xs
xsm
sm
md
lg

ปลดล็อกท่องเที่ยว...เปิดรับทุกชาติ-กักตัว14วัน-บุคลากรแพทย์ติดเชื้อ4ราย

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ผู้จัดการรายวัน360- ศบค.เผยพบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 19 รายติดเชื้อในประเทศ กทม.4 รายทั้งหมดเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ตรวจพบในสถานกักกันที่รัฐจัดให้ 14 ราย มาจาก 8 ประเทศ ลักลอบเข้าไทยจากพม่า 1 ราย ผู้ป่วยรักษาหายเพิ่ม 5 ราย เหลือกำลังรักษาในโรงพยาบาล 192 ราย "อนุทิน"หนุนผู้ประกอบการเอกชน ฟ้อง 20 ล้าน คนพาโควิดเข้าประเทศ ลั่นต้องทำให้หลาบจำ นายกฯยัน ไม่ใช่ซูเปอร์สเปรดเดอร์ สธ.สั่งเปิดศูนย์ปฏิบัติการทุกจังหวัดยกระดับป้องกันโรคระบาด ส่ง อสม. เคาะประตูบ้านคัดกรองกลุ่มเสี่ยง ขณะที่ ครม.คลายล็อคนักท่องเที่ยวต่างชาติเปิดรับทุกสัญชาติ ไม่จำกัดประเทศกลุ่มเสี่ยงต่ำ แต่ต้องกักตัว 14 วัน กระตุ้นท่องเที่ยว

วานนี้ (8 ธ.ค.) ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศ ว่า พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 19 ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และพบในสถานกักกันที่รัฐจัดให้ ทุกรายเข้าสถานกักกันที่รัฐจัดให้ ประกอบด้วย พม่า 6 ราย, ตุรกี 1 ราย, บัลแกเรีย 1 ราย, โมร็อกโก 1 ราย, สหรัฐอเมริกา 2 ราย, สหราชอาณาจักร 1 ราย, เดนมาร์ก 1 ราย และบาห์เรน 1 ราย เป็นผู้เดินทางจากต่างประเทศ ไม่เข้าสถานกักกันที่รัฐจัดให้ จากพม่า 1 ราย และเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ กทม. 4 ราย มีผู้ป่วยรักษาหายเพิ่ม 6 ราย

นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนงาน กรมควบคุมโรค สธ. กล่าวถึงกรณีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อภายในประเทศ 4 คน ว่า ทั้งหมดเป็นเจ้าหน้าที่พยาบาล ทำหน้าที่ในสถานกักตัว และปฏิบัติงานในโรงพยาบาลเอกชน เป็นเพื่อนกับพยาบาลวัย 26 ปี ที่เป็นผู้ป่วยติดเชื้อก่อนหน้านี้ โดยผู้ติดเชื้อในประเทศรายล่าสุด 4 คน เริ่มมีอาการป่วยเมื่อวันที่ 29 พ.ย. , 4 ธ.ค. และ 5 ธ.ค.63 ตามลำดับ

หนุนเอกชนฟ้องคนพาโควิดเข้าปท.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ใครพูดมีการกระบาด ขอให้ฟังกรมควบคุมโรค ยืนยันยังไม่มีการระบาด มีเพียงผู้ติดเชื้อ ที่นำเชื้อเข้ามาจากนอกประเทศ และผู้ที่พบว่ามีการติดเชื้อก็ล้วนแต่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ที่นำเชื้อเข้ามา ไม่ได้เป็นการระบาดแบบแพร่กระจายจนไม่สามารถควบคุมได้ ส่วนจะมีมาตรการลงโทษอย่างไรนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า มีพ.ร.บ.คนเข้าเมืองอยู่แล้ว รวมไปถึงพ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร และ พ.ร.บ. โรคติดต่อแห่งชาติ

เมื่อถามถึงกรณีที่หลายฝ่ายกังวลว่า จะมีคนไทยเดินทางกลับจากสาธารณรัฐประชาชนลาว ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับที่ท่าขี้เหล็ก นายอนุทิน กล่าวว่า จะโทษฝ่ายความมั่นคงไม่ได้ ใครจะเข้าประเทศก็ต้องเข้าอย่างถูกวิธี ไทยพรมแดนยาวเป็น 1,000 กม. ถ้าหากจะให้ตรึงกำลังทั้งหมด คงไม่ใช่ เป็นคนไทยเข้าประเทศไทยได้อยู่แล้ว แต่อย่าทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะติดเชื้อหรือไม่ติดเชื้อ

ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้ประกอบธุรกิจในพื้นที่ จ.เชียงราย เตรียมฟ้องร้อง ค่าเสียหาย 20 ล้านบาทกับผู้ที่นำโควิด -19 เข้าประเทศ นายอนุทิน กล่าวว่า ฟ้องเลย ควรจะฟ้อง แต่รัฐบาลจะไม่ทำ ถือเป็นสิทธิตามกฎหมายของแต่ละคน คนที่ทำผิดกฎหมาย ทำความเดือดร้อน ไม่รับผิดชอบ ถ้ามีใครสามารถดำเนินการตามกฎหมายได้ ก็ทำได้อยู่แล้ว ส่วนรัฐบาลก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นเดียวกัน ไม่เช่นนั้นก็จะไม่หลาบจำ




"บิ๊กตู่"ยันไม่ใช่ซูเปอร์สเปรดเดอร์

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวว่า ถ้าระบาดระลอก 2 ขึ้นมาเราจะทำอย่างไร ซึ่งก็ต้องเตรียมความพร้อมของเรา ถ้ามันถึงขั้นนั้น ก็ต้องชัตดาวน์กัน ผมไม่อยากให้มันถึงจุดนั้น ทุกคนก็ต้องช่วยกัน และอยากจะพูดให้สังคมเข้าใจว่า วันนี้ไม่ใช่การแพร่ระบาดระลอกที่ 2 หรือที่จะเป็นซูเปอร์สเปรดเดอร์ แต่เป็นเรื่องที่คนกกลุ่มหนึ่งเข้ามา ซึ่งก็ตามทุกประเด็นเกี่ยวข้องกับใครบ้าง ใช้มาตรการทางสาธารณสุข ขณะนี้รอผลตรวจสอบอยู่ อย่าเพิ่งไปตื่นตระหนกกันมากนัก เพราะจะทำให้ทุกอย่างกลับไปเลวร้ายกว่าเดิม

"ตนได้ให้ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศบค. ชี้แจงทุกวันถึงความก้าวหน้า และวันนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ก็ได้เดินทางไปภาคเหนือ เพื่อดูและติดตาม ทำความเข้าใจ ไม่ให้ธุรกิจการท่องเที่ยวแย่ลงกว่าเดิม"

วันนี้ ขอย้ำเตือนบุคคลที่ลักลอบ ให้การช่วยเหลือคนเข้าเมืองตามช่องทางธรรมชาติมีความผิดทุกท่าน เราต้องจับกุมดำเนินคดี ดีที่สุดทุกคนต้องรู้ตัวเองว่าทำอะไรอยู่ ไปทำงานอะไร จะต้องรับผิดชอบต่อสังคมด้วย ต้องมีจิตสำนึกเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัวให้มาก เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดจะได้ไม่เกิดขึ้นอีก

สธ.สั่งเปิดศูนย์ปฏิบัติการฯทุกจว.คุมโควิด

เฟซบุ๊กแฟนเพจ “ศูนย์ข้อมูล COVID-19” รายงานข้อมูลเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. กรณีนายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โรคโควิด-19 มีแนวโน้มการระบาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน ดังนั้น ไทยเราต้องเตรียมความพร้อมรับมือ ซึ่งขณะนี้พบผู้ป่วยที่ลักลอบข้ามพรมแดนธรรมชาติมาจาก จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา แต่สามารถนำเข้ารับการกักตัว ดูแลรักษา ติดตามผู้สัมผัสได้ครบ พร้อมกำชับให้เข้มข้นมาตรการป้องกันควบคุมโรคพื้นที่ชายแดนรวมทั้งให้กรมควบคุมโรควิเคราะห์รูปแบบความเสี่ยงอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อป้องกันโอกาสการนำเชื้อเข้าประเทศ จึงสั่งการให้ทุกจังหวัดเปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคโควิด-19 พร้อมปฎิบัติตามข้อสั่งการ ดังนี้

1.ติดตามและประเมินสถานการณ์ภายในจังหวัด

2.เตรียมความพร้อมโรงพยาบาล เวชภัณฑ์ ห้องปฏิบัติการ และบุคลากรด้านการรักษาพยาบาล

3.เฝ้าระวังผู้ป่วยโรคปอดบวมและผู้ป่วยในคลินิกโรคทางเดินหายใจ (ARI) ตามเกณฑ์ของกองระบาดวิทยาอย่างเคร่งครัด

4.ส่ง อสม.เคาะประตูบ้านแจ้งข่าวประชาชนและคัดกรองกลุ่มเสี่ยง สื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องไปยังประชาชนพร้อมขอความร่วมมือ

5.เปิดสายด่วน (Call Center)ให้กลุ่มเสี่ยงรายงานตัว

6.แนะนำมาตรการต่างๆ ต่อประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด รวมทั้งกำกับให้สถานประกอบการในพื้นที่ โดยเฉพาะสถานบันเทิง ต้องให้ความรู้และให้กำลังใจ เพื่อให้ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมป้องกันโรคได้ตามมาตรฐาน พร้อมทั้ง ได้สำรองเวชภัณฑ์ เช่น หน้ากากอนามัย ชุด PPE ยา ฯลฯ ไว้สนับสนุนพื้นที่ หากสำรวจแล้วมีไม่เพียงพอ ให้ประสานขอรับการสนับสนุนที่กองสาธารณสุขฉุกเฉิน ตลอด 24 ชั่วโมง




รับทุกชาติ! ครม.คลายล็อคนทท.ต่างชาติเข้าไทย ย้ำเงื่อนไขกักตัว 14 วัน

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ตามที่รัฐบาลได้มีมาตรการผ่อนปรนให้ชาวต่างชาติเข้ามาพำนักในประเทศไทย ผ่านมาตรการนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourist Visa (STV) ที่ต้องการมาพำนักระยะยาว (Long Stay) และนักท่องเที่ยวและลูกเรือที่เดินทางเข้าไทยโดยเรือสำราญและกีฬา หรือ เรือยอร์ช โดยมีเงื่อนไขคือ ต้องเป็นนักท่องเที่ยวมาจากประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ ตามการจัดกลุ่มประเทศด้านการแพทย์และสาธารณสุขสำหรับการผ่อนคลายผู้ไม่มีสัญชาติไทย ซึ่งเงื่อนไขดังกล่าว ส่งผลให้นักท่องเที่ยวที่จะเดินเข้าประเทศไทยน้อยกว่าเป้าหมายที่กำหนด คือ มีเพียง 825 คน จาก 29 สัญชาติ และมีเรือยอร์ช เข้าไทย จำนวน 6 ลำเท่านั้น

ทั้งนี้ ครม.จึงมีมติเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกอยู่ในราชอาณาจักรเป็นกรณีพิเศษ (ฉบับที่ ..) รวม 2 ฉบับ ซึ่งทั้ง 2 ฉบับ เป็นการยกเลือกเงื่อนไขกรณีการเดินทางมาพำนักระยะยาว สำหรับบุคคลต่างด้าวที่เป็นนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ (STV) และการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวโดยเรือเรือยอร์ช โดยไม่จำกัดประเทศ รวมถึงขยายระยะเวลาขอรับการตรวจลงตราประเภทนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ (STV) ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมืองให้แก่คนต่างด้าวที่มากับเรือยอร์ช ออกไปอีก 30 วัน นับจากวันที่ประกาศฉบับนี้บังคับใช้ อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวทั้งสองกลุ่มต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการขอวีซ่าของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด อาทิ การแจ้งที่พำนักในประเทศไทยให้ชัดเจน และต้องยินยอมที่จะกักตัวเป็นเวลา 14 วัน


กำลังโหลดความคิดเห็น...