xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

เสรีพิศุทธ์ นั่งปธ.กมธ.ปราบโกง เป็นห่วง บริวารเป็นพิษ จะติดทีม

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้จัดการสุดสัปดาห์ -จัดสรรแบ่งเก้าอี้กันลงตัวเรียบร้อยไปแล้ว สำหรับ ตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง 35 คณะ หนึ่งใน แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน ที่ได้โควต้าเป็นประธานกรรมาธิการรอบนี้ด้วย ก็คือ พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย

พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ คนดังจอมห้าวแห่งสภาฯยุคนี้ได้เป็นประธานคณะกรรมาธิการชุดไม่ธรรมดาเสียด้วย คือ ประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ฯ จริงๆ แล้วเป็นคณะที่พรรคเพื่อไทย ต้องการได้โควต้าไว้กับพรรคตัวเองมากที่สุด

แต่การที่ พรรคเพื่อไทย ที่มี ส.ส.ในสภาฯมากสุด เป็นพรรคใหญ่สุดของฝ่ายค้าน กลับยอมให้โควต้ากับพรรคเล็กๆ อย่าง เสรีรวมไทย แสดงให้เห็นถึงการที่ เพื่อไทย พยายามดันให้ เสรีพิศุทธิ์ ขึ้นมามีบททบาทนำในการโค่นล้มรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ได้ทุกช่องทาง

เอาแค่เวลานี้ ก็เห็นชัด ที่ฝ่ายพรรคเพื่อไทยหลบอยู่ข้างหลัง แล้วปล่อยให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ออกหน้าแทน ในการพยายามจะทุบกล่องดวงใจ พรรคพลังประชารัฐและรัฐบาล คือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์

เพียงแต่การออกหมัดของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ และพลพรรคเสรีรวมไทย ไม่ค่อยได้ผลมากนัก เพราะไม่มีการทำการบ้านอะไร

เห็นได้จาก การตั้งกระทู้ถามของ พล.ต.ท.วิศณุ ม่วงแพรศรี อดีตตำรวจ ลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กับกรณีเรื่องราวในอดีตสมัยมีคดีความที่ประเทศออสเตรเลีย ของผู้กองธรรมนัส

พบว่าหลายประเด็น พอ ธรรมนัส ชี้แจงไป เช่นเรื่องการเ ข้ากระบวนการ plea bargaining โดยที่ไม่เคยมีคำพิพากษาของศาลประเทศออสเตรเลีย ว่า ธรรมนนัส เกี่ยวข้องกับเรื่องยาเสพติด และชี้แจงได้ว่า เรื่องดังกล่าว เคยถูกกันเป็นพยานในคดีเพื่อเอาผิดผู้ต้องหาชาวออสเตรเลีย จนได้รับการลดโทษ เพราะได้ให้การช่วยเหลือในการสอบสวนในฐานะพยาน ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ทำให้ศาลมีคำพิพากษาคุมขังกักบริเวณ

ร.อ.ธรรมนัส ชี้แจงไป ฝ่าย พล.ต.ท.วิษณุ ม่วงแพรศรี ผู้ตั้งกระทูถาม ก็ไม่สามารถมีข้อมูลใหม่ หรือข้อมูลเด็ดอะไร มาหักล้างคำชี้แจงของ ธรรมนัส กลางสภาฯได้ โดยฝ่าย พล.ต.ท.วิษณุ ผู้ตั้งกระทู้ถาม ทำได้ก็แค่ใช้ข้อมูลจากสื่ออสเตรเลียเป็นหลักในการพยายามเล่นเกมดิสเครดิต ธรรมนัส

จนฝ่ายพล.ต.ท.วิษณุ ถูกมองว่า นอกจากไม่ทำการบ้านแล้ว ยังไม่พูดข้อเท็จจริงให้หมด โดยเฉพาะคำพิพากษาของศาลออสเตรเลีย จนหลายคนเริ่มพอเข้าใจระดับหนึ่งว่า บางเรื่องไม่เป็นอย่างที่ สื่อมวลชนประเทศออสเตรเลีย เพราะมีการนำเสนอข่าวที่ไม่ครบถ้วน

เห็นความพยายามเล่นบทตรวจสอบ ของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ และคนในพรรคเสรีรวมไทยกันแบบนี้แล้ว สังคม ก็ตั้งคำถามกันอย่างมากว่า ไปตรวจสอบแต่คนอื่นแล้วทำไม ทีคนในพรรคเดียวกัน กลับไม่เห็นตรวจสอบกันอย่างแข็งขันบ้าง

ถึงได้เกิดกรณี นายสุบรรณ มหาชนนท์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ของพรรคเสรีรวมไทย ถูกตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด ขยายผลจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด เหตุเกิดช่วงเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา

ยังไม่นับรวมกับบทบาทของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ และคนในพรรคเสรีรวมไทยในการเป็นฝ่ายค้านในสภาฯ เกือบสี่เดือนที่ผ่านมา หลายคนก็เห็นชัดว่า ไม่มีบทบาทอะไรเลยในการเป็นฝ่ายค้าน โดยเฉพาะบทบาทการตรวจสอบแนวใหม่ ที่ต้องแน่นด้วยเนื้อหา ข้อมูล ประเด็น ข้อกฎหมายในการอภิปราย

แต่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ และลูกพรรค ทำได้แค่ใช้สำนวนโวหาร เสียดสีในการอภิปราย แต่เบาหวิวเรื่องข้อมูลเพื่อสร้างน้ำหนักการอภิปราย

เลยทำให้หลายคน อดเป็นห่วงไม่ได้กับสไตล์การทำงานของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ในการเป็นประธานกรรมาธิการป้องกันทุจริตฯ เพราะหากใช้ช่องทางกรรมาธิการ ไปในทางการเมืองอย่างเดียว โดยเฉพาะการมุ่งเอาแต่จ้องจะทุบฝ่ายพรรครัฐบาล หรือใช้ช่องทางกรรมาธิการรับเรื่องร้องเรียนหรือเข้าตรวจสอบ เรื่องต่างๆ

โดยอ้างว่า เพื่อป้องกันการทุจริตฯ แต่ไม่มีการกลั่นกรอง ไม่มีการทำงานที่เป็นระบบ การทำงานของกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ แทนที่จะเป็น อาวุธหนัก ให้พรรคฝ่ายค้าน

ผลสุดท้าย อาจไม่เป็นโล้เป็นพาย หากประธานกรรมาธิการยังทำงานแบบการเป็นฝ่ายค้านในช่วงสี่เดือนที่ผ่านมา

เพราะลำพังแค่ การมารับบทประธานกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของสภาฯ ผู้คนก็ตั้งคำถามกันแล้วกับ ความเหมาะสมของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ที่ยังมีปัญหาบางเรื่องที่ยังเคลียร์ไม่จบ สังคมยังกังขา และยังเป็นประเด็น ให้บางฝ่ายนำไปเป็นประเด็นได้อยู่ตลอด

คงไม่จบแค่กรณี นายธีทัชฐ์ เกียรติลดารมย์ อดีตผู้สมัครส.ส.กทม. พลังประชารัฐ ไปแถลงข่าวที่รัฐสภา กล่าวหาพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ทำความผิดร้ายแรงต่อแผ่นดิน เคยถูกปลดออกจากราชการ ด้วยความผิดทำให้ประเทศชาติเสียหาย เช่น การเกี่ยวข้องกับโครงการจัดซื้อรถจักรยานยนต์ไทเกอร์ตำรวจ สมัยเป็น ผบ.ตร. เป็นต้น

ซึ่งกรณีการปลด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จากเก้าอี้ ผบ.ตร. หากจำกันได้ สมัยรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกฯได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่34/2551 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ และต่อมานำไปสู่การย้ายออกจากตำแหน่ง ผบ.ตร.

คำสั่งดังกล่าว ระบุเรื่องราวไว้ตอนหนึ่งว่า เป็นเพราะ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ถูกร้องเรียนกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง หลายกรณี เช่น เรื่องโครงการเช่ารถยนต์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือกรณีถูกร้องเรียนสั่งการโดยใช้ถ้อยคำที่มิบังควร และไม่เหมาะสมในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงานในบันทึกของกองสวัสดิการที่เสนอขอให้พิจารณา งดการแข่งขันกีฬาภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อปี 2551 ที่จัดขึ้นในระหว่าง วันที่ 21-28 มีนาคม 2551 เนื่องจากผู้เสนอเห็นว่า ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวอยู่ระหว่างไว้ทุกข์ตามมติคณะรัฐมนตรี หากจัดการแข่งขันกีฬาภายใน จะเป็นการไม่บังควร เป็นต้น

ทำให้ นายสมัคร แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน และต่อมามีการย้าย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ออกจากเก้าอี้ ผบ.ตร.

ที่น่าสนใจ ก็คือ ช่วงที่มีการเด้ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ทีมงานหน้าห้องของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ที่ออกมาให้ข่าวเรื่องการไม่ยอมรับคำสั่งเด้งออกจากเก้าอี้ ผบ.ตร. และเป็นทีมงานในการพยายามร้องเรียนว่า การย้ายดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ก็คือ นายศักดา ณรงค์ หรือ นายศักดาพินิจ ณรงค์ชาติโสภณ ที่เป็นที่ปรึกษากฎหมาย หรือทีมงานหน้าห้องของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ช่วงเป็น ผบ.ตร. โดยติดตามเป็นทีมงานที่ปรึกษาส่วนตัวมานานแล้ว ตั้งแต่ยังไม่ได้เป็น ผบ.ตร. ด้วยซ้ำ

ถามว่า ศักดาพินิจ เป็นใคร ?

คำตอบคือ คนที่คณะกรรมการป.ป.ช. เคยมีการสอบสวน และมีมติว่า นายศักดา ณรงค์ หรือ นายศักดาพินิจ ณรงค์ชาติโสภณ อดีตรองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และพวก มีความผิดทางอาญาฐานเป็นพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร

ซึ่งเรื่องดังกล่าว ล่าสุดศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษา เมื่อ 18 ม.ค.61 ในคดีที่อัยการ ยื่นฟ้อง อดีตผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของ ธอส. จำนวน สี่ คน โดยมีชื่อ นายศักดา หรือ ศักดาพินิจ เป็นจำเลยที่ 4 กรณีการปล่อยสินเชื่อโครงการแก่งหลวงคันทรี มารีน่า อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ของศาลคดีทุจริตฯ มีเนื้อหาโดยสรุปก็คือ กระบวนการอนุมัติสินเชื่อดังกล่าว ดำเนินการไปโดยมิชอบ มีการแทรกแซงจากอดีตผู้บริหาร ธอส. ทำให้ไม่มีการวิเคราะห์สินเชื่อโดยใช้วิจารณญาณและดุลยพินิจในการพิจารณา จนเกิดปัญหาการชำระหนี้ ทำให้ ธอส.ได้รับความเสียหาย 218,961,621 บาท

โดยแม้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาคดียกฟ้อง แต่ต่อมาอัยการได้ยื่นอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษากลับ โดยตัดสินว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง

ในส่วนของ นายศักดาพินิจ ศาลมีคำพิพากษาระบุว่า สมัยเป็น รอง กก.ผจก.ธอส. ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ของธนาคาร อนุมัติให้กู้เงินจากธอส.โดยขัดต่อระเบียบข้อบังคับของธนาคาร จึงให้จำคุก นายศักดาพินิจ เป็นเวลา 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา แต่ระหว่างนี้ นายศักดาพินิจ อยู่ในชั้นตอนการปล่อยตัว และสู้คดีชั้นฎีกาอยู่

ด้วยเหตุที่อดีตหน้าห้อง คนสนิทของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เคยมีประวัติ ต้องโทษคดีทุจริตร้ายแรงแบบนี้ ก็เลยทำให้แวดวงการเมือง เป็นห่วง เสรีพิศุทธ์ กับการทำงานในบทบาทการเป็นประธานกรรมาธิการป้องกันปราบปรามทุจริต




กำลังโหลดความคิดเห็น...