xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

ผ่านกม."คุมวัด"ให้เช่าธรณีสงฆ์ เก็บเงินได้สูงสุด1แสนบาท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ผู้จัดการสุดสัปดาห์ -ในที่สุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็อนุมัติหลักการ "ร่างกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการดูแลรักษาและจัดการศาสนสมบัติของวัด พ.ศ. …."ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กระทรวงวัฒนธรรม เสนอ หลังจากรับหลักการ ร่างฉบับนี้ก็จะต้องให้ส่ง "สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา" ตรวจพิจารณาอีกครั้ง แล้วดำเนินการต่อไปได้ โดย นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับการบริหารราชการ "พศ." ได้เห็นชอบเรื่องดังกล่าว

แม้ว่าตามกฎหมายจะเปิดให้กันที่ดินวัดเป็นที่จัดประโยชน์ได้ จนเป็นที่มาให้กลุ่มคนภายนอกเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินสงฆ์โดยมิชอบ ทำให้วัดขาดประโยชน์ ที่ดินแบบใดที่ปล่อยให้เช่าได้หรือไม่...

ข้อมูลของ พศ. ระบุว่าวัดทั่วประเทศที่มีอยู่กว่า 4 หมื่นวัด มีที่ดินของวัดอยู่ราว 3 หมื่นวัด จัดเป็นศาสนสมบัติของวัด และที่ดินวัดร้างอีกราว 6 พันวัด ซึ่งจัดเป็นศาสนสมบัติกลาง

ที่ผ่านมา กฎกระทรวงออกตามความใน พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ระบุให้กันที่ดินวัดเป็นที่จัดประโยชน์ได้ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากกรมการศาสนา หรือ พศ.ในปัจจุบัน และได้รับอนุญาตจากมหาเถรสมาคม โดยมีเจ้าอาวาสเป็นผู้แทน หรือเป็นผู้มีอำนาจขาดของวัด กฎหมายให้อำนาจ พศ.บริหารจัดการ โดยรายได้ส่งเข้าบัญชีศาสนสมบัติกลาง ใช้ในกิจการของสงฆ์โดยผ่านความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม

ส่วนที่ดินศาสนสมบัติของวัดมี ด้วยกัน 3 ประเภท โดยที่ดินวัดจะจัดให้ทำประโยชน์ได้ก็เฉพาะที่ธรณีสงฆ์ และที่กัลปนา โดยวัดเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการเช่าที่ การเช่าที่ดินวัดมีทั้งเช่าเพื่ออยู่อาศัย ปลูกอาคารพาณิชย์เชิงธุรกิจ เพื่อการเกษตร ที่ทำการหน่วยงานราชการ เอกชน รวมไปถึงธุรกิจที่พัก โรงแรม อัตราค่าเช่าเป็นไปตามที่ตกลงกัน แต่ต้องไม่ต่ำกว่าตารางวาละ 50 สตางค์

แต่การทำสัญญาเช่าที่หากเกิน 3 ปี ต้องแนบแบบการก่อสร้าง ผลประโยชน์ที่วัดจะได้รับ และขอความเห็นชอบจากมหาเถรสมาคมก่อนทำสัญญาเช่า แม้จะมีช่องว่างให้เปลี่ยนมือผู้เช่า การขายสิทธิ์ แต่ทุกขั้นตอนต้องแจ้งเปลี่ยนสัญญากับวัด เพราะกรรมสิทธิ์ในที่ดินและทรัพย์สินทั้งหมดยังถือเป็นของวัด หากไม่เป็นเช่นนั้น นับว่าผิดสัญญาวัดสามารถให้ออกจากพื้นที่ได้ทันที

ธุรกรรมทางการเงินไม่ใช่กิจของสงฆ์ วัดไม่ดำเนินการในรูปแบบคณะกรรมการ ไม่มีการจัดทำบัญชีรับ-จ่าย จึงกลายเป็นช่องว่างสำคัญ ที่ทำให้เกิดการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ

พศ.ระบุว่า ร่างฉบับดังกล่าว ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 9/2563 เมื่อวันที่ 12 พ.ค.63 ได้มีมติเห็นชอบ "ร่างกฎกระทรวงในข้อ 2." แล้ว เป็นวาระ ข้อ 4.10 จากกว่า 50 วาระ โดยเห็นชอบการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2511) ออกตามความในพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505

ถามว่า พศ. เสนออะไร ??

ในวาระที่ 5 ที่เสนอครม.ระบุไว้ว่า ที่ผ่านมาพศ.ได้มีกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2511) ออกตามความใน พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และได้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2511 ไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน

โดย"การให้เช่าที่ธรณีสงฆ์ ที่กัลปนา หรือที่วัดที่กันไว้เป็นที่จัดประโยชน์ ที่มีกำหนดระยะเวลาการเช่า เกินสามปี"

จะกระทำได้ ก็ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจาก พศ. [กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เดิม] และกำหนดให้การเก็บรักษาเงินของวัดในส่วนที่เกิน 3,000 บาทขึ้นไป ให้เก็บรักษาโดยวิธีการฝากไว้กับธนาคาร หรือ นิติบุคคลที่ พศ. ให้ความเห็นชอบ

ข้อต่อมา จากการใช้บังคับ "กฎกระทรวงในข้อ 1." พบว่า ที่ผ่านมาในการกำกับดูแลการให้เช่าที่ดินของวัด ของมหาเถรสมาคมและ พศ. นั้น "ทำได้เพียงในส่วนของการให้เช่าที่ดิน" โดยไม่รวมถึง "การให้เช่าอาคารซึ่งปลูกบนที่ดินดังกล่าว" ทำให้วัดสามารถให้เช่าที่ดินของวัดได้ตามกฎหมายโดยไม่จำเป็นต้องขอความเห็นชอบจากมหาเถรสมาคมและ พศ.

ซึ่งเป็นไปตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 57/2528 เรื่อง "ปัญหาข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 [การให้เช่าที่ดินของวัด ตามข้อ 4 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2511)ฯ และมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 14/2521]"

ดังนั้น "วัด" ซึ่งมีฐานะเป็นนิติบุคคลตามมาตรา 31 แห่งพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ย่อมมีเอกสิทธิ์ที่จะดำเนินการให้เช่าอาคารซึ่งปลูกสร้างในที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ได้ตามกฎหมายโดยไม่จำต้องขอความเห็นชอบจากมหาเถรสมาคมและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จึงทำให้เกิดปัญหา คือ "มีการแสวงหาประโยชน์ในที่วัดหรือที่ธรณีสงฆ์ของวัด ทำให้วัดขาดประโยชน์ ที่ควรได้รับโดยชอบและเป็นธรรม"

นอกจากนี้ การกำหนดให้วัดสามารถเก็บรักษาเงินสดได้เพียง 3,000 บาทนั้น ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายภายในวัด

ดังนั้น พศ.จึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุง "กฎกระทรวงในข้อ 1. เกี่ยวกับการให้เช่าที่ดินของวัดให้ครอบคลุมถึงกรณีการให้เช่าอาคารที่ปลูกบนที่ดินดังกล่าว" เพื่อแก้ไขปัญหาการแสวงหาประโยชน์ในที่ดินของวัด และแก้ไขจำนวนเงินที่วัดสามารถเก็บรักษาได้ เพื่อให้มีความสอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบันรวมทั้งปรับปรุงบทบัญญัติในประเด็นอื่นๆ ให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น

จึงได้ยกร่างกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการดูแลรักษาและจัดการศาสนสมบัติของวัด พ.ศ. … ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 40 แห่งพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 บัญญัติให้การดูแลรักษาและจัดการศาสนสมบัติของวัด ให้เป็นไปตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง พศ. ระบุว่าในคราวประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 9/2563 เมื่อวันที่ 12 พ.ค.63 ได้มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงในข้อ 2. ว่าด้วย "การให้เช่าที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง" แล้วย้อนกลับมาดูความเป็นมาของการแก้ไขกฎกระทรวงฉบับนี้

เริ่มจาก"กรมการศาสนา"ได้หารือไปยัง"สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา"กรณีการให้เช่าอาคารของวัดต้องดำเนินการตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2511)ฯ หรือไม่ซึ่ง"คณะกรรมการกฤษฎีกา"ไดํให้ความเห็นโดยสรุปว่า กฎกระทรวงดังกล่าวกำหนดเฉพาะการให้เช่าที่ดินไม่รวมถึงการให้เช่าอาคาร หากจะให้รวมถึงการเช่าอาคารด้วยต้องดำเนินการแก้ไขกฎกระทรวงฯ ตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 57/2528
ในระหว่างที่ยังไม่ดำเนินการปรับปรุง "กฎกระทรวง" มหาเถรสมาคมได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยมีมติในการประชุม ครั้งที่ 1/2563 มติที่ 31/2563 เมื่อวันที่ 8 ม.ค.63

"ให้วัดใดที่มีผู้ขอเช่าอาคารพาณิชย์หรืออาคารอื่นใดของวัด เพื่อใช้ในการแสวงหาผลประโยขน์ ให้เจ้าอาวาสนั้น ส่งแบบแปลน แผนผังก่อสร้าง งบประมาณ ผลประโยชน์ที่วัดจะพึงได้รับทั้งเงินบำรุงวัด ทั้งค่าเช่าอาคาร ร่างสัญญาเช่าไปยังพศ. เพื่อเสนอ "คณะกรรมการพิจารณางบประมาณศาสนสมบัติกลางประจำ(พศป.)" เห็นชอบก่อน"

เมื่อคณะกรรมการ พศป.เห็นชอบแล้ว ให้นำเสนอ"มหาเถรสมาคม" พิจารณา โดยวัดจะทำสัญญาเช่าได้ เมื่อมหาเถรสมาคมพิจารณาเห็นชอบแล้วและได้มอบพศ.ดำเนินการพิจารณา ปรับปรุงแก้ไขกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2511)ฯ ให้สอดคล้องกับมติมหาเถรสมาคม และเหมาะสมแก่กาลสมัยต่อมา พศ.ได้ดำเนินการแต่งตั้ง"คณะกรรมการพิจารณา ปรับปรุงแก่ไชเพิ่มเติมกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2511) ฯ" ประกอบด้วย ผู้แทนมหาเถรสมาคม เป็นที่ปรึกษา หัวหน้าส่วนราชการใน พศ.เป็นกรรมการ

ที่ประชุมได้จัดทำร่างกฎกระทรวงว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการดูแลรักษาและจัดการศาสนสมบัติของวัดพ.ศ...โดยสรุปสาระสำคัญดังนี้

1.ให้ยกเลิกกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2511) ฯ

2. เปลี่ยนชื่อหน่วยงานจาก "กรมการศาสนา" เป็น "พศ."

3. การให้เช่าที่ธรณีสงฆ์ ที่กัลปนา หรือที่วัดที่กันไว้จัดประโยชน์และหรือสิ่งปลูกสร้าง ที่มีกำหนดระยะเวลาเช่าเกินกว่าสามปี จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจาก พศ.และได้รับอนุมัติจากมหาเถรสมาคม

4. การใช้ที่วัด ที่ธรณีสงฆ์ของวัด เป็นทางหรือถนนให้จัดทำเป็นสัญญาภาระจำยอม

5. ให้วัดสามารถเก็บรักษาเงินไว้ที่วัดเพิ่มจาก"สามพันบาท" เป็น"หนึ่งแสนบาท"

หากมาดู สาระสำคัญ "ที่แตกต่างจากกฎกระทรวงเดิม" มีดังนี้

ประเด็นที่ 1. "การมอบอำนาจให้ พศ. จัดประโยชน์แทนวัด" กฎกระทรวงเดิม "ไม่มีการกำหนดเกี่ยวกับการมอบอำนาจให้ พศ. จัดประโยชน์แทนวัดได้" ร่างกฎกระทรวงในเรื่องนี้ "กำหนดให้วัดสามารถมอบอำนาจให้ พศ. จัดประโยชน์ในศาสนสมบัติของวัดทั้งหมดหรือแต่บางส่วนแทนวัดได้"

ประเด็นที่ 2. "การให้เช่าที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง" กฎกระทรวงเดิม "กำหนดให้การให้เช่าที่ธรณีสงฆ์ ที่กัลปนา หรือที่วัดที่กันไว้เป็นที่จัดประโยชน์ ที่มีกำหนดระยะเวลาการเช่าเกินสามปี ต้องได้รับความเห็นชอบจาก พศ. (กรมการศาสนา ศธ. เดิม)" ร่างกฎกระทรวงในเรื่องนี้ "กำหนดให้การให้เช่าที่ธรณีสงฆ์ ที่กัลปนา ที่วัดที่กันไว้เป็นที่จัดประโยชน์หรือ“สิ่งปลูกสร้าง”ที่มีกำหนดระยะเวลาการเช่าเกินสามปีต้องได้รับความเห็นชอบจาก พศ. และได้รับอนุมัติจากมหาเถรสมาคม"

ประเด็นที่ 3. "การเช่าที่ดินของวัดเพื่อเป็นทางเข้าออก" กฎกระทรวงเดิม "ไม่มีการกำหนดเกี่ยวกับการเช่าที่ดินของวัดเพื่อเป็นทางเข้าออกไว้" ร่างกฎกระทรวงในเรื่องนี้ "กำหนดให้ในกรณีที่มีผู้ขอเช่าที่ดินของวัดเพื่อเป็นทางเข้าออก ไม่ว่าจะกำหนดระยะเวลาการเช่ากี่ปีก็ตาม ให้วัดจัดทำเป็น “สัญญาภาระจำยอม”เท่านั้น โดยต้องได้รับความเห็นชอบจาก พศ.และได้รับอนุมัติจากมหาเถรสมาคม"

ประเด็นที่ 4. "การเก็บรักษาเงินของวัด" กฎกระทรวงเดิม "กำหนดให้การเก็บรักษาเงินของวัดในส่วนที่เกิน 3,000 บาทขึ้นไป ให้เก็บรักษาโดยฝากธนาคาร หรือนิติบุคคลที่ พศ. ให้ความเห็นชอบ" ร่างกฎกระทรวงในเรื่องนี้ "กำหนดให้การเก็บรักษาเงินของวัดในส่วนที่เกิน “100,000 บาทขึ้นไป”ให้เก็บรักษาโดยฝากธนาคาร หรือวิธีการอื่นใดตามที่มหาเถรสมาคมกำหนด"

หาร่างกฎกระทรวง ฉบับนี้ ผ่าน "สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา" ตรวจพิจารณาแล้ว ให้ พศ.จัดทำหนังสือส่งไป ศาสนาสถานทั่วไปเพื่อบังคับใช้ทันที


กำลังโหลดความคิดเห็น...