xs
xsm
sm
md
lg

โพลให้"ม็อบ"หยุดได้แล้ว หนุน"บิ๊กตู่"อยู่ทำงานต่อ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ซูเปอร์โพลระบุ ความเห็นประชาชน 98% อยากให้ม็อบหยุดได้แล้ว รู้สึกเบื่อหน่าย อยากให้ "บิ๊กตู่" เดินหน้าทำงานต่อ ยังไม่มีใครเหมาะสมที่จะมาแทน และอยากให้ทำเรื่องการปฏิรูปการศึกษา เป็นอันดับแรก

ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผอ.รสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง"ราษฎร จะไปต่อ ทางออกประเทศไทย"กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 2,108 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 1–5ธ.ค.ที่ผ่านมา

ความเห็นของราษฎร เรื่องการหยุดม็อบคุกคาม หยุดเบียดเบียน หยุดสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น ที่ต้องการเดินทางสัญจรไปมา พบว่า ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 98.2 ระบุ หยุดได้แล้ว ในขณะที่เพียงร้อยละ 1.8 ให้ทำต่อไป อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงความรู้สึกเบื่อหน่ายของราษฎร ผลสำรวจพบว่า ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 98.6 รู้สึกเบื่อหน่าย บรรดารัฐมนตรีที่เอาแต่เปิดงาน นิทรรศการ วันเปิดคือวันปิด เสียดายงบฯ ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ ควรทำอะไรที่เป็นโครงการที่เด็กและเยาวชนและประชาชนจับต้องได้จะดีกว่า

ที่น่าพิจารณา ความต้องการของราษฎร เรื่องที่เป็นประโยชน์เรื่องแรก คือ นายกรัฐมนตรีควรเป็นผู้ถือธงนำปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบของประเทศ พบว่า ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 91.8 ระบุ ต้องการให้ นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ถือธงนำปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบของประเทศ ในขณะที่เพียงร้อยละ 8.2 ไม่ต้องการ

ที่น่าเป็นห่วง คือ ความเห็นของราษฎร ต่ออุปสรรคของการศึกษา พบว่าส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 97.5 ระบุ ตัวเด็ก นักเรียน นักศึกษาเอง คือ อุปสรรค รองลงมา ร้อยละ 96.7 ระบุ คุณภาพชีวิตของครู อาจารย์ ภาระหนี้สิน ค่าตอบแทนที่ไม่ดีพอ ร้อยละ 96.5 ระบุ การเรียนการสอน หลักสูตร ร้อยละ 96.4 ระบุ รัฐบาลและนโยบายด้านการศึกษา ร้อยละ 96.1 ระบุ ความไม่พร้อมของแต่ละโรงเรียน และสถานศึกษาแต่ละแห่ง ร้อยละ 96.0 ระบุ พ่อแม่ผู้ปกครอง คือ อุปสรรค ร้อยละ 94.2 ระบุ ตัวครู อาจารย์ ไม่มีความรู้ความสามารถพอ คุณภาพไม่ดีพอ ร้อยละ 93.8 ระบุ ม็อบและการยุยงปั่นกระแส สร้างทัศนคติและพฤติกรรมของเด็กเยาวชนเป็นอุปสรรค ในขณะที่เพียงร้อยละ 28.9 เท่านั้น ที่ระบุ การแต่งกาย เครื่องแบบนักเรียน นักศึกษา เป็นอุปสรรคของการศึกษามากถึงมากที่สุด

นอกจากนี้ ผลสำรวจของซูเปอร์โพล เรื่อง ราษฎร พอใจ ลุงตู่ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวน 1,191 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 2-4 ธ.ค.ที่ผ่านมา พบว่า เรื่องราวต่างๆ ที่กลุ่มราษฎร พอใจให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้นำต่อไป หลังศาลรธน. ตัดสินกรณีบ้านพักทหาร พบว่า ส่วนใหญ่ หรือ ร้อยละ 86.4 ระบุ เรื่องการศึกษาของเด็กและเยาวชน กองทุนเสมอภาคการศึกษา รองลงมาคือ ร้อยละ 85.2 ระบุ เรื่อง มลพิษและสิ่งแวดล้อม การพัฒนาคูคลองให้สะอาด เป็นแหล่งท่องเที่ยว สร้างรายได้ชุมชน ร้อยละ 84.6 ระบุเรื่อง การค้ามนุษย์ ร้อยละ 83.5 ระบุ เรื่องยาเสพติด ร้อยละ 83.4 ระบุเรื่องเศรษฐกิจของประเทศ ร้อยละ 83.3 ระบุเรื่องภัยพิบัติต่างๆ ร้อยละ 83.2 ระบุเรื่อง ปากท้อง เศรษฐกิจ ฐานราก ร้อยละ 82.1ระบุเรื่อง อาชญากรรม ความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของ ราษฎร ร้อยละ78.6 ระบุเรื่อง ตอบสนองความต้องการกลุ่มย่อยๆ ใน ม็อบเช่นสิทธิของกลุ่ม LGBTQเด็ก สตรี และคนกลุ่มน้อยต่างๆและร้อยละ 76.4 ระบุ เรื่องโควิดระบาดรอบใหม่ ตามลำดับ

ที่น่าสนใจ คือเมื่อถามความเห็นของ กลุ่มราษฎร ต่อนักการเมืองที่บริสุทธิ์ เหมาะสมกับตำแหน่งนายกฯ แทนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในสถานการณ์บ้านเมืองแบบนี้ พบว่าส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 80.1 ระบุ ไม่มี ในขณะที่ ร้อยละ19.9 ระบุว่ามี เช่น คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นต้น