ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - เบิกฟ้าพยากรณ์ดวงเมืองไทยปี 2564 นักษัตรปีฉลู (ปีวัว) โหราจารย์ล้วนตีธงไปในทิศทางเดียวกันว่า สถานการณ์บ้านเมืองยังอยู่ในวังวนยุ่งเหยิงวุ่นวาย ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม อีกทั้งสถานการณ์โรคอุบัติใหม่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบรุนแรงทั่วโลก เรียกว่าร้อนแรงทุกประเด็นส่งผลกระทบทั้งองคาพยพ ซึ่งตามตำราโหราศาสตร์นับเป็นการเร่งเครื่องสู่ปฏิวัติเปลี่ยนแปลงครั้งมโหฬาร
ปี 2564 ดวงเมืองไทยดำเนินไปในทิศทางใด เชิญตรวจเกณฑ์ชะตาบ้านเมืองผ่านคำพยากรณ์ของ “7 โหราจารย์” ผู้คร่ำหวอดในแวดวงโหราศาสตร์ไปพร้อมๆ กัน
บ้านเมืองวิปริต
รัฐบาลอับโชค
ลั่นฆ้องพยากรณ์ดวงเมืองปี 2564 เปิดคำทำนายโหราจารย์คนแรก “อ.ภิญโญ พงศ์เจริญ” นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ ที่ฟันธงฉับลงไปว่า อิทธิพลจาก “ดาวมฤตยู” ซึ่งหมายถึงอาเพศ ความเปลี่ยนแปลง โคจรอยู่ในราศีเมษ ทับลัคนา และทับพระอาทิตย์ ตนุเศษของดวงเมือง ตั้งแต่ต้นปี 2564 – เดือนกรกฎาคม 2565 ส่งผลให้บ้านเมืองยังคงยุ่งเหยิงเกิดความเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง
ลุกลามไปจนเกิดเหตุรุนแรงจากความไม่พอใจเรื่องกฎหมาย ตลอดจนวิธีทางการเมืองการปกครองของรัฐ ให้ระวังการนำไปสู่อาชญากรรมที่รุนแรง โดยเฉพาะระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2563 - 24 มีนาคม 2564 ซึ่งเป็นช่วงที่ดาวมฤตยูทำมุมสัมพันธ์ดาวอังคารที่จะจรมากุมดาวมฤตยู และช่วงระหว่างวันที่ 21 ตุลาคม - 4 ธันวาคม 2564 ซึ่งดาวอังคารเล็งดาวมฤตยู
ด้านการเมือง ดาวพฤหัสกับดาวเสาร์โคจรมาทับกันตรงราศีมังกร ตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2563 ซึ่งพฤหัสกับเสาร์เป็นดาวคู่แห่งการเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัย 2 ดวงมากุมกัน จึงเข้าสู่ยุคใหม่ เป็นความเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัย โดยแต่ละยุคใช้เวลา 20 ปี ทำนายว่าจะทำให้เกิดภาพความเหลื่อมล้ำชัดเจน เกิดภาพเปรียบเทียบระหว่างคนจนกับคนรวย คนมีโอกาสกับคนด้อยโอกาส คนมีการศึกษากับไร้การศึกษา สู่การการปรับตัวเพื่อให้เกิดสมดุล
นอกจากนี้ มีความเปลี่ยนแปลงที่เกิดในราศีมังกร ซึ่งเป็นภพที่ 10 ของดวงเมือง เป็นกัมมะ หมายถึงการบริหารราชการแผ่นดิน นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ปี 2564 ดาวพฤหัสกุมกับดาวเสาร์ในราศีมังกรเดินหน้าและถอยหลังเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในทางดีและไม่ดี ทั้งผู้ปกครอง ชนชั้นสูง และประชาชนจึงต้องปรับตัว
อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองหรือรัฐบาลสามารถแก้ไขปัญหาอุปสรรค นำพาประเทศไปได้ มีการเริ่มต้นกิจการใหม่ๆ ของชาติ โดยเป็นกิจการใหม่ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการปกครอง เป็นต้นว่าการออกกฎหมายใหม่ๆ จะประสบความสำเร็จ
ที่น่าห่วงคือ ดาวเสาร์ โคจรอยู่ในภพที่ 10 ในราศีมังกร ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2564 – 2565 มีทั้งเรื่องดีเรื่องร้าย เริ่มที่เรื่องดีบ้านเมืองปราศจากภัย รัฐบาลสามารถรักษาอำนาจ และสามารถออกกฎหมายได้ ส่วนเรื่องร้ายรัฐบาลจะอับโชค ขาดการสนับสนุนล้มเหลวในการเลือกตั้ง อิทธิพลจากเสาร์โยกเกณฑ์ร้ายจากภพที่ 8 ซึ่งเป็นภพมรณะ ส่งผลให้บุคคลสำคัญเจ็บป่วยหรือถึงแก่มรณกรรม
ย้อนอดีตชาติไทยการโคจรของดาวเสาร์ เคลื่อนเข้าสู่ราศีมังกรในทุกๆ 30 ปี การโคจรลักษณะนี้จะเกิดปัญหาใหญ่ทุกครั้ง อาทิ ดาวเสาร์เข้าสู่ราศีมังกร เมื่อปี 2535 เกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ , ปี 2505 สมัย จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เกิดการช่วงชิงอำนาจ เกิดกองทัพปลดแอกของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เกิดวันเสียงปืนแตกและมีการปราบปรามอย่างรุนแรง, ปี 2575 เกิดปฏิวัติสยาม และมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชเป็นระบอบประชาธิปไตย, ปี 2445 สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ไทยต้องเสียดินแดนฝั่งขวาของแม่น้ำโขง เป็นต้น
สำหรับ ปี 2564 มีดาวพฤหัสมากุมกับดาวเสาร์เกิดการถ่วงดุลอยู่ ดาวพฤหัสหมายถึงเสรีชน ดาวพระเสาร์หมายถึงกลุ่มอนุรักษ์นิยม ซึ่งฝ่ายเสรีชนพยายามสร้างความเปลี่ยนแปลง ขณะที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยมพยายามรักษาสิ่งเดิมไว้เพราะมองว่าเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นคือแต่ละฝ่ายก็พยายามเดินหน้าในแนวทางของตน ทำให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่งทางออกที่ดีสุดคือทั้ง 2 ฝ่ายต้องพยายามผสมกลมกลืนกันให้ได้
ต้องระวังเหตุการณ์รุนแรงจากอิทธิพลดาวอังคารกุมมฤตยู ตรงราศีเมษ ทำมุมฉากกับดาวเสาร์ และดาวพฤหัส คือ ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2563 – 26 กุมภาพันธ์ 2564 ตามด้วยช่วงที่ดาวอังคารจรอยู่ราษีตุลย์ ระหว่างวันที่ 21 ตุลาคม-4 ธันวาคม 2564 และช่วงที่อังคารอยู่ตรงราศีกรกฎ คือระหว่างวันที่ 17 กรกฎาคม-27 สิงหาคม 2564
ด้านเศรษฐกิจ พระราหูยังโคจรอยู่ในราศีพฤษภ ซึ่งเป็นเรือนชะตาที่ 2 ของดวงเมือง เรียกว่า “ราหูค้นทรัพย์” ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การคลัง การธนาคาร ปากท้องและความเป็นอยู่ของประชาชน หมายถึงจะค้นเอาทรัพย์ที่มีอยู่มาใช้จนร่อยหรอหมดไป ต้องกู้ยืมทั้งจากในประเทศและ
ต่างประเทศ ทำให้เป็นหนี้เป็นสินจำนวนมาก เช่น หนี้สาธารณะ หนี้เอกชน หนี้ครัวเรือน ทำให้ปัญหาเศรษฐกิจการเงินการคลังรุนแรงขึ้น ซึ่งราหูค้นทรัพย์จะอยู่ต่อเนื่องจนเข้าสู่ปี 2565 ดังนั้นในปี 2564-2565 ประชาชนต้องรอบคอบในการใช้จ่ายเงินและการดำเนินชีวิตเพื่อให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตไปได้
ปี 2564 จะเกิดอุปราคาขึ้น 4 ครั้ง อุปราคาครั้งแรก บ่งชี้สุขภาพของประเทศเสื่อมโทรม เกิดความเจ็บไข้และโรคระบาด เกิดอาชญากรรมร้ายแรง และความปั่นป่วนทางการเงิน การเกิดอุปราคาครั้งแรกต้องระวังอุบัติภัยที่เกิดจากดิน หรือธรณีพิบัติ เช่น แผ่นดินไหว แผ่นดินแยก แผ่นดินทรุด ดินถล่ม รวมถึงการเสียดินแดน โดยเหตุที่เกิดขึ้นจะมีความชัดเจนและยาวนาน
อุปราคาครั้งที่ 2 ส่งผลให้เศรษฐกิจ การเงินการคลัง และการธนาคารของประเทศเสียหาย เกิดความผันผวนทางการเงินและภาษี จะมีปัญหาด้านการค้า และอาจเกิดความล้มเหลวของธุรกิจรายใหญ่ เกิดฝนแล้งและส่งผลต่อดิน โดยเหตุจะเกิดอย่างฉับพลันรุนแรง หรืออยู่เป็นเวลานาน มีอิทธิพลเข้าครอบงำรัฐสภาและการเงินของชาติ นอกจากนั้นยังทำให้เกิดโรคระบาด และการสูญเสียบุคลสำคัญ
ส่วนอุปราคาครั้งที่ 3 และอุปราคาครั้งที่ 4 ต้องระวังภัยที่เกิดจากน้ำ เช่น อุทกภัย อุบัติเหตุทางทะเล เกิดปัญหาในกลุ่มอาชีพที่เกิดกับน้ำหรือของเหลว และเหตุเกิดเป็นเวลานานหรือส่งผลยาวนาน ทำให้เกิดภัยพิบัติใหญ่ แผ่นดินไหว จึงอาจเกิดแผ่นดินไหวใต้น้ำหรือสึนามิ เกิดความเจ็บไข้จากโรคระบาด อิทธิพลยังครอบงำไปถึงรัฐสภา และการเงินซึ่งทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง ชนชั้นกรรมาชีพเกิดความไม่พอใจ เกิดอาชญากรรมลึกลับซึ่งยากต่อการสืบสวน ให้เกิดปัญหายุ่งยาก ผู้ปกครองเกิดความคับอกคับใจ ต้องระวังจะมีเหตุคนตายจำนวนมาก พิจิกในจันทรุปราคา จะส่งผลให้บุคคลสำคัญถึงแก่มรณกรรม
รัฐสร้างหนี เล็งรีดภาษีอาน
ผู้นำไม่ปฏิวัติตัวเอง ระวังโดนปฏิวัติ
ดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์ถือกำเนิดเมื่อ วันอาทิตย์ ที่ 21 เมษายน 2325เวลา06.54น. ด้วยเกิดท่ามกลางภัยสงครามความแตกแยก บ้านเมืองถูกออกแบบมาให้อยู่รอดเสมอไม่ว่าจะเกิดความวุ่นวาย พบเจอเรื่องหนักสาหัสเพียงใด ทุกๆ ครั้งที่เกิดวิกฤตจะมีโอกาสเสมอมา ดังเช่นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกเผชิญความเดือดร้อนจากการระบาดของโรคอุบัติใหม่โรคโควิด19 ขอให้คนไทยช่วยกันพาเมืองฟันฝ่าวิกฤต
ฟองสนาน จามรจันทร์ แม่หมอสมัครเล่น เปิดเผยคำพยากรณ์ดวงเมืองปี 2564 ดำเนินไปด้วยความวุ่นวายเนื่องจากราหูค้นทรัพย์เป็นตัวตั้งหลักเริ่มมาตั้งแต่ปลายปี 2563 เกิดปรากฎการณ์สามนิ้วที่กำลังบีบเมือง สถาบัน รัฐธรรมนูญ และวิกฤตโควิด -19ฯลฯ อิทธิพลพระเสาร์จรจะแทรกเข้ามากระทบหลายฝ่ายทั้งรัฐบาล ฝ่ายค้าน และประชาชน
เจาะไปที่เกณฑ์ชะตาเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองที่คาดว่าจะเกิดในเมืองปี 2564พยากรณ์ว่าตลอดทั้งปีวงการการเมืองตลอดจนบุคคลสำคัญ จะมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ปฏิวัติต่อไป ด้วยอิทธิดาวการเมืองยังอยู่ภายใต้อิทธิพลของมฤตยูจร เจ้าของภัยอาเพศ ผลคือการปฏิวัติสิ่งเก่าสถาปนาสิ่งใหม่ ปฏิวัติใหญ่ทางการเมืองทั้งองคาพายพ ชนิดที่ใครรู้สึกอึดอัดต้องชิงปฏิวัติตัวเอง ไม่เช่นนั้นจะถูกปฏิวัติ หรือหากฝืนได้ก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างเจ็บปวด
ความพยายามปฏิวัติแบบย้อนยุค วิตถารกระทบใจประชาชนส่วนใหญ่จะกลับมาแรงอีกรอบระหว่างกลางเดือน กันยายน – สิ้นปี 2564 ดังเช่น ปี 2563 ที่ผ่านมา มีความพยายามปฏิวัติสยามย้อนยุคกลับไปปี 2475-การใช้ค้อนเคียวนำเสนอแนวทางคอมมิวนิสต์ที่เคยพ่ายแพ้ไป ปี 2563 ฯลฯ จะกลับมาแรงอีกครั้งเป็นรอบสุดท้ายสำหรับมฤตยูทับลัคนาเมืองรอบนี้
เกิดปรากฏการณ์ยำใหญ่รัฐธรรมนูญจะต่อเนื่องจากปลายปี 2563 และคาดว่าช่วงที่จะมีการทบทวนถกเถียงกันมาก หรือหมายถึงการทำประชามติระหว่างกลางเดือนมิถุนายน - ปลายเดือนตุลาคม 2564 สถานการณ์เรื่องรัฐธรรมนูญคาดว่าจะเริ่มนิ่งประมาณ 9 ธันวาคม 2564
เรื่องการเลือกตั้งตลอดปี 2564 จะเป็นระดับท้องถิ่นและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ต่อเนื่องจากปลายปี 2563 กระบวนการจะจบสิ้นประมาณ 9 ธันวาคม 2564 ส่วนจังหวะเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) คาดว่าจะเริ่มกระบวนการประมาณ 24 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นไป
ซีกรัฐบาลสภาวะยังมั่นคงโดยภาพรวม แต่แบกภาระหนักอึ้งหลังแอ่น เหนื่อยยากแสนสาหัส มีการเขย่าเพื่อเปลี่ยนแปลงหรือปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่ หรือไม่ก็อาจทบทวนนโยบายสำคัญ เป็นสถานการณ์ที่ผู้นำรัฐบาลอึดอัด ผะอืดผะอมกลืนไม่เข้า คายไม่ออก ลีลาการเดินของดาวเหมือนกับในอดีตที่เคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งการลาออกของทีมเศรษฐกิจรัฐบาลของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ - สี่กุมาร ที่กว่าจะได้คณะรัฐมนตรีใหม่มาแทนก็นานมาก
รัฐบาลมีภาระหนักต้องดูแลประชาชนดูแลหนี้ ทำงานหนักเพื่อผลักดันเศรษฐกิจและการทำมาหาได้ไปพร้อมๆ กับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้ชาติ ระวังด้านร้ายรัฐบาลก็สร้างปัญหาให้ประชาชนด้วยเช่นในอดีตเคยเริ่มเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นต้น
ทิ้งท้ายไม่ว่ารัฐบาลจะแบกภาระหนักขนาดไหน ใครมาเป็นรัฐบาลก็จะเอาชนะปัญหาอุปสรรคได้ มีขุมทองให้ขุดเพียงแต่จะหาพบหรือไม่เท่านั้น มีทั้งจากมิตรประเทศแหล่งพลังงานทรัพย์ในดินสินในน้ำ แถมมีโอกาสประสานมือกับประเทศเพื่อนบ้านพากันร่ำรวย การคมนาคมเริ่มทะลุเชื่อมต่อถึงกันหมดดังเช่น ในอดีตรัฐบาลพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณเคยเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า นัยหนึ่งเป็นปีทองที่รัฐบาลจะผลักดันไทยเป็นฮับด้านสุขภาพของภูมิภาค เพื่อเกิดโชคลาภของเมืองด้วย
สำหรับซีกพรรคฝ่ายค้านหรือฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลตลอดทั้งปีอยู่ในสภาวะชะตาตก หากคิดการใหญ่รอให้พ้นช่วงวันที่ 25 พฤษภาคม – 30 กันยายน 2564 และเมื่อดวงหยุดตกแล้วคิดทบทวนใหม่เสียดีกว่า
คำพยากรณ์เจาะไปที่ประเด็นเศรษฐกิจ มีเค้าลางบวกเริ่มปรากฏในดวงเมืองแทรกเข้ามา การต่อยอดด้านโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจไม่ว่าจะโครงการอีอีซี (ต่อยอดจากโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก) – สนามบินอู่ตะเภา (ต่อยอดจากสนามบินสมัยสงครามเวียดนาม) – สนามบนแห่งใหม่ - รถไฟรางคู่ - รถไฟความเร็วสูง – รถไฟฟ้า (ต่อยอดทำหลายสายหลายจังหวัด)-การฟื้นฟูคลองเช่นโอ่งอ่างฯลฯจะเกิดเค้าลางการเห็นผลอย่างมากในวาระต่อไป
แต่ต้องจับตาเรื่องฟืนไฟในเมืองจะแรงมาก พระเสาร์จรเดินอยู่ในราศีมังกรรอบที่แล้วเกิดเหตุเกี่ยวกับอุบัติเหตุฟืนไฟครั้งใหญ่ ระวังศัตรูใหญ่รบกันแล้วไทยจะเดือดร้อนพลอยฟ้าพลอยฝนเป็นหญ้าแพรกถูกเหยียบ ทำท่าจะมีเรื่องก่อตัวหลังจากผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐออกมา โดยนายโจ ไบเดนที่ชนะเลือกตั้งแล้วเปลี่ยนนโนบาย ต้องการกลับเข้ามามีบทบาทในเวทีโลกปะทะกับจีนอีกครั้ง คาดว่าไทยคงจะถูกบีบหน้าเขียวหน้าเหลืองจากสงครามเศรษฐกิจ หรือบางจังหวะอาจจะลามเป็นรบกันจริง หรือแม้จะทั่งขณะนี้เราก็เห็นการแทรกแซงจากต่างชาติผ่านองค์กรพัฒนาเอกชนต่างๆ หรือเอ็นจีโอที่กวนใจคนไทยอยู่
เปลี่ยนศัตรูเป็นมิตร
เตรียมเขย่าคณะรัฐมนตรี
เปิดคำพยากรณ์ “โหรวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ” หรือ “โหร คมช.” ระบุว่าสถานการณ์บ้านเมืองหลังเข้าสู่ปี 2564 จะค่อยๆ คลี่คลายไปตามลำดับ ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ไม่มีอะไรน่าห่วง โดยเฉพาะเรื่องเหตุบ้านการเมืองกลุ่มก้อนต่างๆ ตระหนักรู้ มีการใช้กฎหมายควบคุม ผู้ที่กระทำความผิด ย่อมได้รับโทษรับผิดไป เพราะทุกอย่างกระจ่างชัดแล้ว
คำพยากรณ์พุ่งเป้าไปที่สถานการณ์ทางการเมือง ปี 2564 ยังไม่มีผู้ใดสามารถโค่นผู้นำอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ยังคงเดินหน้าบริหารประเทศต่อไป ทำหน้าที่อยู่ครบเทอม ยังเห็นภาพว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังมีหน้าที่อีกสมัยในการเลือกตั้งรอบหน้าที่ยังมาไม่ถึง อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลานั้น พล.อ.ประยุทธ์ก็จะหมดหน้าที่ลงจากตำแหน่งไปเองส่วนภายในรัฐบาลอาจมีกระทบกระทั่งกันบ้างแต่ไม่รุนแรงเท่าปีที่ผ่านมา
โหรวารินทร์ เผยว่า พี่น้อง3ป. แห่งบูรพาพยัคฆ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ยังผนึกกำลังทำภารกิจเพื่อชาติอยู่เช่นเดิม อย่างไรก็ดี มีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) แต่ไม่ใช่การปรับใหญ่ เพียงเสริมทีมเศรษฐกิจเข้ามา 1 - 2 ตำแหน่ง รวมถึงกระทรวงอื่นๆ จะมีการปรับเปลี่ยนส่วนที่ทำงานแล้วไม่ได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ เป็นการปรับเพื่อให้ขับเคลื่อนชาติบ้านเมืองให้เดินหน้าต่อไป เฟ้นหาคนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาไม่ใช่ยึดแต่โควตา
มีเกณฑ์ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลบางกลุ่มที่มีความรู้ความสามารถจะอาสาเข้ามา ขั้วตรงข้ามจะต้องมาจับมือกันเมื่อถึงเวลาเพื่อประเทศชาติ ดังจะเห็นว่าเวลาบ้านเมืองเกิดปัญหา ผู้คนที่มีความรู้ความสามารถจะมารวมตัวกัน เพื่อข้ามผ่านปัญหาฝ่าวิกฤตด้านต่างๆ ให้คอยดูการรวมกันเดินคล้ายๆ รัฐบาลแห่งชาติ แต่ไม่ใช่รัฐบาลแห่งชาติ กลุ่มฝ่ายตรงข้ามอาสาเข้ามาแต่ไม่ใช่เข้ามาทั้งพรรค จะเข้ามาช่วยขจัดความขัดแย้งลงบ้าง
โหรวารินทร์ ฝากคำทำนายทิ้งทายถึงภัยธรรมชาติ ปี 2564 เป็นปีที่หนักหน่วงเกิดเหตุรุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบทุกภาคในเมืองไทย ตลอดจนเกิดภัยธรรมชาติเกิดขึ้นทั่วโลกน้ำท่วมแผ่นดินไหว ซึ่งในต่างประเทศจะหนักกว่าเมืองไทย ส่วนเรื่องเศรษฐกิจดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ที่ยังคงรุนแรงอยู่ทั่วทั้งโลก
สูญเสียครั้งใหญ่
แตกหัก ปะทะ รุนแรง
“อ.โจ้ - อาณณัฐ สรรคชา” อาจารย์โหราศาสตร์ไทย เปิดเผยคำพยากรณ์ดวงเมืองในปี 2564 ว่า “จะกิดความสูญเสีย พลัดพราก และความทุกข์ระทม ขึ้นกับประเทศไทย” สืบเนื่องมาจากอิทธิพลดาวเสาร์ย้ายเข้าราศีมังกรของดวงเมือง เป็นภพกัมมะ เล็งพระจันทร์ในภพพันธุ ความหมายของเสาร์เล็งพระจันทร์คือดาวคู่แห่งความพลัดพราก เสาร์เป็นดาวโทษทุกข์ เข้ามาราศีมังกร ได้ตำแหน่งเป็นเกษตร หมายถึงเจ้าของบ้าน แต่ดวงกำเนิดของดวงเมือง คือวันที่ 21 เม.ย.2325 ฤกษ์ตกฝาก 06.54 น. เป็นวันอาทิตย์ ขึ้น 10 ค่ำ เดือน 6 ปีขาล จันทร์เจ้าเรือน ราศีกรกฎ เล็งราศีมังกร ซึ่งพระจันทร์ หมายถึง ประชาชน ความเอื้ออาทร ครอบครัว ซึ่งครอบครัวในความหมายนี้ก็คือประเทศ
น่าจับตา คือ ดาวเสาร์ไม่ใช่ดาวที่จะเจอกับพระจันทร์ง่ายๆ และเมื่อเจอกันจะเกิดความพลัดพรากสูญเสีย พระจันทร์หมายถึงมารดา หรือบุคคลสำคัญ หมายความว่าปี 2564 ประเทศไทยมีเกณฑ์จะสูญเสียบุคคลสำคัญ
ปี 2564 ดวงประเทศอยู่ที่ 238 ปี 7 เดือนกว่า และจะครบ 239 ปีเต็มในวันพุธที่ 14 เม.ย. 2564 เวลา 3 นาฬิกา เปลี่ยนจุลศักราชจาก 1382 เป็นจุลศักราช 1383 ปีฉลู นางสงกรานต์มีนามว่านางรากษสเทวี ทรงพาหุรัด ทัดดอกบัวหลวง อาภรณ์แก้วโมรา ภักษาหารคือโลหิต พระหัตถ์ขวาทรงตรีศูล พระหัตถ์ซ้ายทรงธนูศร เสด็จบรรทมหลับมาเหนือหลังวรวาหะ (สุกร) เป็นพาหนะแปลว่า ผู้บริหารพร้อมรบ แต่ไม่ลืมตา หมายถึงไม่กระตือรือร้น อ่อนแอ และที่น่ากังวลคือกินเลือด
ลัคนาดวงเมืองอยู่ในราศีเมษเป็นธาตุไฟ กรุงรัตนโกสินทร์ครบ 238 ปี เมื่อปี 2563 ซึ่งดวงเมืองเข้าภพมรณะ และมฤตยูเข้ามาใกล้ระหว่างมรณะของดวงเมือง เมื่อดาวมฤตยูเข้ามาจึงเกิดความเดือดร้อนปั่นป่วนที่ผ่านมาจึงมีแต่เรื่อง ได้แค่ประคับประคอง ปี 2564 กรุงรัตนโกสินทร์ ครบ 239 ปี ก็ยังไม่ดีขึ้น เลยเดือน เม.ย. 2564พระอาทิตย์จะเข้าสถิตในดวงเมือง พระอาทิตย์เป็นมหาอุจจะเกิดเรื่องร้อนกับผู้นำประเทศ “เสาร์ถึงจันทร์จะพันร้าย” แปลว่า “ปัญหาจะยืดเยื้อ การออกกฎหมายล่าช้า”
เกณฑ์ชะตาสำคัญของบ้านการเมืองในปี 2564 ภาพรวมไม่สู้ดีเท่าใดนัก เริ่มร้อนแรงตั้งแต่ เม.ย. 2564 ผลพวงจากดาวพระอาทิตย์ทับลัคนา และกลางเดือน เม.ย. ดาวอังคารเดินเข้าราศีเมถุนทับมฤตยูเดิม เล็งดาวพฤหัสกับพระเสาร์ในราศีธนู ซึ่งอังคารกับเสาร์เป็นคู่แตกหัก สาเหตุเกิดจากถอยไม่เป็น มีความกังวลเรื่องการกระทบกระทั่งของมวลชน อังคาร หมายถึงคดีความ พฤหัสหมายถึงกฎหมาย จึงเกิดการฟ้องร้องกันระเบิดเถิดเทิง
พุธเป็นกาลากิณีจร พุธ หมายถึง สังคม การสื่อสาร มวลชน แปลว่ามีเกณฑ์เกิดเหตุรุนแรง เกิดความสูญเสีย ยืนยันว่าดวงเมืองประเทศไทยเป็นดวงที่ต้องมีกษัตริย์ ดาวเสาร์กับดาวพฤหัสกอดกันแน่น พฤหัสหมายถึงกฎหมาย พฤหัสเร่งเดินตามเสาร์ กุมกันในราศีธนู ซึ่งหมายถึงการปฏิรูป แปลว่า การพิจารณากฎหมายมีลักษณะถอยหลัง มีการชักเข้าชักออก จะใส่ของใหม่แต่ก็ยังจะเอาของเก่า พฤหัสเดินถอยหลังแต่เร่งเดิน แปลว่าถ้ารีบร้อนเกินไปการพิจารณากฎหมายอาจสะดุดหรือผิดพลาดได้
เรื่องของเศรษฐกิจดวงเมืองอยู่ในช่วงถดถอย ราหูย้ายเข้าราศีพฤษภ ตั้งแต่ ต.ค. 2563 เรียกว่าราหูค้นทรัพย์ ส่งผลให้การลงทุนในภาคธุรกิจต่างๆ ยังคงเดินไม่ได้ การเงินการคลังจะมีปัญหา กว่าจะย้ายออกต้องใช้เวลาอีกปีครึ่ง และเมื่อขึ้นจุลศักราชใหม่ พุธเป็นโลกาวินาศ พระเสาร์เป็นอุบาทว์ เสาร์ คือเกษตร ภาคอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน อสังหาริมทรัพย์ แปลว่ากิจการดังกล่าวจะมีปัญหา ขณะที่ เรื่องของโรคภัยไข้เจ็บอิทธิผลจากดาวมฤตยูที่เข้ามาหลายปีแล้ว ซึ่งจะย้ายออกในช่วงกลางปี 2566 แต่ก่อนจะย้ายออก จะทำการกวาดล้างเสียก่อน เดินวิปริตเดินถอยหลัง
รัฐบาล – ประชาชน” ขัดแย้ง
เศรษฐกิจพัง ยิ่งกว่าวิกฤตต้มยำกุ้ง
“อ.ทศพล วงศ์ทอง” หมอดูด้านโหราศาสตร์ไทย และโหราศาสตร์พม่า ที่พยากรณ์ดวงเมืองปี 2564 ว่า ผลพวงจากดาวอังคารจะโคจรทับลัคนาดวงเมือง และทับดาวพระอาทิตย์ ตั้งแต่ช่วง 27 ธ.ค. 2563 - 24 ก.พ. 2564 ส่งผลให้เกิดความขัดแย้ง เกิดการกระทบกระทั่งระหว่างรัฐบาลกับประชาชน รัฐบาลจึงต้องระมัดระวังในการให้ข่าว สถานการณ์การเมืองไทยยังประคับประคองไปได้ ปี 2564 ไม่มีเกณฑ์รุนแรงถึงขั้นนองเลือด
ดาวเสาร์และดาวพฤหัสอยู่ในราศีมังกร ส่งผลให้รัฐบาลทำการปฏิรูปกฎหมายและการบริหารงาน มีโอกาสที่จะปรับคณะรัฐมนตรี โดยดาวพฤหัสโคจรเข้าราศีมังกร ช่วงวันที่ 14 พ.ย. 2563 - 29 มี.ค. 2564 ดาวพฤหัสเป็นดาวแห่งผู้มีความรู้ แปลว่าจะมีคนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาแสดงความเห็นในการบริหารประเทศให้ดีขึ้น
เรื่องการเงินการคลัง ปี 2564 ราหูอยู่ราศีพฤษภ ทับอังคารซึ่งเป็นดาวประจำดวงเมือง ส่งผลกระทบด้านลบต่อการเงิน การคลัง เศรษฐกิจ การลงทุน และรายได้ของประชาชน ทว่า เรื่องอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศยังมีความมั่นคง ระหว่าง มี.ค. - พ.ค. 2564 การเงินการคลังจะดีขึ้น มีสภาพคล่อง การจับจ่ายใช้สอยของประชาชนก็ดีขึ้น
ขณะที่โหรชื่อดัง “โสรัจจะ นวลอยู่” เจ้าของฉายา “นอสตราดามุส เมืองไทย” เปิดเผยถึงดวงชะตาบ้านเมืองปี 2564 เอาไว้ความว่าสืบเนื่องอิทธิพลดวงดาวเคราะห์ใหญ่ๆ ดาวมฤตยู ดาวเสาร์ ดาวพฤหัส ดาวพระอาทิตย์ และดาวอังคาร เล็งกันในมุมหักศอก ทับดวงเมืองจะมีความชัดเจน จะทำให้เห็นถึงเหตุการณ์วิกฤตต่างๆ
เรียกว่าสร้างปัญหาลุกลามตลอดปี 2564 ทั้งปัญหาจากการเมือง สถานการณ์โรคระบาด โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ เป็นปีน่ากลัวมากยิ่งกว่าปี 2540 เมื่อครั้งประเทศประสบวิกฤตต้มยำกุ้งเข้าสู่ไอเอ็มเอฟ อีกทั้งเผชิญปัญหาจากประเทศที่เคยเป็นมหามิตร มีทีท่าแปรพักตร์ไม่เหมือนเดิม รุนแรงอาจถึงขั้นกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้เลยทีเดียว
สำหรับสถานการณ์การเมืองเป็นตัวนำทำให้ทุกเรื่องหนักหนาสาหัสอย่างรวดเร็ว แก้ไม่ทัน แก้ไม่ได้ หรือแก้ไม่ถูกทาง เข้ายุคอภิมหากลียุค เศรษฐกิจวิกฤตใหญ่รุนแรงกว่าวิกฤตปี 2540 การเมืองการแตกแยกทะเลาะกันอย่างไม่สิ้นสุด ไม่เคยมีมาก่อน จะมีการเปลี่ยนแปลงการเมืองครั้งใหญ่ อย่างไรก็ดี เรื่องวิกฤตเศรษฐกิจ และโรคอุบัติใหม่ การตั้งอยู่ในความไม่ประมาทผ่อนหนักเป็นเบาได้
ปีแห่งความทุกข์ทน
ภัยพิบัติ - โรคร้าย
ปิดท้ายด้วยคำพยากรณ์ นายชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง หรือ ซินแสเข่ง หมอดูเข็มทิศทองคำ ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย ได้วิเคราะห์ดวงเมือง 2564 เอาไว้ความว่า ดวงเมืองที่ถูกตั้งไว้เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2325 นานกว่า 239 ปีที่จะย่างสู่ปีที่ 240 จะต้องระวังภัยพิบัติของปีแห่งโรคร้ายอย่างต่อเนื่อง
ตลอดจนการก่อความวุ่นวายของกลุ่มต่างๆ ที่ไม่หวังดีต่อบ้านเมืองจะแตกหักมากขึ้น แต่ดวงเมืองประเทศไทยปักหลักฝังลึกไว้ด้วยฤกษ์ยามมหาอุตที่ทำให้ดวงเมืองแข็งแกร่ง ยากที่จะมาใช้วิชาคาถาอาคมมาถอน หรือทำลาย แม้นกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีก่อความไม่สงบก็ไม่สามารถถอนดวงเมืองประเทศไทยได้
“ขอวิเคราะห์เพิ่มเติมในศาสตร์แห่งคำทำนายดวงเมือง ดวงผู้นำ ดวงผู้ก่อการ ผู้กระทำการและผู้ร่วมขบวนการโจมตีให้ร้ายป้ายสีสถาบันฯ เพราะในยามที่มีคนดวงตกหวังคิดขบถทำได้ทุกอย่างเพื่อต้องการชัยชนะ แต่เชื่อว่าเป็นเพียงช่วงวาระหนึ่งเท่านั้นที่เป็นเหตุทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย จากการกระทำของบุคคลที่ขาดความยั้งคิด เพียงต้องการอำนาจ หรือถูกว่าจ้างให้ก่อเหตุจลาจล แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชาติบ้านเมืองให้เป็นอื่นได้ เพราะดวงเมืองกับดวงกษัตริย์ที่ค้ำจุนไม่สามารถทำลายดวงเมือง และดวงพระมหากษัตริย์ชาติไทยได้ จะมีแต่ความสูญเสียของคนที่ไม่อาจจะเรียกคืนได้”
ซินแสเข่ง เผยคำพยากรณ์ถึงภาพความวุ่นวายในเมืองไทยรอบปีที่ที่ผ่านมา โดยเฉพาะประเด็นละเอียดอ่อนที่มีการเรียกร้องเกี่ยวกับสถาบันของม็อบคณะราษฎร อาจเพียงส่งผลให้บ้านเมืองวุ่นวายสับสนวุ่นวายทำให้มีแต่ความบอบช้ำ แต่เชื่อว่าไม่อาจล้มดวงสถาบันกษัตริย์ชาติไทยได้
บทสรุปของปี 2564 แม้จะเป็นปีแห่งความทุกข์ แต่การรู้จักปรับจะทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงสู่ยุคใหม่ในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน
แต่ท้ายที่สุด คงต้องฟังหูไว้หูและจับตาดูไปพร้อมๆ กันว่า ปี 2564 จะมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นตามที่โหราจารย์ทำนายเอาไว้บ้าง!?


