xs
xsm
sm
md
lg

ประชาธิปไตยครึ่งใบในมือป๋ากับก้าวกระโดดแห่งการพัฒนาประเทศไทย

เผยแพร่:   โดย: ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์



ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์
อาจารย์ประจำสาขาวิชา Business Analytics and Intelligence
และ Actuarial Science and Risk Management
คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์


แมวไม่ว่าจะขาวหรือดำล้วนไม่สำคัญหากมันยังจับหนูได้—เติ้งเสี่ยวผิง
อำนาจรัฐนั้นก็อยู่ที่ปลายกระบอกปืน – เหมาเจ๋อตุง
เกิดเป็นคนต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน – พลเอกเปรม ติณสูลานนท์


พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรีแบบที่เป็นส่วนใหญ่ของนายกรัฐมนตรีไทยคือจบจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และเคยเป็นผู้บัญชาการทหารบกมาก่อน ถ้าจะดูจากสถิตินายกรัฐมนตรีไทยค่อนข้างมากก็มาจากทหาร แต่นายกรัฐมนตรีไทยที่เป็นทหารและผู้บัญชาการทหารบกมาก่อนแล้วทำหน้าที่ได้ดี มีคุณูปการกับประเทศไทยในการก้าวกระโดดเพื่อการพัฒนาประเทศนั้นมีไม่มากนัก แต่ป๋า ผู้มีคติว่า เกิดเป็นคนต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน ป๋าอาจจะเป็นนายกรัฐมนตรีไม่กี่คนที่ทำได้ดีงามเช่นนี้

ผมจำได้ว่าป๋านั้นหงุดหงิดกับนักการเมือง (และนักข่าวมาก) เวลานักข่าวไปถามเรื่องนักการเมืองที่ยุ่งเหยิงวุ่นวาย ป๋าจะเป็นพระเตมีย์ใบ้และไม่ตอบ หรืออย่างมากก็จะตอบว่า พอแค่นี้ก่อนนะลูก ป๋าไม่ยี่หระนักการเมืองมากนัก นักการเมืองที่มาปั่นป่วนหรือมือไม่สะอาด มีประวัติไม่ดี ป๋าจะใช้วิธี นักฆ่าแห่งลุ่มเจ้าพระยา กำจัดทิ้งให้หมด โดยการบังคับให้ลาออก ถ้าไม่ยอมลาออกแล้วนักการเมืองมาต่อรองมากๆ ป๋าก็ใช้วิธียุบสภามันไปเลยให้รู้แล้วรู้รอด นักการเมืองกลัวป๋าที่พูดน้อย ต่อยหนัก เอาจริง ไม่กลัวอะไร ที่สำคัญไม่สนใจการอยู่ในอำนาจของตนเอง และกองทัพก็อยู่เคียงข้างป๋า เพราะล้วนแล้วแต่เป็นลูกรักของป๋าแทบทั้งนั้น แต่แน่นอนลูกรักของป๋าหลายครั้งก็ทำให้ป๋าปวดหัวและวุ่นวายใจบ้างอยู่เป็นคราว ๆ มีความพยายามทำรัฐประหารในสมัยที่ป๋าเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่หลายครั้งแต่ไม่เคยสำเร็จเลยสักครั้งเดียว มีอยู่ครั้งหนึ่งป๋าต้องเข้าไปกราบพระบาทพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐานเพื่อไปประทับในค่ายทหารที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อถวายความปลอดภัย แต่ในที่สุดทุกอย่างก็สงบลงด้วยพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม และป๋าก็ยังทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีรับใช้เบื้องพระยุคลบาทได้อย่างมั่นคงต่อไป

ป๋า มีบารมีและพลังอำนาจมากกว่านักการเมืองพวกนั้น ที่เป็นตัวป่วนบ้านเมือง และป๋าไม่ยอมประนีประนอมกับนักการเมืองเลวๆ โดยเด็ดขาด อาวุธเด็ดที่ป๋าชอบใช้มากคือการขู่ว่าจะยุบสภา อันเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรีโดยตรง กลุ่ม 10 มกรา ที่ประกอบด้วย ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 40 คน ที่เกิดจากความวุ่นวายในพรรคประชาธิปัตย์เองที่มีความเป็นประชาธิปไตยในพรรคสูง เลยทะเลาะกันบ่อย ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ทำให้ป๋าตัดสินใจยุบสภา

เอาเข้าจริงการยุบสภาในสมัยนั้น เป็นที่หวาดหวั่นของประดานักการเมืองมาก และเป็นอาวุธที่ได้ผลมากของป๋าในการจัดการกับนักการเมือง เพราะนักการเมืองแม้จะอยากเลือกตั้ง แต่การต้องใช้เงินซื้อเสียง และการต้องใช้เงินหาเสียงมากมายทำให้นักการเมืองในยุคนั้นเกิดอาการเข็ดขี้อ่อนขี้แก่ ในสมัยโน้นการจะได้เป็น ส.ส. ต้องเดินหาเสียงจนขาแทบจะหัก ไม่ได้มี social media หรือ cyberwar room เหมือนสมัยนี้ ที่นักการเมืองเกรียน ๆ นั่งเก่งกาจหน้าจอแล้วได้เป็น ส.ส. โดยการสร้างกระแสและไม่ต้องไปลงพื้นที่ได้ ดังนั้นการเลือกตั้งในยุคนั้นถึงเสียทั้งเงิน เหนื่อยแรงมาก และก็อาจจะแพ้ ไม่มีโอกาสได้แม้แต่จะถอนทุนหรือได้เงินเดือน ส.ส. เพราะอาจจะสอบตกกันได้ง่ายๆ ถ้าเลือกตั้งบ่อยๆ ส.ส. หาเงินหรือหาทางถอนทุนไม่ทัน นักการเมืองก็รักสบาย อยากอยู่สบายๆ ไม่อยากเหนื่อยเลยไม่อยากมีเลือกตั้งบ่อยๆ นัก มันจะได้ไม่คุ้มเสีย หรือไม่ได้อะไรเลย

ความสามารถในการจัดการนักการเมืองให้อยู่ในอาณัติ ของป๋ายังมีอีกมาก ป๋าสามารถหานักวิชาการและเทคโนแครตมือดีของประเทศมาเป็นรัฐมนตรีทำงานให้ป๋าได้มากมาย โดยที่นักการเมืองพรรคต่าง ๆ ต้องยอม เพราะไม่เช่นนั้นป๋าก็จะไม่ยอมรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เราจึงได้เทคโนแครตมือดีของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ดร.ถนัด คอมันตร์ บุญชู โรจนเสถียร สมศักดิ์ ชูโต เกษม สุวรรณกุล เกษม สิริสัมพันธ์ สมหมาย ฮุนตระกูล สุธี สิงห์เสน่ห์ อรุณ ภาณุพงษ์ สิปนนท์ เกตุทัต อาณัติ อาภาภิรม ทั้งหมดนี้เป็นเพราะบารมีและความศรัทธาเชื่อใจในตัวป๋า และเป็นผลจากการที่ป๋าสามารถต่อรองกับนักการเมืองและพรรคการเมืองได้ว่าต้องการตำแหน่งใดในคณะรัฐบาลบ้างเพื่อให้ได้ผลงาน และพรรคการเมืองก็เกรงใจและต้องยอมให้ได้อย่างที่ป๋าต้องการ

ผมเรียกประชาธิปไตยแบบที่มีการเลือกตั้ง แต่พรรคการเมืองหลายพรรค ไม่มีพรรคใดมีเสียงเพียงพอจะตั้งรัฐบาลได้ และนายกรัฐมนตรีคนนอก มาจากการที่กองทัพหนุนหลัง และมีเทคโนแครตเข้ามาอยู่ในคณะรัฐมนตรีมากมายเช่นนี้ว่า รัฐบาลประชาธิปไตยครึ่งใบ

ผลของรัฐบาลประชาธิปไตยสมัยป๋าเป็นนายกรัฐมนตรีได้พาประเทศไทยพัฒนาแบบก้าวกระโดดและฝ่าฟันภยันตรายปากเหวมามากมาย ไม่ว่าจะ วิกฤติพลังงาน วิกฤติเงินคงคลัง วิกฤติเศรษฐกิจจนต้องลดค่าเงินบาท ภัยความมั่นคงจากการก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ในขณะเดียวกันก็วางโครงสร้างพื้นฐานของการพัฒนาประเทศไม่ว่าจะเป็นการขุดค้นน้ำมันและก๊าซธรรมดา การตั้ง Eastern seaboard และอื่น ๆ อีกมาก ผลงานของป๋าในรอบแปดปีนั้น ทำให้ประเทศเปลี่ยนไปอย่างก้าวกระโดดและทำให้บารมีของป๋ายิ่งแข็งแรงขึ้นจากผลงานเหล่านั้น

ประชาธิปไตยครึ่งใบแบบป๋า มีปัจจัยความสำเร็จอย่างไร ทำให้ประเทศฝ่าวิกฤติและพัฒนาแบบก้าวกระโดดได้

ข้อแรก ความซื่อสัตย์ของป๋า เป็นที่เคารพและศรัทธา ป๋าปลดรัฐมนตรีที่มีปัญหาความไม่สุจริตออกไปเสมอไม่มีการประนีประนอมเลย ความซื่อสัตย์และประชาธิปไตยครึ่งใบเช่นนี้ทำให้คนศรัทธาและให้ความร่วมมือ

ข้อสอง ความจงรักภักดี ประชาธิปไตยครึ่งใบแบบป๋า มีความจงรักภักดีและมุ่งทำงานถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 อย่างตั้งใจ น้อมนำพระราชดำริมาปฏิบัติ สำนักงาน กปร. ที่รัฐบาลประชาธิปไตยครึ่งใบทำงานถวายมีส่วนอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและการลดความเหลื่อมล้ำและความยากจนลงไป รัฐบาลประชาธิปไตยครึ่งใบเช่นนี้ในมุมมองของผม ไม่ได้ทำงานอะไรถวายมาก แต่อำนวยความสะดวกให้พระเจ้าแผ่นดินได้ทรงงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนของพระองค์ และทำให้รัฐบาลพลอยได้รับอานิสงค์ไปด้วยเมื่อประชาชนได้รับการดูแล ขจัดความยากจน และแก้ปัญหาด้วยความเชื่อมั่นในพระราชบารมี

ข้อสาม เอาประโยชน์ของประเทศและส่วนรวมเป็นที่ตั้ง การที่ป๋าไม่สนใจว่าตนเองจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีหรืออยู่ในตำแหน่งต่อไปหลังจากการยุบสภาไปแล้ว ทำให้นักการเมืองเกรงใจมาก เพราะทราบดีว่าป๋าทำเพื่อส่วนรวม แม้ลึกๆ จะไม่ชอบ แต่ก็ไม่กล้าต่อต้านมากนัก เป็นบารมีที่เกิดจากการที่ป๋าในฐานะหัวหน้ารัฐบาลประชาธิปไตยครึ่งใบ ใช้ต่อรองกับนักการเมืองและพรรคการเมืองอย่างได้ผลมาก

ข้อสี่ ประชาธิปไตยครึ่งใบมีกองทัพหนุนหลัง ทำให้การเมืองมีความมั่นคงในระดับหนึ่ง ป๋าไม่เคยสนับการทำรัฐประหาร แต่ทหารสนับสนุนในที่สิ่งที่ป๋าทำเพื่อประเทศไทย การมีกองทัพหนุนหลังทำให้รัฐบาลที่ต้องเผชิญปัญหาความมั่นคงสามารถจัดการกับปัญหาได้ดีขึ้นมาก เพราะอำนาจรัฐนั้นก็อยู่ที่ปลายกระบอกปืน ทำให้พรรคการเมืองก็กลัว ถ้าไม่ยุบสภาก็กลัวว่าจะเจอรัฐประหารอีกรอบ เลยไม่กล้ามาวุ่นวายมากนัก

ข้อห้า ใช้คนเก่ง รู้จักใช้เทคโนแครต ข้อดีของป๋าคือรู้จักใช้คน และได้คนเก่งคนดีมาใช้งานเพื่อพัฒนาประเทศมากมายเหลือเกิน ป๋าเป็นคนกว้างขวางและรู้ว่าจะใช้ใครเพื่อทำอะไร นอกจากนี้ยังเป็นผู้ที่ใจเย็นอดทนรับฟัง หาทางแก้ปัญหาและเรียนรู้ ทำให้ประชาธิปไตยครึ่งใบแบบป๋า เรียกหาคนดีคนเก่งมาสร้างผลงานเพื่อชาติได้เสมอ ส่วนหนึ่งเป็นความศรัทธาที่มีต่อป๋าด้วย ทำให้คนเก่งๆ ยอมมาทำให้

ข้อหก การพูดน้อย ไม่มีปากไม่มีเสียง ใจเย็น มีสติและมีขันติ ของป๋าทำให้นักการเมืองเกรงใจ ไม่กล้า และรู้ว่า นักฆ่าแห่งลุ่มเจ้าพระยาคนนี้เอาจริงเอาจัง คิดรอบคอบก่อนตัดสินใจ ไม่มีน็อตหลุดหรือน็อตหลวมแต่อย่างใด

โดยส่วนตัวผมคิดว่าประชาธิปไตยครึ่งใบไม่ได้เลวร้ายแต่อย่างใด และเหมาะสมกับประเทศไทยมากที่สุดด้วยซ้ำไป เพราะคนไทยส่วนใหญ่ทำอะไรตามใจตัวเองเป็นหลัก ไม่นึกถึงส่วนรวม หากมีคนที่มีบารมีพอที่จะปกครองได้โดยเด็ดขาดก็จะแก้ปัญหาไปได้ในระดับหนึ่ง แต่สำหรับประชาธิปไตยครึ่งใบจะได้ผู้นำที่มีความรู้และคุณธรรมมากพอหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งเช่นกัน

กราบลาป๋าในวันพระราชทานเพลิงศพป๋าในวันนี้ ด้วยบทความเกี่ยวกับป๋าและประชาธิปไตยครึ่งใบ


กำลังโหลดความคิดเห็น...