้เหลือแค่ “โทษปรับ”

อาทิ ในเรื่องความผิดเกี่ยวกับเกียรติยศของประมุขแห่งรัฐหรือผู้แทนรัฐต่างประเทศ ที่ในมาตรา 135210 ระบุว่า ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายราชาธิบดี ราชินี ราชสามี รัชทายาท หรือประมุขแห่งรัฐต่างประเทศ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท

หากแก้ไขสำเร็จ “พวกล้มเจ้า” คงสนุกสนานน่าดู โดยเฉพาะเหล่าคนมีอันจะกิน คงจ้างเด็กๆ ออกมาหมิ่นสถาบัน เพราะโทษมันเบา มีเงินจ่าย

แต่ดูแล้วคงไม่ถึงฝั่งฝัน คงแท้งตั้งแต่ชั้นรับหลักการ ที่เชื่อขนมกินได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ว่า จะมีเพียง 44 ส.ส.พรรคก้าวไกลเท่านั้นที่เห็นชอบ แต่พรรคอื่นๆ ทั้งในรัฐบาลและฝ่ายค้าน โดยเฉพาะ 9 ส.ส.ก้าวไกลที่ไม่ลงชื่อให้แก้ คงยกสุดตัวตีตกหมด

 สำหรับรายชื่อส.ส.พรรคก้าวไกล ที่ไม่ได้ร่วมลงชื่อครั้งนี้ ซึ่งได้แก่ 1.วินท์ สุธีรชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ, 2.คารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ, 3.เกษมสันต์ มีทิพย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 4.วรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส.กทม., 5.ทศพร ทองศิริ ส.ส.กทม., 6.จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม., 7.ขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส.ชลบุรี, 8.เอกภพ เพียรพิเศษ ส.ส.เชียงราย และ 9.พีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย 

 หลังจากนี้น่าจับตาว่า จะมี “โปรย้ายค่าย” ตามมาหรือไม่ 

เพราะหลายคน กระท่อนกระแท่นกับแกนนำพรรคมาหลายครั้ง ไม่เห็นด้วยกับแนวทางที่เดินอยู่ โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 อย่างเช่น คารม กับ เอกภพ ที่เปิดหน้าเลยว่า ไม่เอาด้วย ประหนึ่งว่า พร้อมจะคอนเวิร์สทันที ถ้าพรรคไล่ออก

แต่ก่อนตอนพรรคอนาคตใหม่ติดลมบนอาจจะคงกล้าไล่ แต่ตอนนี้เหลือกันร่อยหรอ หากตัดสินใจไล่ 9 คนที่แหกมติ ต่อไปคงจะกลายเป็นแค่พรรคขนาดเล็ก ดูทรงคงทำได้แค่ต่อว่า

จริงๆ ต้องชมว่า 9 ส.ส.นี้ฉลาด ไม่เอาอนาคตไปแลกกับพฤติกรรมของ “พวกดึงฟ้าต่ำ”

ที่วัตถุประสงค์ในการแก้ไขรอบนี้นอกจากอิงม็อบ 3 นิ้วแล้ว ยังมีผลประโยชน์ทับซ้อนเรื่องหัวหน้าก๊วนตัวเองอย่าง  “เสี่ยเอก” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ที่เพิ่งถูกแจ้งความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หลังเพ้อเจ้อวิจารณ์วัคซีนของแอสตราเซเนกา ที่ให้บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ผลิต โดยไม่ได้ศึกษาข้อมูลให้แตกฉานเสียก่อน

ที่เร่งๆ ยื่นแก้ไขกฎหมายไม่ใช่เพราะเป็นห่วงเด็กในม็อบ และแกนนำที่อยู่ในเรือนจำ แต่ห่วงลูกพี่ที่โดนแจ้งความผิดนี้เข้าให้ต่างหาก

 ปลายทางการเคลื่อนไหวของม็อบ 3 กีบ กับ พรรคก้าวไกล ที่กำลังทำกันอยู่ ดูท่าจบแบบเดียวกัน ยังไม่ได้เริ่ม ก็จมกองอยู่ปากอ่าวแค่นั้นเอง.