xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

ปฏิรูปตลาดในพื้นที่กทม.มูลค่าพันล้าน

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้จัดการสุดสัปดาห์ -จากปัญหาตลาดนัดในพื้นที่ของกทม.ในปีที่ผ่านมา หลายๆ ประเด็น มาวันนี้ประกาศใช้แล้ว สำหรับข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ที่เข้ามาควบคุม "สำนักงานตลาดกรุงเทพมหานคร" พ.ศ. 2562 โดยเป็นการปรับปรุงข้อบัญญัติฯว่าด้วย "สำนักงานตลาด" และแก้ไขเพิ่มเติมข้อบัญญัติฯ เรื่อง สำนักงานตลาด พ.ศ.2534 เพื่อให้สำนักงานตลาดกทม. เข้ามามีอำนาจหน้าที่ครอบคลุมถึงตลาดนัดหรือตลาดอื่นๆ ที่จัดตั้งขึ้นตามระเบียบ กทม. ว่าด้วยการบริหารงานตลาดนัดกทม. โดยควบรวม "กองอำนวยการตลาดนัด กทม. และตลาดนัด " ที่อยู่ในกำกับดูแล เข้าเป็นหน่วยงานใน " สำนักงานตลาด" แห่งเดียว ใช้งบประมาณแห่งเดียว ซึ่งกทม. หวังว่า เพื่อประโยชน์ในการบริหารกิจการซึ่งมีลักษณะตลาดที่เหมือนกันให้อยู่ภายใต้หน่วยงานเดียวกัน

หน่วยงานนี้ จะยกฐานะเป็นหน่วยงานพาณิชย์ของกทม. อันจะเป็นประโยชน์แก่ประชาชนผู้มาใช้บริการ

หลังจากตลาดหลักๆ ใน กทม. 8 แห่ง ได้แก่ ตลาดประชานิเวศน์ 1 ตลาดเทวราช ตลาดหนองจอก ตลาดบางกะปิ ตลาดรัชดาภิเษก ตลาดสิงหา ตลาดอรุณอัมรินทร์ และตลาดพระเครื่องวงเวียนเล็ก ซึ่งอยู่ในกำกับดูแลของ "สำนักงานตลาด กทม." ที่ปัจจุบันได้เข้ามาบริหาร "ตลาดนัดจตุจักร 1" หรือตลาดหมอชิต มูลค่ากว่าพันล้านบาท ต่อจาก รฟท. เมื่อ 2 ปีที่แล้ว รวมถึงตลาดธนบุรี (สนามหลวง 2)เช่นกัน

ส่วน "ตลาดนัดจตุจักร 2" หรือ ตลาดเมืองมีนบุรี ที่ใช้งบประมาณจัดสร้างกว่า 129 ล้านบาท ที่เดิมสังกัดของ "กองอำนวยการตลาดนัด" หลัง ผู้บริหารกทม.พบว่า "ประสบสภาวะขาดทุนอย่างหนัก"

เมื่อมีบัญญัติฉบับนี้ และที่ผ่านมา ได้มีการหารือร่วมกันในการปรับโครงการประกอบกับ "กองอำนวยการตลาดนัด" มีจำนวนเจ้าหน้าที่มากเกินความจำเป็น
ตามข้อบัญญัติ จึงให้ "ยุบรวม" กองอำนวนการตลาดนัด กทม. มาอยู่กับสำนักงานตลาด กทม. เพื่อจัดตั้งเป็นการพาณิชย์ของ กทม.

หากย้อนหลังไป 5 ปี ตามข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายฯ จะพบว่า สำนักงานตลาดฯมีงบประมาณจัดสรรเน้นการบริหารจัดการตลาดในปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 ได้รับการจัดสรร 125 ล้านบาท ปีงบฯ 59 ได้รับจัดสรร 150 ล้านบาท ปีงบฯ 60 ได้รับจัดสรร 287 ล้านบาท ปีงบฯ 61 ได้รับจัดสรร 190 ล้านบาท และ ปีงบฯ 62 ได้รับจัดสรร 171.6 ล้านบาท

กลับมาดู ที่ข้อบัญญัติฉบับนี้ ที่ได้ผ่านความเห็นชอบของสภากทม. แล้วเมื่อปลายปีที่ผ่านมา มีทั้งสิ้น 4 หมวด 28 ข้อ เป็นการยกเลิก ข้อบัญญัติฯ เรื่อง สำนักงานตลาด พ.ศ. 2534 และข้อบัญญัติฯเรื่อง สำนักงานตลาด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2536 ซึ่งจะมี "ผู้ว่าฯกทม." รักษาการตามข้อบัญญัติฯนี้ ให้มีอำนาจออกข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่งตาม หมวด 1 บททั่วไป ข้อ 6 ระบุว่า ให้ กทม. เข้ามาดำเนินการพาณิชย์ว่าด้วยสำนักงานตลาด

โดยมีวัตถุประสงค์ จัดสร้างหรือจัดให้มีตลาดให้เหมาะสมแก่สภาพของชุมชน ,ปรับปรุงตลาดที่มีอยู่แล้วให้ถูกสุขลักษณะและทันสมัย ,ส่งเสริมตลาดเอกชน ,ส่งเสริมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์และสินค้าที่ผลิตในประเทศ จัดการและควบคุมการให้บริการเกี่ยวกับตลาด ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับตลาด ควบคุมดูแลราคาสินค้าที่จาหน่ายในตลาดให้เป็นธรรม และส่งเสริมการประกอบอาชีพ

ข้อ 7 ให้สำนักงานตลาดมีหน้าที่และอำนาจ ดำเนินกิจการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ,สร้าง ซื้อ จัดหา จำหน่าย ยืม ให้ยืม เช่า ให้เช่า เช่าซื้อ ให้เช่าซื้อ ถือกรรมสิทธิ์ ครอบครอง หรือดำเนินงานเกี่ยวกับเครื่องใช้ บริการ หรือทรัพย์สินอันเกี่ยวกับตลาดในนามของกทม. ทำการค้าและขนส่งสินค้า ,วางระเบียบในการจัดตลาด ,ดำเนินงานตามนโยบายของกทม. ,กู้เงิน ยืมเงิน หรือทำการเบิกเงินเกินบัญชีจากธนาคารหรือสถาบันการเงินหรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการกทม.เพื่อเป็นทุนดำเนินกิจการสำนักงานตลาดในนามของกทม. โดยความเห็นชอบจากสภากทม. และยืมเงินสะสมของกทม.เพื่อใช้ในกิจการของสำนักงานตลาด

หมวด 2 ว่าด้วย "คณะกรรมการ" ตาม ข้อ 8 ให้มีคณะกรรมการจำนวนไม่เกินเก้าคน ประกอบด้วย กรรมการโดยตำแหน่งจำนวนสามคน ได้แก่ ปลัดกทม. หรือรองปลัดฯที่ได้รับมอบหมาย ผู้อำนวยการสำนักการคลัง และผู้อำนวยการสำนักงานตลาด

มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถด้านการเงินหรือการคลังหรือการบริหารธุรกิจหรือเศรษฐศาสตร์หรือกฎหมายหรือด้านอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการบริหารกิจการของสำนักงานตลาดที่ ผู้ว่าฯกทม.แต่งตั้งจำนวนไม่เกินหกคน โดยในจำนวนนี้ เมื่อรวมกับกรรมการในตำแหน่งแล้วจะต้องเป็นข้าราชการจำนวนไม่เกินสามคน**

ข้อ 9 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ระบุว่า ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม "ไม่เป็นข้าราชการการเมืองหรือดำรงตาแหน่งในทางการเมือง ไม่เป็นกรรมการพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง และไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในสัญญากับสำนักงานตลาด หรือในกิจการที่กระทำให้แก่สำนักงานตลาด หรือในกิจการที่มีสภาพอย่างเดียวกันและแข่งขันกับสำนักงานตลาด ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม

ข้อ 10 ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอยู่ในตาแหน่งคราวละสี่ปี และสามารถได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการได้ไม่เกินสองวาระติดต่อกัน หรือดารงตาแหน่งรวมกันไม่เกินแปดปี

ข้อ 12 ให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจ กำหนดนโยบายการบริหาร เห็นชอบแผนการดำเนินงานของสำนักงานตลาด ,ให้ความเห็นชอบคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีและงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ,ติดตามและตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายของสำนักงานตลาด ,อนุมัติแผนการเงินและแผนการลงทุนของสำนักงานตลาดโดยคำนึงถึงความคุ้มค่าของการลงทุน ควบคุมการดำเนินงานของสำนักงานตลาด , ประเมินผลการดาเนินงานของสำนักงานตลาด พร้อมปรับแผนการดำเนินงานให้เหมาะสม ,จัดให้มีการตรวจสอบบัญชี การเงิน พัสดุ และทรัพย์สินของสำนักงานตลาด โดยให้รายงานการตรวจสอบบัญชี พร้อมทั้งงบดุล และรายงานประจำปีเสนอผู้ว่ากทม. รวมทั้ง สามารถจัดสรรเงินกำไรสุทธิประจำปีของสำนักงานตลาด เพื่อจ่ายเป็นเงินบาเหน็จรางวัลแก่คณะกรรมการ พนักงาน เป็นต้น

หมวด 3 "การบริหารและดำเนินกิจการ เริ่มจากข้อ 15 ให้สำนักงานตลาดมี "ผู้อำนวยการ" คนหนึ่ง ซึ่งมาจากการจ้างเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินงานและเป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานสานักงานตลาด ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมการ มีระยะเวลาคราวละไม่เกินสี่ปี มีหน้าที่บริหารกิจการของสำนักงานตลาด ให้เป็นไปตามกฎหมายวัตถุประสงค์ โดยผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการสรรหาผู้อำนวยการฯ ที่ผู้ว่ากทม.แต่งตั้ง

หมวด 4 "บทเฉพาะกาล" ในข้อ 23 ให้ยุบกองอำนวยการตลาดนัด กทม. และให้โอนบรรดากิจการ สิทธิและทรัพย์สินหนี้ ภาระผูกพัน รวมทั้งรายรับและรายจ่าย เป็นของ "สำนักงานตลาด" ตามข้อบัญญัตินี้ โดยต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ข้อบัญญัตินี้ใช้บังคับ รวมถึงโอนพนักงาน ลูกจ้างประจำหรือลูกจ้างชั่วคราว ของกองอำนวยการตลาดนัด กทม.ที่มีอยู่

โดยให้ได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับพนักงานของสำนักงานตลาด เว้นแต่อัตราค่าจ้างให้ได้รับตามอัตราค่าจ้างเดิมจนกว่าจะมีการปรับโครงสร้าง

ข้อ 26 ในหมวดเฉพาะกาลนี้ ยังให้คณะกรรมการดำเนินการกำหนด "โครงสร้างใหม่ของสำนักงานตลาด" เพื่อรองรับการควบรวมกิจการตามข้อบัญญัตินี้ ทั้งหน่วยงานภายใน กรอบอัตรากาลัง ตำแหน่งพนักงานและพนักงานชั่วคราว เป็นต้น ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวัน นับแต่วันที่คณะกรรมการเข้ารับหน้าที่

ท้ายสุดให้ผู้ว่า กทม. แต่งตั้งผู้อำนวยการโดยเร็ว นับแต่วันที่ข้อบัญญัติรนี้มีผลบังคับใช้ โดยให้ผู้อำนวยการแต่งตั้งผู้บริหารอื่นและเจ้าหน้าที่อื่นที่จำเป็น
นอกจากนั้น จะต้องแต่งตั้งคณะกรรมการให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ข้อบัญญัติฯ นี้ใช้บังคับ

ประเด็นการยุบ "กองอำนวยการตลาดนัด กทม. ย้อนกลับไปปี 2553 ผู้ค้าในตลาดนัดจุตจักร เคยตั้งข้อสังเกตว่า "กองอำนวยการตลาดนัด กทม. ตั้งขึ้นตามพ.ร.บ.บริหารราชการกทม. พ.ศ.2518 ไม่มีสถานะรับรองตามกฎหมาย ซึ่งยกเลิกการใช้ไปแล้ว อีกทั้ง ไม่มีสถานะเป็นหน่วยงานการพาณิชย์ของกทม. ขณะที่ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้เข้ามาตรวจสอบความโปร่งใสโดยเฉพาะรายได้ของตลาดนัดทั้งหมดของ กทม.

ขณะเดียวกัน นอกจากควบรวมกองอำนวยการตลาดนัดและสำนักงานตลาดเข้าด้วยกันแล้วกทม.ยังอาจจะมีการปรับปรุงหน่วยงานการพาณิชย์อื่นๆ อาทิ สำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย ซึ่งขาดทุนทุกปี ทำให้ต้องตั้งงบอุดหนุนกว่าปีละ 80 ล้านบาท รวมทั้งโครงสร้างการบริหารงานก็มีปัญหาเช่นเดียวกับสถานธนานุบาลกทม. ที่ถึงแม้จะสร้างรายได้ให้กับกทม.แต่ก็ยังมีปัญหาการบริหารจัดการ เพื่อคุ้มทุนมากกว่านี้.