xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

งบท้องถิ่น"63รัฐฯ ปัน8.2แสนล้าน "งบประเทศ" ขอกันเพลิน 5.09 ล้านล้าน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


รายงานสุดสัปดาห์/ใหม่ โคราช

เห็นชอบและตีกลับให้ไปพิจารณาตัวเลขที่สูงเกินไปใหม่เรียบร้อยแล้ว หลังจากพบว่า ส่วนราชการได้ส่งคำของบประมาณทั้งสิ้น 5.09 ล้านล้านบาท สำหรับ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ตามที่สำนักงบประมาณเสนอ โดยกรอบงบประมาณอยู่ที่ 3.2 ล้านล้านบาท

คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อ 3 ก.ย. เห็นชอบในหลักการแล้ว ได้มอบหมายให้แต่ละกระทรวง และส่วนราชการทั้งหมด กลับไปปรับรายละเอียดแผนการใช้งบประมาณให้เหมาะสม โดยในเดือน ต.ค.62 จะมีการเสนอ ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่าย 2563 ให้ครม. พิจารณาอีกครั้ง และคาดว่าจะสามารถเสนอให้วุฒิสภาพิจารณาได้ภายในปลายปีนี้ หรืออย่างช้าที่สุดในช่วงต้นปี 63

สำหรับงบประมาณรายจ่ายประจำปี 63 แบ่งตามยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณ 7 ด้าน ได้แก่

ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง วงเงิน 4.28 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 13.4% ของงบประมาณทั้งหมด

ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันวงเงิน 3.8 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 11.8% ของงบประมาณทั้งหมด

ยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์วงเงิน 5.7 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 17.9% ของงบประมาณทั้งหมด

ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคมวงเงิน 7.66 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 23.9% ของงบประมาณทั้งหมด

ยุทธศาสตร์ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม วงเงิน 1.18 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 3.7% ของงบประมาณทั้งหมด

ยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐวงเงิน 5.04 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 15.8% ของงบประมาณทั้งหมด

รายการค่าดำเนินการภาครัฐวงเงิน 4.31 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 13.5% ของงบประมาณทั้งหมด
ทั้งนี้ หากจำแนกการจัดสรรงบประมาณออกเป็นรายกระทรวง พบว่าในปีงบประมาณ 63 งบประมาณที่มีการจัดสรรสูงสุด ได้แก่

งบกลางรายการสำรองจ่าย กรณีฉุกเฉินและจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งเป็นอำนาจการอนุมัติของนายกรัฐมนตรี ซึ่งจัดสรรเป็นวงเงินถึง 5.18 แสนล้านบาท รองลงมาคือ กระทรวงศึกษาธิการ 3.68 แสนล้านบาท กระทรวงมหาดไทย 3.53 แสนล้านบาท กระทรวงการคลัง 2.49 แสนล้านบาท กระทรวงกลาโหม 2.33 แสนล้านบาท

ส่วนกระทรวงที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณน้อยที่สุด ได้แก่ กระทรวงพลังงาน ได้ 2,158 ล้านบาท กระทรวงอุตสาหกรรม 5,363.8 ล้านบาท และกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา 6,071 ล้านบาท

ประเด็นนี้ นายเดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ชี้แจงว่าการจัดสรรงบประมาณในส่วนของงบกลางฯ ที่สูงถึง 5 แสนล้านบาท เนื่องจากเป็นงบประมาณรายจ่ายเพื่อเบี้ยหวัดบำนาญ ของข้าราชการที่จะเกษียณ รายจ่ายสำหรับการบรรจุ และรับข้าราชการบรรจุใหม่ ค่ารักษาพยาบาลข้าราชการที่เพิ่มขึ้น โดยในส่วนนี้เป็นวงเงินประมาณ 4 แสนล้านบาท โดยส่วนที่เป็นงบกลาง ที่อยู่ในความดูแลและเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี เพียง 9 หมื่นถึง 1 แสนล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงจากงบกลางในปีที่ผ่านมา

กลับมาที่หัวเรื่องว่าด้วย "งบประมาณอุดหนุนท้องถิ่นเพิ่มเติม ปีงบประมาณ 2563" ที่กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (กสถ.) กำลังจะชงเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น( ก.ก.ถ.) ที่มี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อพิจารณาในวันที่ 19 ก.ย.นี้

เป็นข้อเสนอเพื่อจัดตั้งงบประมาณเงินอุดหนุน "เพิ่มเติมใหม่" ให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563

หลังจาก กสถ. เห็นชอบตาม คณะอนุกรรมการด้านการเงิน การคลัง และงบประมาณ โดยมีข้อสังเกตเพิ่มเดิมกรณี กสถ. เสนอตั้ง "งบประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจรายการใหม่" ไปยังสำนักงบประมาณ ได้แก่

"โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว โครงการ อปท. ต้นแบบจัดการน้ำตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (ธนาคารนํ้าใต้ดิน) และโครงการส่งเสริมการเรียนรู้เด็กปฐมวัยห้องถิ่นไทยผ่านการเล่น" ซึ่งเป็นรายการที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ อปท. และเป็นภารกิจถ่ายโอน แต่ทั้งนี้ต้องไม่กระทบกับวงเงินอุดหนุนทั่วไปที่ อปท. ได้รับการจัดสรร

โดยเสนอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ให้กับ "เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลทุกแห่ง" (ยกเว้น องค์การบริหารส่วนจังหวัดและเทศบาลเมืองพัทยา) ซึ่งเป็นรายการเงินอุดหนุนที่ไม่เคยตั้งงบประมาณมาก่อน 2 รายการ งบประมาณ รวมทั้งสิ้น 716,484,120 บาท

โดยแบ่งเป็น "เงินอุดหนุนทั่วไป" เงินอุดหนุนสำหรับสนับสนุนโครงการเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชนให้กับ "เทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)" จำนวน 7,774 แห่ง งบประมาณ 454,001,600 บาท

"เงินอุดหนุนเฉพาะกิจ" เงินอุดหนุนสำหรับสนับสนุนโครงการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่การปฏิบัติจนเป็นวิถีชุมชนท้องถิ่นให้กับ เทศบาล / อบต. 7,774 แห่ง งบประมาณ 262,583,420 บาท

งบประมาณเพิ่มเติม ที่ กสถ.ขอเข้ามาเพิ่ม ก้อนแรก 454 ล้านบาทเศษ ให้เหตุผลว่า เนื่องจากอปท. มีหน้าที่ในการรักษาความสะอาดของถนน หรือทางเดิน และที่สาธารณะ รวมทั้งการกำจัดมูลฝอยและสิ่งปฏิกูล และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ตลอดจนจัดระบบบริการสาธารณะ เพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่น

ก้อนที่สอง 262 ล้านบาทเศษ "งบอบรม/จัดกิจกรรม" ให้เหตุผลว่า เป็นการสืบสาน รักษา และต่อยอคศาสตร์พระราชา และให้การขับเคลื่อนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถสร้างการรับรู้ไปสู่การปฏิบัติ จนเป็นวิถีชุมชนท้องถิ่น โดยจัดทำโครงการให้แก่ ผู้บริหาร บุคลากรของอปท. และประซาซน ในท้องถิ่นเขัาใจแนวทางและ สร้างองค์ความรู้

เมื่อเร็วๆ นี้ ก.ก.ถ.ได้เห็นชอบตามที่คณะอนุกรรมการด้านการเงิน การคลัง และงบประมาณ ให้กำหนดสัดส่วนรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ต่อรายได้สุทธิของรัฐบาล ในปีงบประมาณ 2563 ในอัตราร้อยละ 30 โดยคำนวณจากประมาณการรายได้ของรัฐบาล ตามแผนการคลังระยะปานกลาง ที่ครม. มีมติเห็นชอบ จำนวน 2,750,000 ล้านบาท ทำให้รายได้ของ อปท. คิดเป็น 825,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ประมาณการรายได้ของ อปท.ในปีงบประมาณ 2563 รวมทั้งสิ้น 825,000 ล้านบาท ประกอบด้วย รายได้ที่ อปท.จัดเก็บเอง 75,750.32 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 9.18 โดยประมาณการจากที่ อปท.จัดเก็บจริงในปีที่ผ่านมา รายได้ที่รัฐบาลจัดเก็บให้ 254,049.95 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 30.79 โดยประมาณการ จากอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และ อัตราเงินเฟ้อของประเทศ

รายได้ที่รัฐแบ่งให้จำนวน 130,011 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 15.76 โดยประมาณการจากอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และอัตราเงินเฟ้อของประเทศ เงินอุดหนุนที่จัดสรรให้แก่ อปท. 365,188.73 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 44.27 โดยเป็นส่วนที่รัฐจะต้องจัดสรรให้แก่อปท. เพื่อให้ อปท. มีสัดส่วนรายได้ในอัตรา ร้อยละ 30
ส่วนหลักเกณฑ์และแนวทางการตั้งงบประมาณเงินอุดหนุนของ อปท. ปีงบประมาณ 2563 โดยจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่ อปท. ให้แบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 กรุงเทพมหานคร กลุ่มที่ 2 เมืองพัทยา และ กลุ่มที่ 3 อบจ. เทศบาล และ อบต. โดยให้แต่ละกลุ่มได้รับการจัดสรรเพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2562 ในสัดส่วนที่เท่ากัน

ทั้งนี้ ให้กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และ อบจ. เสนอคำขอตั้งงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2563 โดยตรง สำหรับการตั้งงบประมาณ เงินอุดหนุน ให้แก่ เทศบาล และ อบต. ให้ตั้งงบประมาณผ่านส่วนราชการ ได้แก่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ส่วนการจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่ อบจ. เทศบาล และ อบต. ให้แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 อบจ. กลุ่มที่ 2 เทศบาล และ อบต. โดยให้แต่ละกลุ่มได้รับการจัดสรรเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่เท่ากัน

สำหรับการตั้งงบประมาณเงินอุดหนุนให้แก่ อบจ. แบ่งเป็นเงินอุดหนุนทั่วไป และเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ โดย “เงินอุดหนุนทั่วไป”เพื่อดำเนินการตามอำนาจและหน้าที่ให้ตั้งงบประมาณเพิ่มขึ้นจากที่ได้รับการจัดสรรในปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ในอัตราร้อยละ 10 ที่กำหนดวัตถุประสงค์การใช้จ่ายเงินเพื่อดำเนินการภารกิจต่างๆ ให้ตั้งงบประมาณตามรายการที่เคยได้รับการจัดสรรตามเป้าหมายและความจำเป็นในการใช้จ่ายเงิน สำหรับ “เงินอุดหนุนเฉพาะกิจ”ให้ตั้งงบประมาณสำหรับรายการ ที่เคยได้รับการจัดสรรตามเป้าหมาย และความจำเป็นในการใช้จ่ายเงิน

ทั้งนี้ การตั้งงบประมาณ เงินอุดหนุนให้แก่ เทศบาล และ อบต.ให้ กสถ. ตั้งงบประมาณเงินอุดหนุนทั่วไปและเงินอุดหนุนเฉพาะกิจเช่นเดียวกับของ อบจ.

ขณะที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ให้ตั้งงบประมาณ เป็นเงินอุดหนุนเพื่อเป็นแรงจูงใจในการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการท้องถิ่น ด้านสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ตั้งงบประมาณ เป็นเงินอุดหนุนโครงการตามแผนปฏิบัติการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในระดับจังหวัด

ตอนนั้น มีการขอตั้งงบประมาณเงินอุดหนุนให้แก่ อปท. ปีงบประมาณ 2563 เพิ่มเติม ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร ได้เสนอโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายนํ้าคลองเปรมประชากร จากคลองบางบัว ลงสู่แม่นํ้าเจ้าพระยา และโครงการจ้างที่ปรึกษาควบคุมการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำฯ เป็นโครงการตามยุทธศาสตร์ ที่ใช้งบประมาณจำนวนมากที่จะกระทบต่อสัดส่วนรายได้ของ อปท. การสนับสนุนงบประมาณ เพื่อดำเนินโครงการ ควรอยู่นอกกรอบวงเงินในสัดส่วนรายได้ของ อปท.

ขณะที่ กสถ.ได้เสนอตั้งงบประมาณเงินอุดหนนเฉพาะกิจ รายการใหม่ไปยังสำนักงบประมาณ ได้แก่ โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว โครงการ อปท.ต้นแบบจัดการนํ้าตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (ธนาคารนํ้าใต้ติน) และโครงการส่งเสริมการเรียนรู้เด็กปฐมวัยท้องถิ่นไทยผ่านการเล่น รวมถึงอีก 2 โครงการ วงเงินรวม 716 ล้านบาทเศษ ที่กำลังนำเข้าสู่ ก.ก.ถ. เพื่อขอความเห็นชอบในวันที่ 19 ก.ย.นี้.


กำลังโหลดความคิดเห็น...