"ศักดิ์สยาม" เปิดสถานีบางซื่อต้อนรับ นายกฯ-ครม. ร่วมขบวนทดสอบรถไฟสีแดง เช็กความพร้อม ก่อนให้ประชาชนร่วมทดลอง มี.ค.64 ยันเปิดใช้จริง พ.ย.64 ส่วนปมค่างานเพิ่ม (VO) กว่าหมื่นล้าน ไม่กระทบ ขณะที่เซ็น"เยอรมนี" จับมือพัฒนาระบบรถไฟ
วานนี้ (3 ธ.ค.) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เป็นประธานพิธีลงนามความตกลงว่าด้วยการต่ออายุแถลงการณ์ร่วมแสดงเจตจำนงว่าด้วยการพัฒนาความร่วมมือด้านรถไฟ (Joint Declaration of Intent: JDI) ระหว่างกระทรวงคมนาคมแห่งราชอาณาจักรไทย และกระทรวงคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี โดยมี นายเกออร์ก ชมิดท์ (Georg Schmidt) เอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย เข้าร่วม ซึ่งเป็นการต่ออายุความร่วมมือเดิม โดยจะเป็นการต่อยอดความรู้เทคโนโลยี ระบบรถไฟฟ้า ,การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ด้านมลภาวะ เป็นต้น
“ประเทศไทยได้ตั้งสถาบันวิจัยทางราง ซึ่งจะสามารถทำงานร่วมกันต่อไป ซึ่งจะรวมกับอีกหลายๆ ประเทศ ที่มีเทคโนโลยีด้านระบบรางที่ทันสมัย ซึ่งไทยมีเป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางด้านระบบรางในภูมิภาคอาเซียน ทั้งด้าน ระบบซ่อมบำรุง การก่อสร้าง” นายศักดิ์สยาม ระบุ
นายศักดิ์สยาม ยังได้เปิดเผยถึงกำหนดการตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อ และรถไฟสายสีแดง ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 15 ธ.ค.63 ด้วยว่า คณะของนายกฯจะเดินทางมายังสถานีกลางบางซื่อ เวลาประมาณ 14.00 น. หลังจากตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าต่างๆแล้วจะร่วมทดสอบการเดินรถไฟสายสีแดง จากสถานีบางซื่อ- สถานีดอนเมือง ใช้เวลาประมาณ 10 นาที เพื่อให้เห็นภาพรวมของความก้าวหน้าทั้งหมด ทั้งนี้ รถไฟสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต และบางซื่อ-ตลิ่งชัน มีกำหนดทดสอบการเดินรถเสมือนจริงในเดือน มี.ค.64 โดยใช้เวลาประมาณ 3 เดือน โดยเป็นการวิ่งทดสอบแบบยังไม่เปิดให้บริการทั่วไป จากนั้นในเดือน ก.ค.64 จะเป็นการทดลองเดินรถเสมือนจริง แบบกำหนดตารางเวลาเดินรถใช้เวลาอีก 3 เดือน และเปิดให้บริการเก็บค่าโดยสารในเดือน พ.ย.64
ส่วนการเปิดให้บริการสถานีกลางบางซื่อนั้น นายศักดิ์สยาม เปิดเผยว่า ล่าสุดงานโยธา มีความก้าวหน้าไปกว่า 99.8% โดย รฟท.จะเตรียมระบบการให้บริการต่างๆให้เรียบร้อยภายในเดือน มี.ค.64 ส่วนกรณีกรณีที่มีค่าก่อสร้างงานโยธาเพิ่มเติม หรือ Variation Order (VO) ซึ่งเกินกรอบวงเงินงบประมาณประมาณ 10,345 ล้านบาทนั้น จะไม่กระทบต่อการเปิดเดินรถสายสีแดงอย่างแน่นอน
วานนี้ (3 ธ.ค.) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เป็นประธานพิธีลงนามความตกลงว่าด้วยการต่ออายุแถลงการณ์ร่วมแสดงเจตจำนงว่าด้วยการพัฒนาความร่วมมือด้านรถไฟ (Joint Declaration of Intent: JDI) ระหว่างกระทรวงคมนาคมแห่งราชอาณาจักรไทย และกระทรวงคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี โดยมี นายเกออร์ก ชมิดท์ (Georg Schmidt) เอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย เข้าร่วม ซึ่งเป็นการต่ออายุความร่วมมือเดิม โดยจะเป็นการต่อยอดความรู้เทคโนโลยี ระบบรถไฟฟ้า ,การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ด้านมลภาวะ เป็นต้น
“ประเทศไทยได้ตั้งสถาบันวิจัยทางราง ซึ่งจะสามารถทำงานร่วมกันต่อไป ซึ่งจะรวมกับอีกหลายๆ ประเทศ ที่มีเทคโนโลยีด้านระบบรางที่ทันสมัย ซึ่งไทยมีเป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางด้านระบบรางในภูมิภาคอาเซียน ทั้งด้าน ระบบซ่อมบำรุง การก่อสร้าง” นายศักดิ์สยาม ระบุ
นายศักดิ์สยาม ยังได้เปิดเผยถึงกำหนดการตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อ และรถไฟสายสีแดง ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 15 ธ.ค.63 ด้วยว่า คณะของนายกฯจะเดินทางมายังสถานีกลางบางซื่อ เวลาประมาณ 14.00 น. หลังจากตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าต่างๆแล้วจะร่วมทดสอบการเดินรถไฟสายสีแดง จากสถานีบางซื่อ- สถานีดอนเมือง ใช้เวลาประมาณ 10 นาที เพื่อให้เห็นภาพรวมของความก้าวหน้าทั้งหมด ทั้งนี้ รถไฟสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต และบางซื่อ-ตลิ่งชัน มีกำหนดทดสอบการเดินรถเสมือนจริงในเดือน มี.ค.64 โดยใช้เวลาประมาณ 3 เดือน โดยเป็นการวิ่งทดสอบแบบยังไม่เปิดให้บริการทั่วไป จากนั้นในเดือน ก.ค.64 จะเป็นการทดลองเดินรถเสมือนจริง แบบกำหนดตารางเวลาเดินรถใช้เวลาอีก 3 เดือน และเปิดให้บริการเก็บค่าโดยสารในเดือน พ.ย.64
ส่วนการเปิดให้บริการสถานีกลางบางซื่อนั้น นายศักดิ์สยาม เปิดเผยว่า ล่าสุดงานโยธา มีความก้าวหน้าไปกว่า 99.8% โดย รฟท.จะเตรียมระบบการให้บริการต่างๆให้เรียบร้อยภายในเดือน มี.ค.64 ส่วนกรณีกรณีที่มีค่าก่อสร้างงานโยธาเพิ่มเติม หรือ Variation Order (VO) ซึ่งเกินกรอบวงเงินงบประมาณประมาณ 10,345 ล้านบาทนั้น จะไม่กระทบต่อการเปิดเดินรถสายสีแดงอย่างแน่นอน


