xs
xsm
sm
md
lg

อย่าเล่นกับไฟ

เผยแพร่:   โดย: อ.สุดาทิพย์ จารุจินดา อินทร

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กับ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน
เป็นคำเตือนจากโฆษกสำนักกิจการฮ่องกง และมาเก๊าที่ตั้งอยู่ที่ปักกิ่ง สำหรับกลุ่มผู้ประท้วงด่านหน้า, ที่เป็นคนหนุ่มสาว (ส่วนใหญ่เกิดหลังการส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนสู่อ้อมอกแม่ในปี 1997)

พร้อมๆ กับคลิปวิดีโอแพร่ภาพแสดงการฝึกซ้อมการปราบจลาจลของหน่วยงานทางการจีน (ปักกิ่ง) เพื่อให้เห็นถึงความพร้อมสำหรับการสลายการชุมนุม ซึ่งน่าจะใช้ทั้งกระสุนยางและกระสุนจริง พร้อมคำให้สัมภาษณ์หนักแน่นของผบ.หน่วยปราบจลาจลว่า พวกเขาพร้อมสำหรับทำหน้าที่รักษาความสงบเพื่อแผ่นดินจีน

ก็ยังมีการชุมนุมประท้วงต่อไปที่ฮ่องกง แม้จะเริ่มช่วงเสาร์และอาทิตย์ แต่ในวันเปิดทำงานวันแรกคือวันจันทร์ที่ 5 สิงหา การประท้วงรุนแรงมีลักษณะดาวกระจายไปถึง 7 จุด ซึ่งเป็นพื้นที่ถิ่นธุรกิจ, และถิ่นนักท่องเที่ยว รวมทั้งการทำให้การคมนาคม (รถไฟใต้ดิน) เป็นอัมพาต ผู้คนจะเดินทางไปทำงานไม่ได้ เพราะแกนนำด่านหน้าผู้ประท้วงเป็นหนุ่มสาวไปนั่งขวางประตูรถไฟใต้ดินไม่ให้ปิดประตู แม้จะมีประชาชนที่ไม่ได้ร่วมประท้วง แสดงความไม่พอใจดุด่าที่เขาถูกขัดขวางไม่ให้เดินทางไปทำงานก็ตาม ซึ่งฮ่องกงก็เป็นอัมพาตไปทันที

คนไทยที่ฮ่องกงให้สัมภาษณ์สถานีทีวีในประเทศไทย มีผู้หญิงไทยคนหนึ่งเป็นประธานกลุ่มคนไทยที่มีนัดจะประชุมงานของกลุ่ม ก็บอกเลิกการนัดประชุมเพราะเดินทางไม่ได้ และเธอยังเล่าด้วยว่า ขนาดคนไทยยังต้องระมัดระวังตัว, โดยเฉพาะการสวมเสื้อผ้า-ต้องไม่แต่งชุดดำของผู้ประท้วงต่อต้านจีน หรือสวมชุดสีขาวที่เป็นพวกสนับสนุนจีนปักกิ่ง คือ ต้องสวมสีอื่นๆ เพื่อไม่ถูกลูกหลงนั่นเอง

ล่าสุดเมื่อวานนี้ Commissioner (กรรมาธิการ) ของกระทรวงต่างประเทศจีนที่ฮ่องกงออกมาแถลงว่า ฮ่องกงภายใต้อธิปไตยของประเทศจีน และทางการจีนจะตอบโต้ (Firmly Respond) ต่อปฏิบัติการใดๆ ที่คุกคามต่ออธิปไตยของจีน

และตอบโต้ต่อประธานสภาผู้แทนสหรัฐฯ แนนซี เพโลซี ว่า นักการเมืองสหรัฐฯ ควรต้องหยุดสมคบ (Collude) กับพวกแบ่งแยกดินแดน (Separatists) ที่กำลังยุยงปลุกปั่นและก่อการจลาจลอยู่ที่ฮ่องกง




นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ
ก่อนหน้านั้น มีการเคลื่อนไหวในสภาทั้งสองของสหรัฐฯ เรียกร้องให้ปธน.ทรัมป์ออกคำสั่งปธน.เพื่อห้ามสหรัฐฯ จำหน่ายอาวุธยุทโธปกรณ์ เช่น กระสุนปืน, กระสุนยาง, โล่สำหรับหน่วยปราบจลาจล รวมทั้งแก๊สน้ำตา เป็นสินค้าที่จะขายให้กับทางการฮ่องกง ด้วยเหตุผลที่อาวุธเหล่านี้ได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือปราบปรามประชาชนที่ออกมาประท้วงโดยสงบปราศจากอาวุธ

และมีแถลงการณ์ของประธานสภาผู้แทนสหรัฐฯ ประณามทางการฮ่องกง และจีนที่ละเมิดสัญญาที่จะให้สิทธิเสรีภาพชาวฮ่องกงอย่างเต็มที่ภายในกรอบ 1 ประเทศ 2 ระบบจนถึงปี 2047 (อีก 28 ปี)

ซึ่งทางการจีนถือว่าเป็นการแทรกแซงการเมืองภายในของจีน และจีนยอมไม่ได้

ขณะเดียวกัน การเรียกกลุ่มหนุ่มสาวชุดดำที่ยกระดับการประท้วงอย่างสงบเป็นอย่างรุนแรงว่าเป็นกลุ่ม “แบ่งแยกดินแดน” ด้วยการรุกคืบบุกเข้าไปทำลายสิ่งของในสภา และที่ทำการตัวแทน (Liaison Office) ที่ฮ่องกงของสำนักกิจการฮ่องกงและมาเก๊า โดยเฉพาะการดูหมิ่นเหยียดหยามต่อสัญลักษณ์ “ตราแผ่นดินจีน” ด้วยการพ่นสีหรือป้ายสีดำเป็นการไว้ทุกข์ และพยายามจะนำมาเหยียบย่ำทำลาย

ความจริง การประท้วงของกลุ่มต่อต้านจีนครั้งนี้ ได้รับชัยชนะไปแล้วตั้งแต่อาทิตย์ที่สอง (ต้นเดือนกรกฎาคม) เมื่อประธานแคร์รี่ แลม ออกมายอมเลื่อนการพิจารณาร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน และต่อมาอีก 2 อาทิตย์เธอก็บอกว่า ร่างกฎหมายนี้มัน “ตายไปแล้ว”

แต่กลุ่มต่อต้านจีนกลับไม่ฉลองชัยชนะ ทั้งๆ ที่ทางการฮ่องกงเป็นฝ่ายถอยกรูด และต่างกันการประท้วงปี 2014 คือ ที่ฝ่ายนักศึกษา (นำโดยโจชัว หว่อง และกลุ่มปัญญาชน) เป็นฝ่ายแพ้ต่อข้อเรียกร้องต้องการให้มีการเลือกตั้งโดยตรงต่อตำแหน่งประธาน (CEO) ของฮ่องกง

ฝ่ายหนุ่มสาวต่อต้านจีนกลับได้ทีขี่แพะไล่ เพราะเห็นผู้คนออกมาประท้วงถึง 2 ล้านคน (จากประชากร 7 ล้าน-คือประมาณ 25% ทีเดียว) และยกระดับประเด็นต่อต้านไปถึงเรียกร้องให้นางแคร์รี่ แลม ลาออก...และการชุมนุมเริ่มทวีความรุนแรงเกินกว่าการประท้วงอย่างสงบคือ บุกเข้าสภาและซ้อมตำรวจจนบาดเจ็บสาหัส

ทางการจีนยิ่งกลับออกมาให้การสนับสนุนประธานแคร์รี่ แลม อย่างเข้มข้น

การประท้วงรุนแรงที่สุดของเกาะฮ่องกงครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางการทำสงครามการค้าอย่างดุเดือดระหว่างจีนและสหรัฐฯ

ซึ่งทั้งสองฝ่ายอาจกำลังวัดใจกันว่า ถ้ามีการปราบปรามรุนแรงจากทางการจีนจะนำสู่การคว่ำบาตรทางการค้ากับจีนหรือไม่ ดังที่เคยเกิดขึ้นหลังการปราบรุนแรงที่จัตุรัสเทียนอันเหมินเมื่อ 30 ปีที่แล้ว

สำหรับจีน คงอ่อนข้อให้ฝ่ายเสื้อดำท้าทายอำนาจและเสถียรภาพของประเทศต่อไปไม่ได้อีกแล้ว เพราะทำให้กลุ่มต่อต้าน (แบ่งแยกดินแดน) ในหลายแห่งของจีน ทั้งที่ซินเจียง, ทิเบต, ไต้หวัน จะได้ใจมากขึ้น

แต่จะทำอย่างไรให้การปราบปรามกลุ่มต่อต้านจีนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และเสียเลือดเนื้อน้อยที่สุด พร้อมๆ กับความเป็นไปได้ที่อาจต้องเปลี่ยนตัว CEO ของฮ่องกง, (หลังการปราบปราม) เพื่อให้ดูว่าทางการจีนก็ยอมถอยให้เช่นกัน เป็นสิ่งที่จะต้องติดตามด้วยใจระทึก
นางแคร์รี่ แลม ประธานเกาะฮ่องกง
กำลังโหลดความคิดเห็น...