xs
xsm
sm
md
lg

"บัณฑูร"มั่นใจทีมบริหารใหม่แบงก์-มุ่งงานภาคสังคม-ยันไม่เล่นการเมือง

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ผู้จัดการรายวัน 360 - เปิดใจ"บัณฑูร ล่ำซำ"หลังเปลี่ยนถ่ายผู้บริหาร มั่นใจทีมใหม่บริหารจัดการได้ดี ย้ำเตือน 4 ข้อ"อย่ามั่ว-อย่าไม่คำนวณ-อย่าชุ่ย-อย่าเหยียบเท้ากันเอง" เผยหลังจากนี้เตรียมมุ่งทำงานด้านการแก้ปัญหาป่าต้นน้ำจ.น่านตามที่ตั้งใจ ยันไม่เล่นการเมือง

นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกิตติคุณ ธนาคารกสิกรไทย(KBANK)กล่าวว่า หลังจากที่ได้ลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการและได้แต่งตั้งให้ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย และ นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทยเมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมานั้น ถือว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านอย่างมั่นใจแล้ว เพราะได้มีการทดสอบมาระดับหนึ่ง และไม่ใช่เพียงแค่ 2 ตำแหน่งนี้ แต่ดูในทุกตำแหน่งของการบริหารงานแล้ว ซึ่งในส่วนของนางกอบกาญจน์ถือว่าเป็นคนเก่งมีประสบการณ์ทั้งในด้านธุรกิจและภาครัฐ เป็นที่ยอมรับในด้านความมีคุณธรรม และจริยธรรม ขณะที่นางสาวขัตติยาเป็นคนเก่งในแวดวงบริหาร ทำงานกับธนาคารมานาน เป็นที่รักของพนักงาน มีความเฉียบคมด้านการเงิน การจัดการจึงเป็นช่วงเวลาของเธอที่จะต้องมารับโจทย์อันยากนี้ต่อไป

"การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นในคืนเดียว วางหมากอยู่ในใจมากนาน แล้วได้จัดในทุกชิ้นส่วน แม้กระทั่งคณะกรรมการและพนักงาน ทุกคนพร้อมที่จะทำงานด้านนี้ต่อไป ขณะที่คณะกรรมการของธนาคารก็เป็นผู้ทรงคุณวุฒืในหลากหลายด้าน จึงมั่นใจในการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ แม้จะเป็นช่วงของภาวะวิกฤติซึ่งถือเป็นจังหวะที่ดีเพราะถือเป็นการทดสอบทีมใหม่ที่ดี ถ้าสอบผ่านก็รับงานต่อไปได้"

อย่างไรก็ตาม ในการเปลี่ยนถ่ายครั้งนี้ ก็ยังย้ำเตือนกับผู้บริหารใน 4 เรื่องก็คือ 1.อย่ามั่ว มั่วคือความไม่ชัดเจน 2.อย่าไม่คำนวณ เพราะทุกอย่างมีตัวเลขกำกับอยู่ 3.อย่าชุ่ยทุกอย่างต้องระมัดระวัง และอย่างเหยียบเท้ากัน ต้องรักษาสัมพันธภาพระหว่างกันถ้ามั่วแต่ทะเลาะกันก็แก้ปัญหาอะไรไม่ได้

"ขณะที่เราอยู่ภาวะตึงเครียดจากสถานการณ์โรคระบาดของไวรัสโควิค 19 ทำให้หวนนึกถึงเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยก็เกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง ทกุคนก็พยายามแก้ปัญหากันอย่างหนัก ผมคิดถึงพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัวที่อยู่ฟ้าในช่วงนั้นที่ว่า ไม่ว่าจะทำอะไรขอให้แน่ใจว่า ถ้าวันหนึ่งพายุมาก็อย่าให้ถึงกับล่ม ความหมายก็คือ อย่าทำอะไรที่สุดโต่งเกินตัว ทุกอย่างต้องมีการเตรียมตัว เพราะมีอะไรคาดไม่ถึงอีกเยอะ ถ้าไม่เตรียมตัวก็จะเกิดความล่มสลายกันถ้วนหน้า ให้เตรียมที่รับมือถ้าครั้งต่อไปที่พายุมา ไม่ว่าจะรูปแบบไหน วิกฤติเศรษฐกิจ หรือจะในรูปแบบของโรคระบาดซึ่งเป็นพายุใหญ่ที่พัดไปทั้งโลก"

สำหรับวิกฤติจากการระบาดของไวรัสโควิค 19 ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ทำให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจในวงกว้าง ขณะที่สถาบันการเงินเองก็ยังมีความมั่นคงเพราะได้ตุนเสบียงไว้พอสมควรหลังจากวิกฤติต้มยำกุ้งเมื่อ 20 ปีก่อน และเป็นความเสียหายที่ยังรับได้ แม้ต้องสูญเสียกำไรไปบ้างก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ถ้าไม่มีทุนสำรองไว้เลยก็เดือดร้อน ตอนนี้การฟื้นฟูเยียวยาที่รัฐบาลทำอยู่จึงสามารถที่พิงระบบธนาคารพาณิชย์ได้ขั้นหนึ่ง ถ้าไม่พิงจนล่มกันไปหมด แต่ก็ดูว่าจะลากยาวไปแค่ไหน ด้านผลกระทบทางเศรษฐกิจก็มาก หวังว่ามาตรการที่เข้มข้นขึ้นความพยายามเต็มที่จากทุกฝ่าย ก็มีความหวังว่าจะสกัดได้ นี่เป็นตัวอย่างว่าถ้าไม่มีเสบียงตุนเลยจะลำบาก

อย่างไรก็ตามแต่อีกปัญหาคือหลังจากนี้ก็ต้องมาทำมาหากินกันต่อไป ต้องตระหนักว่าจะทำอะไร เงินลงทุนพอหาได้ สินเชื่อพอหาได้ แต่ต้องคิดว่าคนไทยจะทำมาหากินอะไรต่อไป ที่จะทำให้เมื่อเกิดปัญหา เกิดวิกฤติมาแล้วยังอยู่ได้ ในภาวะที่เราแข่งขันกับใครเขาไม่ได้ ก็ต้องสร้างความรู้ ซึ่งก็จะตรงนี้งานวิจัยเป็นเรื่องสำคัญ ประเทศจะไม่มีการวิจัยอะไรเลยไม่ได้ รัฐก็ต้องทำ เอกชนก็ต้องทำ ต้องช่วยกันทุกภาคส่วนของประเทศ

นายบัณฑูรกล่าวอีกว่า ต่อไปก็จะมุ่งมั่นทำงานในอีกส่วนที่มีความสนใจ คือการดูแลและแก้ปัญหาป่าต้นน้ำที่จังหวัดน่านที่ทำมา 4-5 ปีแล้ว ซึ่งเป็นงานที่มีความท้าทาย เป็นการแก้ปัญหาที่ต้องมองภาพในวงกว้างมาก เพราะเกี่ยวกับการทำมาหากินของคนในพื้นที่ ที่จะต้องใช้องค์ความรู้ใหม่ๆเข้ามาช่วยในการแก้ปัญหา โดยที่ผ่านมาเป็นการแก้ปัญหาในแบบเดิมๆที่ไม่ได้ผล แล้วก็วนกลับมาทำลายพื้นที่ป่า จึงต้องพยายามหาองค์ความรู้ใหม่ที่จะทำให้คนในพื้นที่สามารถทำมาหากินได้เพียงพอ เพื่อไม่ให้กลับมาทำลายทรัพยากรธรรมชาติอีก

"ตนไม่มีความคิดจะเล่นการเมือง แต่อาจจะต้องมีการทำงานที่เข้าไปเกี่ยวข้องทั้งกับภาคการเมืองและภาครัฐบาล เพราะเป็นการทำงานที่หลายฝ่ายต้องร่วมมือกัน ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับป่าต้นน้ำน่านไม่น้อย การแก้ปัญหาก็ต้องใช้องค์ความรู้ใหม่ๆ ขณะที่ตำแหน่งของตนในธนาคารกสิกรไทยนั้นไม่มีแล้ว มีแต่ฉายาที่เขาให้ก็คือ ประธานกิตติคุณ และคนของตระกูลล่ำซำก็คงจะไม่ได้สืบทอดตำแหน่งอะไรต่อ เพราะจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ก็ไม่มากนัก ได้ละลายไปในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจเยอะแล้ว"


กำลังโหลดความคิดเห็น...