xs
xsm
sm
md
lg

ยัน“กรุงไทย”เป็นหน่วยงานรัฐ เก็บตก“คนละครึ่ง”2.3ล้านราย

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ผู้จัดการรายวัน360–“อาคม”เตรียมเสนอ ครม. ย้ำสถานะแบงก์ “กรุงไทย” เป็นหน่วยงานรัฐ ส่วนสวัสดิการพนักงานต้องดูอีกที พร้อมชงตั้งคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณโครงการขนาดใหญ่ หวังให้การเบิกจ่ายเป็นไปตามเป้าหมาย ตั้งเป้าเบิกจ่ายงบปี 64 รัฐวิสาหกิจต้องเต็ม 100% หน่วยงานรัฐ 95% สั่งกรมธนารักษ์ประเมินราคาที่ดินใหม่ในทำเลที่ได้ประโยชน์จากโครงการรัฐ เผยยอดใช้จ่าย “คนละครึ่ง” ทะลุ 1 หมื่นล้านแล้ว เปิดลงทะเบียนเก็บตก 2.3 ล้านราย วันที่ 11 พ.ย.นี้

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เปิดเผยถึงประเด็นที่กฤษฎีกาตีความให้ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) พ้นสภาพจากการเป็นรัฐวิสาหกิจ ว่า คลังเตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาสถานะของธนาคารกรุงไทย ซึ่งเป็นไปตามพ.ร.บ.งบประมาณ เนื่องจากธนาคารกรุงไทยไม่ได้รับการจัดสรรจากงบประมาณแผ่นดิน จึงต้องให้ชัดเจน แม้จะไม่ได้เป็นรัฐวิสาหกิจแล้ว แต่ยังอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นับเป็นหน่วยงานของรัฐ เนื่องจากมีการถือหุ้นโดยกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ ธปท. จึงต้องเสนอให้กรุงไทยมีหน้าที่เป็นหน่วยงานของรัฐเหมือนเดิม

“แม้ว่ากรุงไทยจะเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ แต่ยังสามารถดำเนินการตามนโยบายและโครงการของรัฐได้เหมือนเดิม ทั้งโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการคนละครึ่ง โครงการเราเที่ยวด้วยกัน และโครงการช้อปดีมีคืน รวมถึงการเปิดบัญชีของหน่วยงานรัฐที่เชื่อมโยงกับกรมบัญชีกลางก็ยังดำเนินการได้เหมือนเดิมต่อไป”นายอาคม กล่าว

สำหรับสวัสดิการพนักงานกรุงไทย เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงสถานะจากรัฐวิสาหกิจมาเป็นหน่วยงานของรัฐ ก็ต้องไปพิจารณาก่อนว่ามีรายละเอียดเปลี่ยนแปลงในประเด็นอะไรบ้าง ซึ่งต้องลงไปดูในรายละเอียดเป็นขั้นตอนต่อไป

นายอาคมกล่าวว่า กระทรวงการคลังยังได้เตรียมเสนอ ครม. พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณโครงการขนาดใหญ่ เพื่อให้การเบิกจ่ายเป็นไปตามเป้าหมายวางไว้ รวมถึงเสนอให้แก้ไข พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยให้นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ให้ระบบจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณเป็นไปด้วยความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายการเบิกจ่ายงบประมาณในปี 2564 ในส่วนของรัฐวิสาหกิจที่ใช้เงินงบประมาณภาครัฐในระดับ 100% ส่วนหน่วยงานราชการต้องเบิกจ่ายไม่น้อยกว่า 95% ถือว่าไม่มากเกินไป แม้งบประมาณในปีนี้ประกาศใช้ล่าช้าปกติประมาณ 15 วัน โดยค่าเฉลี่ยการเบิกจ่ายในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา สามารถเบิกจ่ายงบประมาณไม่ต่ำกว่าปีละ 92% แม้ในปีงบ 2563 งบประมาณเริ่มบังคับใช้ล่าช้ามาก แต่ยังสามารถเบิกจ่ายใกล้เคียง 92%

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2564 รัฐบาลตั้งงบประมาณรายจ่ายไว้ 3.285 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นงบลงทุน 6.48 แสนล้านบาทและงบรายจ่ายประจำ 2.636 ล้านล้านบาท

นายอาคมกล่าวว่า ได้มอบหมายให้กรมธนารักษ์ประสานกับกรมที่ดิน ในการประเมินราคาที่ดินเพื่อให้ราคาประเมินที่ดิน เป็นราคาที่ใกล้เคียงกับราคาตลาด โดยเฉพาะในทำเลที่รัฐบาลได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นโครงการรถไฟฟ้า หรือมอเตอร์เวย์ หรือในทำเลที่มีการสร้างศูนย์การค้า ซึ่งทำให้ราคาที่ดินในบริเวณนั้นปรับสูงขึ้น ก็ขอให้กรมธนารักษ์ไปพิจารณาปรับราคาประเมินให้ใกล้เคียงกับราคาตลาดด้วย รวมทั้งให้ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานในช่วงที่ยังไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามา เช่น ท่าเรือบนแผ่นดิน และท่าเรือที่อยู่ตามเกาะ เช่น ท่าเรือที่เกาะพีพี และให้นำที่ดินราชพัสดุมาพัฒนาในเชิงพาณิชย์และเชิงสังคม โดยเฉพาะในเชิงสังคมที่ขณะนี้มีโครงการร่วมกับโรงพยาบาลรามาธิบดีในการพัฒนาที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ

นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวหลังเปิดจองโครงการซีเนียร์ คอมแพล็กซ์ หรือที่พักอาศัยผู้สูงอายุรามาฯ-ธนารักษ์ ที่กรมฯ ได้ร่วมกันดำเนินการกับโรงพยาบาลรามาธิบดี ว่า คาดยอดจองวันแรก (9 พ.ย.) จะเกิน 200 คนแน่นอน หลังจากเปิดจองไปแค่ 2 ชั่วโมง มีผู้จองบ้านผู้สูงอายุในโครงการแล้ว 160 ราย

นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการคนละครึ่ง ว่า ณ วันที่ 9 พ.ย.2563 มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 5.57 แสนร้านค้า และผู้ใช้สิทธิแล้วจำนวน 7,352,274 คน โดยมียอดการใช้จ่ายสะสม 10,155 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 5,178 ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 4,977 ล้านบาท ยอดใช้จ่ายเฉลี่ย 214 บาทต่อครั้ง โดยจังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และเชียงใหม่ ตามลำดับ

ทั้งนี้ ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ ต่างให้ความเห็นตรงกันว่า เป็นโครงการที่ดี ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าจะได้รับเงินช้าไปบ้าง คือ เงินในส่วนของลูกค้าจ่ายจะเข้าบัญชีเวลา 02.00 น. ของวันรุ่งขึ้น และในส่วนที่รัฐจ่ายสมทบให้อีกครึ่งหนึ่ง จะเข้าบัญชีร้านค้าในเวลา 17.00 น. ของวันรุ่งขึ้น ซึ่งยอมรับได้ ถือว่าไม่ได้ช้าเกินไป เมื่อเทียบกับยอดขายที่ได้เพิ่มขึ้นและขายได้สินค้าได้หมดเร็วขึ้น

สำหรับโครงการคนละครึ่งรอบเก็บตก จะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการอีกครั้งในวันที่ 11 พ.ย.2563 ระหว่างเวลา 06.00 น.–23.00 น. ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com จนกว่าจะครบจำนวน โดยผู้ที่สามารถลงทะเบียนได้ จะต้องเป็นผู้ไม่เคยลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งมาก่อน หรือเป็นผู้เคยลงทะเบียน แต่ไม่สำเร็จ จึงถือเป็นผู้ที่ไม่เคยได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการ ซึ่ง ณ วันที่ 9 พ.ย.2563 มีสิทธิคงเหลือจากผู้ไม่ผ่านการตรวจสอบสิทธิและผู้ไม่เริ่มใช้สิทธิภายในกำหนด 14 วัน ที่จะนำมาเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเป็นจำนวน 2.3 ล้านสิทธิ


กำลังโหลดความคิดเห็น...