xs
xsm
sm
md
lg

ศบค.ไฟเขียวต่างชาติ6กลุ่มเข้าไทย ฟื้นศก.ปลายปี ต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉินถึง31ต.ค.

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ผู้จัดการรายวัน360-ศบค.ไฟเขียวต่างชาติเข้าไทย ทั้งระยะสั้นและยาว รวม 6 กลุ่ม หวังช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี ลั่นมีมาตรการคุมโควิด-19 เข้ม พร้อมเห็นชอบต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 1 เดือน ถึง 31 ต.ค.63 ชง ครม.วันนี้ สธ.ตั้งวอร์รูมเฝ้าชายแดนไทย-เมียนมา หลังพบผู้ติดเชื้อพุ่ง “หมอธีระ”ย้ำเปิดรับต่างชาติ ลดเวลากักตัว หายนะมาแน่ เผยพบผู้ป่วยใหม่เพิ่ม 22 ราย มาจากต่างประเทศทั้งหมด เป็นทหารไทยกลับมาจากซูดานใต้ 16 ราย ที่เหลือมาจากอินเดีย ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ ส่วนทั่วโลกติดเชื้อทะลุ 33.2 ล้านราย ตายเกิน 1 ล้านคนแล้ว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ว่า เป็นการหารือวางแผนว่าเราจะเดินหน้ากันอย่างไรในเรื่องเศรษฐกิจ เพื่อให้เดินหน้าไปได้ด้วยดี โดยกลุ่มแรก คือ นักธุรกิจที่มาลงทุนต้องมีมาตรการเฉพาะให้กลุ่มคนเหล่านี้ว่าจะทำอย่างไร มีมาตรการติดตาม ป้องกันอย่างไร กลุ่มที่สอง คือ นักท่องเที่ยวที่มีหลายประเภท ทั้งระยะสั้นและระยะยาวแบบมาเที่ยว 60 วันขึ้นไป เราต้องดูตั้งแต่ต้นทาง ประเทศที่จะมา พื้นที่ที่พักอาศัย และการดูแลผู้ประกอบการชั้นล่าง เพื่อให้เศรษฐกิจขับเคลื่อน

“ไทยเป็นประเทศที่คนหลายประเทศต้องการจะมา เพราะแก้ปัญหาโควิด-19 ได้ดี แต่เราต้องมองสองมิติเสมอ คือ ความร่วมมือ ความเข้าใจของประชาชนในพื้นที่ เราต้องจัดทำเป็นระบบทั้งหมดว่าตั้งแต่ต้นทางมาอย่างไร ปลายทางไปอย่างไร เรามีแอปพลิเคชันในการติดตามได้ดีขึ้น ขณะเดียวกัน เราก็มีความพร้อมในเรื่องยา และบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมรองรับคนได้จำนวนมาก ซึ่งจะคิดอะไรต้องคิดต่อเนื่องทั้งระบบ เพื่อทำให้เศรษฐกิจของเราเดินหน้าไปให้ได้ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า คือ เดือนต.ค.- ธ.ค. ถ้าเราไม่ทำอะไรเลย ก็จะแย่ไปกว่าเดิม ทุกอย่างจะถอยหลังมาทั้งหมด รัฐบาลจำเป็นต้องคิดในเรื่องเหล่านี้ และขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่ร่วมกันปฏิบัติตามกฎระเบียบ กติกา ทั้งหมด”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. กล่าวว่า การอนุญาตให้ต่างชาติเข้าประเทศ ได้กำหนดไว้ 6 กลุ่ม คือ 1.การอนุญาตให้นักกีฬาต่างชาติเดินทางเข้าร่วมการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ ช่วงวันที่ 6-16 ต.ค.2563 2.แนวทางการปฏิบัติในการกักตัวนักบินและลูกเรือบริษัท การบินไทย ในเที่ยวบินรับส่งบุคคลกลับไทย (Repatriation Flight) 3.การอนุญาตให้ผู้ที่ถือวีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราว (Non-Immigrant) ประเภทต่างๆ เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร 4.การกำหนดเงื่อนไขผู้ขอวีซ่าท่องเที่ยวสำหรับกลุ่ม Long Stay ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบหลักการ เมื่อ 15 ก.ย.2563 อยู่ได้ 90 วัน ต่อได้ 2 ครั้ง รวม 270 วัน 5.การอนุญาตผู้ถือบัตร APEC Card เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งมีหลายแสนคน โดยจะเลือกประเทศที่เสี่ยงน้อย เช่น นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย สิงคโปร์ มาเลเซีย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง และ 6.การอนุญาตให้ผู้ที่ประสงค์จะพำนักในประเทศไทยในระยะเวลาสั้นและระยะยาวเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร โดยอยู่ได้ 60 วัน สามารถขอต่อได้อีก 30 วัน ต้องมีบัญชีฝากย้อนหลัง 6 เดือน เทียบเป็นเงินไทยไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท กระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้พิจารณาอนุญาต

นอกจากนี้ ยังได้เห็นชอบในหลักการให้สมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยเสนอจัดการแข่งขันแบดมินตันระดับนานาชาติ หรือ BWF World Tour ในประเทศไทย ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วง ม.ค.2564

ขณะเดียวกัน ได้มีมติเห็นชอบให้เสนอ ครม. ในวันนี้ (29 ก.ย.) พิจารณาขยายระยะเวลาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรต่อไปอีก 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1-31 ต.ค.2563 ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 6 นับตั้งแต่มีการประกาศใช้ครั้งแรก เมื่อ 26 มี.ค.2563 เพื่อคุมสถานการณ์จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมืองแต่อย่างใด

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ ได้ให้แนวทางในการทำงาน ขอให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันพิจารณาอย่างรอบคอบ และแบ่งแยกเป็นประเภทตามข้อจำกัด โดยต้องมีการออกมาตรการเพื่อควบคุม คัดกรอง ติดตาม และตรวจสอบอย่างเหมาะสม และต้องสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนในพื้นที่ โดยจะดูแลกลุ่มคนที่เดินทางเข้ามาจากประเทศที่มีอัตราการติดเชื้อสูงเป็นกรณีพิเศษ ส่วนสถานการณ์ทางด้านเมียนมา ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดูแลในส่วนท้องถิ่นตามแนวชายแดนเพิ่มเข้มงวด และขอให้ไทยช่วยเหลือ แบ่งปันแนวทางมาตรการการดำเนินการที่ไทยใช้แล้วได้ผล

นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ได้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์โควิด-19 ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา โดยได้ตั้งวอร์รูมขึ้นที่ สธ. เพื่อติดตามสถานการณ์ หลังพบการติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยจะร่วมกับฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง ควบคุมการเข้าออกระหว่าง 2 ประเทศ ทั้งชายแดนและช่องทางธรรมชาติ และจัดส่งทีมลงตรวจในพื้นที่ติดชายแดน รวมทั้งได้เตรียมพร้อมด้านโรงพยาบาลและบุคลากร

วันเดียวกันนี้ ศบค. ได้รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่ 22 ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าพักใน State Quarantine ทั้งหมด เป็นคนไทย 21 ราย ประกอบด้วยทหารไทยซึ่งเป็นทหารช่างเฉพาะกิจกลับมาจากซูดานใต้ 16 ราย คนไทยมาจากปากีสถาน 1 ราย ฟิลิปปินส์ 1 ราย อินเดีย 3 ราย และต่างชาติ 1 ราย เป็นชาวอินเดียเดินทางมาจากอินเดีย ส่วนสถานการณ์ในต่างประเทศ พบยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลก 33,297,495 ราย เสียชีวิตแล้ว 1,002,137 ราย

รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thira Woratanarat มีข้อเสนอแนะว่า สถานการณ์ปัจจุบัน รัฐควรจัดบริการตรวจโควิด-19 ให้เหมือนการตรวจเลือดหาการติดเชื้อเอชไอวีได้แล้ว สำคัญที่สุด คือ หากหลงไปตัดสินใจรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจำนวนเยอะ พร้อมลดเวลากักตัวจาก 14 วัน เหลือ 7 วัน ก็รอรับหายนะระบาดซ้ำได้ ไม่ช้าก็เร็ว พอถึงเวลานั้นจริงๆ ยากที่จะเอาอยู่


กำลังโหลดความคิดเห็น...