xs
xsm
sm
md
lg

ธรรมชาติจัดสรรให้คนออสซี่

เผยแพร่:   โดย: โสภณ องค์การณ์



มนุษย์ทำลายธรรมชาติอย่างไร้สติ เพราะความอยากสบาย เอาแต่ได้ เมื่อเกินระดับที่ธรรมชาติจะรับได้ ก็ลงโทษมนุษย์ให้รับทุกข์เต็มที่ ถ้ามีปัญญาแก้ไขได้ ก็แล้วไป ถ้าเกินความสามารถจะสู้กับธรรมชาติได้ สุดท้ายธรรมชาติก็จัดการแก้ไขปัญหาให้เช่นกัน

เหมือนกรณีไฟป่าที่ล้างผลาญพื้นที่กว้างใหญ่ในออสเตรเลีย ไหม้ลามนานเป็นเดือนๆ เกินกว่ามนุษย์และเครื่องมือต่างๆ จะจัดการได้ บ้านเรือนถูกเผาผลาญ สัตว์ป่าสิ้นชีวิตไปหลายล้านตัว เสียหายมหาศาล ระบบนิเวศวิทยาต้องใช้เวลานานสำหรับฟื้นฟู

เมื่อคนออสเตรเลียแทบจนปัญญา ไม่รู้จะทำอย่างไร สุดท้ายธรรมชาติยังเหลือความเมตตาให้ จึงทำให้ฝนตกห่าใหญ่ติดต่อกันหลายวัน หลังจากเกิดปัญหาภัยแล้งยาวนาน อากาศร้อนจัดแห้งแล้ง เป็นต้นตอของไฟป่า เกิดฝุ่นควันพิษคลุมเมืองใหญ่

บางวันท้องฟ้าออสเตรเลียกลายเป็นสีแดง มองอะไรไม่เห็นชัดเจน อุณหภูมิบางจุดสูงมากกว่า 40 องศาเซลเซียส ประชาชนต้องทิ้งบ้านหนีไฟป่าไปหลบอยู่ใกล้ชายหาดเพราะไม่มั่นใจว่าจะปลอดภัย เมื่อมาตรการต่างๆ ไม่สามารถหยุดการลุกลามได้

หลายประเทศต้องให้ความช่วยเหลือ หน่วยดับไฟอเมริกันเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ หลังจากฝนตกในบางพื้นที่ก่อนหน้านั้นได้ช่วยดับไฟเป็นบางจุด แต่ก็ยังไม่หมดสิ้น

เมื่อฝนตกหนัก เติมน้ำในอ่างเก็บน้ำ และแม่น้ำลำคลอง มีมากเกินไป เกิดปัญหาใหม่คือการเฝ้าระวังว่าจะเกิดน้ำน้ำท่วมเฉียบพลัน กลายเป็นทุกข์อีกอย่างของคนออสเตรเลีย หลังจากฉลองใหญ่เมื่อฝนช่วยดับไฟป่าพื้นที่กว้างขวางให้แทนแรงมนุษย์

ซิดนีย์ เมืองใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย เผชิญกับฝนตกหนักมากที่สุดในรอบ 30 ปี ตกต่อเนื่อง 4 วัน วัดปริมาณได้ 391.6 มม. สร้างปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ การสัญจรไปมา และทำให้คนหลายพันคนต้องอพยพออกจากบ้านไปอยู่พื้นที่สูงกว่า

มีมากกว่า 1 แสนหลังคาเรือน ไม่มีไฟฟ้าใช้ หลังจากฝนช่วยดับไฟป่าขนาดใหญ่ที่สุดใน 2 พื้นที่ ซึ่งไหม้ลามผ่ากลางรัฐนิวเซาท์เวลส์ ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา

รัฐบาลออสเตรเลีย โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีถูกเล่นงานเละ เพราะไม่สามารถจัดการปัญหาได้ทันท่วงที ส่งผลให้ความนิยมตกต่ำอย่างมาก ถูกมองว่าไม่มีฝีมือ

ไฟ “เคอร์โรวาน” ได้ไหม้ยาวนานถึง 74 วัน รอบเมืองโชลเฮเวน ทำลายพื้นที่เป็นบริเวณกว้างถึง 5 แสนเฮกตาร์ และเผาบ้านไป 312 หลัง

ไฟป่าอีกจุดอยู่ที่ เทือกเขากอสเปอร์ส ด้านตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองซิดนีย์ ซึ่งถูกประเมินว่า “มีพื้นที่กว้างขวางเกินกว่าจะดับได้” หลังจากเริ่มลุกลามตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ผลสุดท้าย ฝนตกหนักทำให้ไฟป่าทั้ง 2 จุดดับได้แล้ว

สำนักอุตุนิยมวิทยาของออสเตรเลียออกคำเตือนว่าพื้นที่ถูกไฟป่าเผาผลาญได้เป็นพื้นที่เสี่ยงภัยสำหรับน้ำป่าไหลหลาก เพราะไม่มีป่าไม้ช่วยดูดซับน้ำ และน้ำป่าจะพัดพาซากไฟไหม้ปริมาณมหาศาลลงมาจากภูเขา สร้างความเสียหายหนักกว่าน้ำท่วมธรรมดา

ถือว่าเป็นธรรมชาติจัดการไฟป่า แล้วจัดสรรน้ำท่วมมาให้ชาวออสซี่ แต่ก็ยังมีไฟป่าลุกลามอยู่อีก 31 จุดในรัฐนิวเซาท์เวลส์ แต่ถูกประเมินว่าไม่น่าจะเป็นภัยในช่วงนี้

ปัญหาปัจจุบันคือระดับน้ำที่สูงขึ้นในอ่างเก็บน้ำในเขื่อนวาร์รากัมบา ซึ่งมีระดับเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวภายในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากฝนตกหนักต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่คาดว่า น้ำไหลเข้าเขื่อนจะทำให้ปริมาณอยู่ที่ 70 เปอร์เซ็นต์ของความจุ

เป็นภาวะที่ช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งยืดเยื้อ หลังจากออสเตรเลียประสบปัญหาฝนไม่ตกนานหลายปี ทำให้น้ำในอ่างต่างๆ อยู่ในระดับเกือบแห้งขอดหลายพื้นที่

ก่อนฝนตกหนัก “วาร์รากัมบา” มีน้ำเหลือเพียง 42 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ดังนั้น จากภัยไฟป่า ชาวออสซี่ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ได้รับคำเตือนให้ระดับน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมเฉียบพลัน และรัฐนี้ถือว่ามีประชากรหนาแน่นที่สุดของทวีปออสเตรเลีย

แม้แต่ในเมืองซิดนีย์ เจ้าหน้าที่ต้องช่วยชาวบ้าน 200 คนจากเหตุน้ำท่วม

เจ้าหน้าที่ฝ่ายรับเรื่องฉุกเฉินต้องวุ่นอยู่กับการรับแจ้งขอความช่วยเหลือ เพราะปัญหาน้ำท่วมเฉียบพลันได้เกิดในแทบทุกพื้นที่ ไม่สามารถชี้ได้ว่าจุดไหนรุนแรงที่สุด มีหลายคนได้รับบาดเจ็บหลังจากติดอยู่ในรถยนต์และถูกต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นทับ

ช่วงเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ต้องเร่งช่วยเหลือชายคนหนึ่งติดอยู่ในรถซึ่งถูกกระแสน้ำพัดหลุดออกไปนอกสะพาน การสัญจรโดยทางเรือข้ามฟากและรถไฟในนครซิดนีย์ติดขัดไปทั่ว สถานีรถไฟมีปัญหาน้ำท่วม โรงเรียนหลายแห่งต้องปิดชั่วคราว

นอกจากนั้นยังมีปัญหาคลื่นสูงในหาดบรอนเต้ในซิดนีย์ เจ้าหน้าที่ซึ่งดูแลงานด้านฉุกเฉินได้เตือนให้ชาวเมืองซิดนีย์เฝ้าระวังน้ำท่วมเฉียบพลัน และอย่าออกไปขับรถ และให้อยู่แต่ภายในบ้าน งดเว้นการออกไปทำงานเพื่อไม่ให้เกิดอุปสรรคต่อเจ้าหน้าที่

เป็นสภาวะพลิกผันจากภัยแล้งยืดเยื้อ ไฟป่า ฝนตกหนัก เกิดน้ำท่วมฉับพลัน!

ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำได้รับคำเตือนให้พร้อมสำหรับการเคลื่อนย้ายออกไปอยู่ในที่ปลอดภัย พื้นที่ใกล้เคียงหาดด้านเหนือได้รับความเสียหาย เพราะระดับน้ำสูงหลายเมตร ถนนหลายแห่งในย่านทะเลสาบนาร์ราบีน รถไม่สามารถผ่านไปมาได้

หลายพื้นที่มีทั้งฝน ลมแรง และคลื่นสูง เจ้าหน้าที่คาดว่าสัปดาห์หน้านครซิดนีย์จะเผชิญกับฝนตกหนักรอบใหม่ น้ำทะเลจะหนุนสูงในเวลาเดียวกัน ทำให้ปัญหาน้ำท่วมหนักหนาสาหัสกว่าที่เป็นอยู่เพราะการระบายน้ำออกจากเมืองลำบากกว่าเดิม
กำลังโหลดความคิดเห็น...