xs
xsm
sm
md
lg

นายกฯสั่งคลายล็อกบัตรทอง รักษาได้ทุกที่ไม่ต้องมีใบส่งตัว

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

"บิ๊กตู่" สั่งการคลายล็อกข้อจำกัดต่างๆ ของผู้ใช้บริการ"บัตรทอง" เพื่อการดูแลรักษาพยาบาลที่ดี มีมาตรฐาน ง่าย และสะดวกสำหรับประชาชน

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มอบให้กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการการยกระดับระบบสวัสดิการแห่งรัฐ ในด้านหลักประกันสุขภาพ กรณีประชาชนผู้มีสิทธิ์หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) สามารถเข้ารับการรักษาที่ใดก็ได้ และยกเลิกการต้องใช้ใบส่งตัวของผู้ป่วย ในกรณีมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนสถานที่รักษา โดยมีรายละเอียดการคลายล็อก ดังนี้

1. ประชาชนสามารถรับการรักษาพยาบาลที่ใดก็ได้ โดยทดลองให้ประชาชนในกรุงเทพฯ สามารถไปรับบริการที่"หน่วยบริการชุมชนอบอุ่น" อันประกอบด้วย คลินิกชุมชนอบอุ่น และหน่วยบริการเฉพาะทางชุมชนอบอุ่น ได้ทุกแห่ง ซึ่งที่ผ่านมาผู้ใช้สิทธิบัตรทอง จะถูกจับคู่กับหน่วยบริการประจำ (คลินิก) เพียงแห่งเดียว เมื่อเจ็บป่วยก็ต้องไปรักษาที่คลินิกประจำนั้นๆ หากป่วยหนัก คลินิกก็จะส่งตัวไปยังโรงพยาบาลที่มีศักยภาพให้รักษาต่อ แต่นโยบายใหม่นี้ ผู้ใช้สิทธิบัตรทองในพื้นที่ กทม. สามารถเข้ารับบริการในหน่วยบริการที่หลากหลายมากขึ้น โดย สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ตั้งเป้าที่จะประสานหน่วยบริการ 500 แห่ง ให้เข้ามาเป็น “หน่วยบริการชุมชนอบอุ่น”(คลินิกชุมชนอบอุ่น และหน่วยบริการเฉพาะทางชุมชนอบอุ่น) ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 63 เป็นต้นไป ผู้ใช้สิทธิบัตรทองในกทม. สามารถเข้ารับบริการในหน่วยบริการชุมชนอบอุ่นในเขตของตัวเองได้ทุกแห่ง และสามารถนัดหมายการเข้ารับบริการล่วงหน้าได้ โดย สปสช.ได้ร่วมกับธนาคารกรุงไทย พัฒนาระบบนัดหมายการเข้ารับบริการล่วงหน้า ผ่าน App เป๋าตัง ซึ่งจะเริ่มให้บริการในกลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน และจะขยายไปในกลุ่มผู้ป่วยนอกทั้งหมด ในระยะต่อไป

2.“ผู้ป่วยใน”ไม่ต้องใช้ใบส่งตัวอีกต่อไป ทั้งนี้ “ใบส่งตัว”เป็นเอกสารที่ใช้สื่อสารลักษณะโรค อาการป่วย การรับการรักษาเบื้องต้น ซึ่งที่ผ่านมา หากหน่วยบริการประจำ (คลินิก) วินิจฉัย และส่งตัวผู้ป่วยไปรับการรักษาที่รพ.ที่มีศักยภาพ ผู้ป่วยต้องไปรับใบส่งตัวจากคลินิก หรือรพ.ก่อน ซึ่งทำให้ไม่ได้รับความสะดวก แต่นโยบายใหม่นี้ หากผู้ป่วยไปรับบริการที่ รพ.ที่มีศักยภาพ แล้ว รพ.วินิจฉัยว่าต้องแอดมิท ผู้ป่วยสามารถเข้ารับการรักษาได้ทันที โดยไม่ต้องกลับไปรับใบส่งตัวอีก

3. ประชาชนแจ้งย้ายหน่วยบริการเมื่อใด รักษาที่ใหม่ได้ทันที ที่ผ่านมา เมื่อผู้ใช้สิทธิบัตรทองขอย้ายหน่วยบริการ จะต้องรออีก 15วัน จึงจะไปรักษาที่หน่วยบริการแห่งใหม่ได้ แต่นโยบายใหม่นี้ ไม่ต้องรอ 15วันอีกต่อไป กล่าวคือเมื่อมีความประสงค์จะย้ายเมื่อใด ก็สามารถไปรักษาที่ใหม่ได้ทันที ประชาชนที่ใช้สิทธิบัตรทองจึงอุ่นใจได้ว่า เมื่อมีเหตุจำเป็นต้องย้ายถิ่นฐาน ก็จะสามารถย้ายหน่วยบริการและเข้ารับการรักษาได้อย่างทันที

4. ผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็ง จะได้รับการรักษาใน รพ.ที่มีศักยภาพและไม่แออัด ทั้งนี้ มะเร็งเป็นโรคที่สร้างความทุกข์ให้กับประชาชนอย่างมาก เนื่องจากอัตราการเสียชีวิตสูง ค่าใช้จ่ายสูง และ ที่สำคัญคือ รพ.บางแห่งเท่านั้น ที่มีศักยภาพในการรักษา จึงเกิดปัญหาคอขวดในการเข้ารับบริการ เกิดความแออัด ต้องรอการนัดหมายที่ค่อนข้างนาน ซึ่งเมื่อผู้ป่วยเข้าถึงบริการรักษาล่าช้า ก็อาจทำให้มะเร็งลุกลามได้

สปสช. จึงมีแนวคิดในการยกระดับการรักษาใหม่ เมื่อผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง หน่วยบริการผู้วินิจฉัย จะส่งข้อมูลผู้ป่วยมายัง สปสช. เพื่อให้ สปสช. ประสานจัดหา รพ.ที่ไม่แออัด และมีศักยภาพในการรักษาโรคมะเร็งประเภทนั้นๆได้ทันที ประชาชนก็จะได้รับบริการที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน พร้อมทั้งบริการให้ยาเคมีบำบัดที่บ้าน พร้อมด้วยการติดตามอาการ และแนะนำการทานยาผ่านระบบสื่อสารทางไกล (Telehealth)ภายใต้การดูแลจากผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด


กำลังโหลดความคิดเห็น...