xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

17ตุลาฯส.ส.งูเห่าโผล่ รับจ๊อบค้ำรัฐบาลปริ่มน้ำ

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้จัดการสุดสัปดาห์ -การท้าเปิดคลิป หลักฐานการดูดส.ส. หรือที่เรียกกันในวงการเมืองกันว่า แผนซื้องูเห่า ที่เกิดขึ้นระหว่างแกนนำพรรครัฐบาล พลังประชารัฐ คือ สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม กับ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย

ปมข่าวนี้ เริ่มออกมาตั้งแต่18 ก.ย. ซึ่งเป็นวันอภิปรายทั่วไปรัฐบาล ที่ถึงตอนนี้ก็กินเวลาร่วมสัปดาห์ไปแล้ว การที่เพื่อไทย ยังไม่แบไต๋อะไรออกมา จึงเป็นเรื่องน่าคิด ว่าเพื่อไทยมีไพ่เด็ดอะไรในมือ

แวดวงการเมืองมองว่า หาก"เจ๊หน่อย" และพรรคเพื่อไทย มีหลักฐานจริง คงรับคำท้า น่าจะเปิดคลิปที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ไปร่วมวงกินข้าวกับ สอง”ส.”แกนนำพลังประชารัฐ คือ สมศักดิ์ เทพสุทิน และ สุริยะ จึงเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม

ประเด็นเรื่องงูเห่าการเมือง หากดูตามสภาพข้อเท็จจริง เวลานี้เงื่อนไขปฏิบัติการล่องูเห่า เชื่อกันว่าเกิดขึ้นได้ยาก แม้รัฐบาล"บิ๊กตู่" พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ แต่ก็อย่างที่รู้ เวลานี้ยังไม่ได้อยู่ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน ที่จะทำให้รัฐบาลเสี่ยงอันตรายเรื่องในสภาฯ

ดังนั้น เมื่อไม่มีสถานการณ์เร่งเร้า เสียงเป่าปี่ เรียกงูเห่าออกจากถ้ำการเมือง ให้ออกมาโผล่ตอนนี้ จึงเร็วเกินไป ใคร งูเห่าตัวไหนทะเล่อทะล่า โผล่ออกมาจะเป็นการฆ่าตัวตายทางการเมืองเปล่าๆ

แต่หากจะต้องโผล่ ก็ต้องทำเนียนๆให้จับไต๋ได้ยาก และพอทำแล้วก็ต้องหาเหตุผลมาแก้ตัวให้ได้ เช่น แอบกดโหวตในห้องประชุมสภาฯผิด ซึ่งเรื่องทำนองนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่เป็นเรื่อง ไม่เป็นข่าว เพราะมันไม่ใช่เรื่องที่มีเอฟเฟกต์การเมืองรุนแรง เลยทำให้เรื่องไม่บานปลายมาก

นั่นก็คือ กรณีมติของที่ประชุมสภาฯ ซึ่งโหวตไม่เห็นชอบให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาตรวจสอบโครงการอีอีซี ที่ ส.ส.ฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคอนาคตใหม่ พยายามผลักดัน เพื่อจะได้เป็นช่องทางตรวจสอบโครงการ อีอีซี ทั้งระบบ

อันเป็นเรื่องที่ฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลยอมให้เกิดไม่ได้ จนมีการกำชับถึงวิปรัฐบาลให้ส.ส.รัฐบาลต้องคว่ำญัตตินี้ให้ได้ จนสุดท้ายเสียงข้างมากในสภาฯ ก็โหวตคว่ำไป

ที่น่าสนใจก็คือ มติดังกล่าวที่ใช้แค่เสียงข้างมากของส.ส.ที่ร่วมประชุม แม้วันดังกล่าวจะมีส.ส.รัฐบาลหายไปจำนวนไม่น้อย แต่หากดูจากเสียงที่ออกมาที่ฝ่ายรัฐบาลชนะ คือทำให้ไม่มีการตั้งกรรมาธิการ ก็ชนะไปด้วยคะแนนเสียง 231 ต่อ 223 เสียง

เท่ากับฝ่ายค้านแพ้ไปแค่ 8 เสียงเท่านั้น ซึ่งเมื่อดูเสียงส.ส.ฝ่ายค้านทั้งหมด แล้วดูมติที่ออกมา เท่ากับฝ่ายค้านหายไป 23 เสียง

จนมีการตรวจสอบต่อมา ก็พบว่าเสียงโหวตของเพื่อไทย หายไป16 คน แถมพบว่ามีส.ส.เพื่อไทย อย่างน้อย 5 คน ลงมติไม่เห็นด้วยกับการตั้งกรรมาธิการ ที่หันไปลงมติให้ทางฝ่ายรัฐบาล

แต่ต่อมา คนเพื่อไทยอ้างว่าได้ตรวจสอบกับส.ส.ของพรรคที่ลงมติสวนทางกับพรรคฝ่ายค้านแล้ว เป็นเรื่องความผิดพลาดของระบบลงคะแนนเสียงในห้องประชุม อันนี้ยังไม่นับ อีก 7 เสียงฝ่ายค้านที่หายไป ควรเป็นเรื่องน่าคิดว่าหายไปด้วยเหตุผลใด ทำไมถึงไม่ร่วมโหวต

อย่างไรก็ตาม มองได้ว่าเรื่องข่าวแกนนำพลังประชารัฐ เริ่มปฏิบัติการเปิดดีลกับ ส.ส.ฝ่ายค้านก่อนปิดสภาฯ จนมีการอ้างว่ามีคลิปอะไรต่างๆ รวมถึงกรณีเสียงโหวตของ ส.ส.ฝ่ายค้านหายไปกับกรณีญัตติ อีอีซี สุดท้ายเรื่องนี้ก็คงเงียบหายไป

แต่ผลพวง จะยังคงมีอยู่แน่นอน ที่แน่ๆทำให้ส.ส.เพื่อไทย ที่ตกเป็นข่าวไปกินข้าวกับแกนนำพลังประชารัฐ ในวันอภิปรายทั่วไปรัฐบาล นับจากนี้คนที่มีชื่อถูกอ้างถึง จะถูกจับตามองจากคนในพรรคเพื่อไทยด้วยกันเองมากขึ้น

ไม่ว่าจะเป็น สาม ส.ส.ร้อยเอ็ด คือ ศักดา คงเพชร ,นิรันดร์ นาเมืองรักษ์ และ กิตติ สมทรัพย์ และคนอื่นๆเช่น อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี ก็ต้องตกเป็นเป้าเฝ้าระวัง

ท่ามกลางข่าวว่า ดีลที่พลังประชารัฐพยายามจะเชื่อมกับ ส.ส.อีสาน เพื่อไทย ตัวประสานสำคัญที่คอยทำหน้าที่กาวใจเชื่อมไว้ตลอด ข่าวว่ามีการทำงานผ่านอดีตคนเพื่อไทย ที่เพิ่งลาออกเปลี่ยนขั้วมาหมาดๆ นั่นก็คือ

 "เสี่ยลาว" พรศักดิ์ เจริญประเสริฐ อดีต รมช.เกษตรฯ สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ และอดีต ส.ส.ศรีษะเกษ แต่รอบนี้ไม่ได้เป็นส.ส. เพราะลงปาร์ตี้ลิสต์เพื่อไทย ย้ายค่ายมาอยู่กับพลังประชารัฐ ด้วยโปรทันใจ คือมาได้ไม่กี่สัปดาห์ ครม.ก็ตั้งให้เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

"เสี่ยลาว" พรศักดิ์ รับหน้าที่มือประสานส.ส.อีสาน ให้พลังประชารัฐในการเปิดดีลพูดคุยกับส.ส.เพื่อไทย หลายคนเป็นระยะๆ เกาะกุมเอาไว้เรื่อยๆ ดูแลกันไปในทางลับ

ข่าวการดูดส.ส.ฝ่ายค้านให้มาช่วยโหวตให้ฝ่ายรัฐบาล ในบางโอกาสที่จำเป็นจะเกิดขึ้นเรื่อยๆ กับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ที่มีเสียงปริ่มน้ำ และ ถูกต่อรองจากพรรคร่วมรัฐบาลตั้งแต่พรรคหนึ่งเสียง จนถึงพรรคกลางๆได้ทุกเมื่อ

ยิ่งเวลานี้เสียงส.ส.รัฐบาล ยิ่งลดน้อยลงเรื่อยๆ หลัง มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ จากพรรคไทยศรีวิไลย์ และ พิเชษฐ์ สถิรชวาล จากพรรคประชาธรรมไทย ออกไปเป็น ฝ่ายค้านอิสระ

ทำให้จากเดิม รัฐบาลมี 253 เสียง ไม่นับ ชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ปริมาณเท่านี้ ถือว่าน่าเป็นห่วงแล้ว ตอนนี้หากดูจากตัวเลขคณิตศาสตร์ ก็เท่ากับ จะเหลือแค่ 251 เสียง

อีกทั้ง ตามมารยาททางการเมือง หากไม่ถึงกับหน้าสิ่วหน้าขวาน 2รองประธานสภาฯ คือ สุชาติ ตันเจริญ จากพลังประชารัฐ และศุภชัย โพธิ์สุ จากภูมิใจไทย ก็จะต้อง งดออกเสียงเวลาโหวตเรื่องต่างๆ ในห้องประชุมสภาฯ ทำให้หากตัดเสียงทั้งสองคนออกไป

จะทำให้รัฐบาลเหลือส.ส.จริงๆ ที่ร่วมหัวจมท้ายกันจริงๆ อยู่ที่ เสียง 249 เท่านั้น เป็นเสียงที่เกินกึ่งหนึ่งของส.ส. ที่มีอยู่เท่านั้น แต่ไม่เกินกึ่งหนึ่งของจำนวน ส.ส.ห้าร้อยคน

เพราะตอนนี้ "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถูกศาลรัฐธรรมนูญพักการปฏิบัติหน้าที่ และจะมีการเลือกตั้งซ่อม ที่ จ.นครปฐม แทน ส.ส.อนาคตใหม่ ที่ลาออกไป

จึงทำให้ ส.ส.ที่มีอยู่ของสภาฯ เวลานี้จึงมีแค่ 498 เสียงเท่านั้น ซึ่งกึ่งหนึ่ง ก็เท่ากับ249 เสียง เท่ากับจำนวนส.ส.รัฐบาลที่มีอยู่เวลานี้

แต่เมื่อมาเกิดกรณีของ"นวัธ เตาะเจริญสุข" ต้องพ้นสภาพการเป็นส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย จากการถูกศาลตัดสินประหารชีวิต ในคดีจ้างวานฆ่า โดยศาลไม่ให้ประกันตัว จะทำให้จำนวนส.ส.ที่มีอยู่ ก็จะลดลงไปอีกหนึ่งคน แม้เป็นผลบวกกับฝ่ายรัฐบาล แต่ก็ไม่ถึงกับมากมายอะไร

ด้วยเหตุนี้ ช่วงปิดสภาฯแกนนำพลังประชารัฐ ก็ต้องใช้ช่วงนี้ พยายามหาทางแก้ปัญหาเสียงปริ่มน้ำนี้ให้ได้โดยเร็ว เพราะกลางเดือนนี้ คือ17 ตุลาคม รัฐบาลมีงานหินรออยู่ คือต้องผลักดันให้ ร่าง พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย 2563 ผ่านสภาฯวาระแรกให้ได้

เป็นไปได้ว่า หากจำเป็น แกนนำพลังประชารัฐ ก็อาจขอความร่วมมือแบบเปิดเผย กับ 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านบางพรรคที่พอจะคุยกันได้ เช่น พรรคเศรษฐกิจใหม่ และฝ่ายค้านอิสระ มงคลกิตติ์ และ พิเชษฐ์ ว่าขอให้ช่วยผ่าน พ.ร.บ.งบฯ อย่าให้ถูกคว่ำ ไม่เช่นนั้นประเทศจะเสียหาย

ซึ่งก็อาจจะพอเจรจากันได้เพราะขอแค่ 2-3 เสียง ก็พอแล้ว เอาให้แค่พอผ่านได้ก็พอ ไม่ต้องโดนคว่ำ แต่หากเจรจาพูดคุยกันแล้วไม่ได้ผลขึ้นมาจริงๆ แล้วรัฐบาลไม่มั่นใจว่า ร่าง พ.ร.บ.งบฯ จะมีปัญหา เกรงเสียงเห็นชอบไม่เกินกึ่งหนึง

หรือถึงตอนนั้น อาจต้องใช้แผนสำรองต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่ปฏิบัติการเรียกใช้บริการ งูเห่า ก็ไม่แน่ อาจได้เห็นกัน บนราคาค่างวดที่คนรับปฏิเสธไม่ได้

โหวตร่าง พ.ร.บ.งบฯ 17ตุลาคม นี้ จึงเป็นวันที่จะได้รู้กันว่า หน้าตัก เสียงส.ส.รัฐบาล มีเท่าไหร่กันแน่ และวันนั้น งูเห่า จะโผล่ออกมา ทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่




กำลังโหลดความคิดเห็น...