ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - ๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๒ ถือเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาครั้งแรกใน “สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี” หลังจากที่ “พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว” มีพระบรมราชโองการประกาศสถาปนาในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก วันที่ ๔ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระนามเดิมว่า สุทิดา ติดใจ พระราชสมภพ เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๒๑ ทรงสำเร็จการศึกษาหลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต จากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เมื่อปี ๒๕๔๓ ก่อนที่จะทรงเข้าทำงานเป็นพนักงานต้อนรับของการบินไทย
ทั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระปรีชาสามารถด้านการทหาร โดยทรงผ่านหลักสูตรการฝึกต่างๆ มากมาย เช่น หลักสูตรยิงปืนของรบพิเศษ ยิงปืนฉับพลัน เป้าเคลื่อนไหว และ การชิงตัวประกัน การยิง ในCQB : Close Quarters Battle
นอกจากนั้น ยังทรงผ่านหลักสูตรส่งทางอากาศของหน่วยรบพิเศษ โดยทรงทำการกระโดดร่ม ๕ ครั้ง จากเครื่องบิน ตามหลักสูตร ของ ร.ร.สงครามพิเศษ รวมทั้งทรงผ่านหลักสูตรส่งทางอากาศนาวิกโยธิน(นย.) ด้วยการกระโดดร่มลงทะเลในเวลากลางคืนที่สัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งที่ผ่านมา นย.ไม่เคยมีการฝึกมาก่อน เพราะกระโดดแต่ตอนกลางวัน พระองค์จึงทรงเป็นนายทหารและนายทหารหญิงที่ทำการฝึกหลักสูตรนี้ เป็นพระองค์แรกของ นย.
ที่สำคัญคือทรงมีความแข็งแรง และแข็งแกร่ง ทั้งร่างกาย และจิตใจ ทรงตั้งพระทัยในการฝึกจนได้รับคำชมเชย จากครูฝึกในทุกหลักสูตร
ขณะเดียวกันในฐานะ นายทหารราชองครักษ์หญิง และ ทหารรักษาพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้ทรงเข้ารับการอบรมหลักสูตรทางการทหารของทหารรักษาพระองค์(ร.อ.) เช่น หลักสูตร Combat Qualifying Course Jungle Warfare หรือที่เรียกกันว่า “ทุติยนารีราชวัลลภ”
รวมทั้งหลักสูตรส่งกำลังบำรุงทางอากาศ หลักสูตรชั้นนายพันของ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์(นถปภ.รอ.) ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็น ผบ.นถปภ.รอ. ด้วยพระองค์เอง
นอกจากนี้ เมื่อครั้งที่ทรงเป็น ผู้บังคับการกรม “ราชวัลลภเริงระบำ” Hop to the bodies slams ทรงนำกำลังพล ๔ กองพัน แสดงการทหารประกอบดนตรีท่าพระราชทาน ในการฝึก เมื่อ ๑๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ ซึ่งเป็น “วันราชวัลลภ” ด้วยความยาว ๔๕ นาที เฉพาะพระพักตร์ ที่ ร.๑ รอ.ขณะนั้นทรงดำรงพระยศ พลตรี
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีพระนามย่อที่ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เรียกขาน ว่า S.V. : Suthida Vajiralongkorn na Ayudhya
ไม่เพียงเท่านั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ยังได้เข้ารับการฝึกบินขั้นต้นด้วยเครื่องบิน CT-4E ของกองทัพอากาศหรือที่รู้จักกันดีว่า Chickenโดยได้อบรมวิชาภาคพื้นก่อนทำการบิน เมื่อ ๒๒-๓o มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๔ รวม ๓๖ ชั่วโมงบิน จากนั้น ฝึกบินภาคอากาศอีกจำนวน ๒๔ เที่ยวบิน รวม ๓๘.๓๕ ชั่วโมงบิน โดยทำการบินเดี่ยว ปล่อย Solo ๒๕ นาที และเมื่อทรงจบการฝึก กองทัพอากาศได้ทูลเกล้าฯ ถวาย หมวก ผ้าพันคอ และ Patch
จากนั้น ในเดือน เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๕ พระองค์ได้ทำการฝึกบิน เครื่องบินฝึกขับไล่ แบบ ๑๙ หรือ PC - ๙ ของโรงเรียนการบินกำแพงแสน โดยอบรมวิชาภาคพื้นก่อนทำการบิน รวม ๒o ชั่วโมงและ ฝึกบินภาคอากาศ จำนวน ๕๗ เที่ยวบิน ๗๘.๑ ชั่วโมงบิน
หลังจากฝึกบินจบ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้นำคณะเข้าทูลเกล้าฯ ถวาย ปีกนักบิน ทอ. ใบประกาศนียบัตรนักบิน ทอ. ชุดปาร์ตี้สูท และ PATCH ผ้าพันคอ และ หมวก
รวมแล้วทรงรับการอบรมวิชาภาคพื้นก่อนทำการบินทั้ง ๒ แบบ รวม ๕๖ ชั่วโมง รวมฝึกบินภาคอากาศทั้ง ๒ แบบ จำนวน ๘๑ เที่ยวบิน เป็น ๑๑๖.๖๔๕ ชั่วโมงบิน
ทั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ตั้งพระราชหฤทัย ที่จะทำการฝึกบินต่อ ด้วยเครื่องAlpha Jet เมื่อ ๒ ปีที่แล้ว แต่ด้วยพระราชกรณียกิจ มากมาย จึงทรงยังไม่มีเวลา มาทำการฝึกบินต่อ แต่ก็ถือว่า พระองค์ทรงเป็นนักบินหญิงคนแรกที่ฝึกบินกับ กองทัพอากาศ
นอกจากนี้ ทรงเข้ารับการศึกษา หลักสูตรการศึกษาทางทหาร เช่น รร.เสนาธิการทหารบก รุ่นที่ 91 ได้รับพระราชทานเข็มเสนาธิปัตย์ และ ทรงศึกษาหลักสูตร วิทยาลัยการทัพบก รุ่นที่59 เป็นต้น
และในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เสด็จเลียบพระนคร ๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบทหารมหาดเล็กราชวัลลภ รักษาพระองค์ พร้อมทรงปลอกราชองครักษ์ในพระองค์ ในริ้วขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค โดยเสด็จพระราชดำเนิน เคียงข้างพระราชยานพุดตานทองของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี” ตลอดตั้งแต่ต้นจนจบพระราชพิธีอย่างสง่างาม
ที่สำคัญคือ เป็นการปฏิบัติพระราชภารกิจที่ต้องมี “ความเข้มแข็ง” และมี “ความอดทน” เป็นอย่างมากด้วยต้องใช้เวลานานถึงเกือบ ๗ ชั่วโมง ในระยะทาง ๗ กิโลเมตร ซึ่งสร้างความประทับใจแก่ปวงพสกนิกรที่ได้ชื่นชมพระบารมีเป็นอย่างมาก
นอกจากนั้น ก่อนหน้านี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ยังได้ทรงปฏิบัติหน้าที่ “ผู้บังคับแถวแซงเสด็จ” ในริ้วขบวน ในการพระราชพิธีพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร อีกด้วย
สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงได้รับยศทางทหารเป็นร้อยตรีหญิงเมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓ และมีการเลื่อนยศขึ้นในเวลาต่อมาเป็นระยะ กระทั่งเมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๙ ทรงได้รับพระราชทานแต่งตั้งเป็น พล.อ.หญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา
โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เคยดำรงตำแหน่งสำคัญๆ ทางการทหารมากมาย ได้แก่รองผู้บังคับการโรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ และผู้บังคับการ หน่วยฝึกทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ สํานักผู้บัญชาการทหารสูงสุด,นายทหารปฏิบัติการพิเศษ สํานักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ สํานักผู้บัญชาการทหารสูงสุด (อัตราพลตรี),เป็น เสนาธิการหน่วยทหารมหาดเล็ก ราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตราพลตรี),ราชองครักษ์เวร,นายทหารปฏิบัติการพิเศษสํานักงานนายทหารปฏิบัติการพิเศษ ในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัย รักษาพระองค์ (อัตรา พลโท),รองผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลเอก),รองสมุหราชองครักษ์ กรมราชองครักษ์ ,รองสมุหราชองครักษ์ กรมราชองครักษ์ ดํารงตําแหน่ง รองผู้บัญชาการ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลเอกพิเศษ)
และเมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสตามกฎหมายและราชประเพณี และโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็น สมเด็จพระราชินีสุทิดา โดยมีสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี และพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี เป็นพยานในการลงพระปรมาภิไธยและพระนามาภิไธยในทะเบียนราชาภิเษกสมรส ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
ประกาศสถาปนาสมเด็จพระราชินีที่ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ ๑๓๖ ตอนที่ ๑๑ ข มีความว่า “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับพลเอกหญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา ถูกต้องตามกฎหมาย และราชประเพณีโดยสมบูรณ์ทุกประการแล้ว จึงมีพระราชโองการให้สถาปนา พลเอกหญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา พระอัครมเหสี เป็น สมเด็จพระราชินีสุทิดา ทรงดำรงตำแหน่งพระอิสริยยศ ฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ ๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน”
วันรุ่งขึ้น (๒ พฤษภาคม) สมเด็จพระราชินีสุทิดาตามเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปถวายราชสักการะพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า ซึ่งเป็นการเสด็จฯ ไปประกอบพระราชกรณียกิจร่วมกันของทั้งสองพระองค์เป็นครั้งแรกในฐานะสมเด็จพระราชินี
จากนั้นในวันที่ ๔ พฤษภาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีพระบรมราชโองการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ดังความว่า “...โดยที่ทรงพระราชดำริว่า ตามราชประเพณีสืบมาแต่โบราณ เมื่อสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ บรมราชาภิเษกแล้ว ย่อมโปรดให้สถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศสมเด็จพระอัครมเหสี ขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมราชินี และในครั้งนี้ก็มีพระราชหฤทัยประสงค์ที่จะให้เป็นไปตามโบราณราชประเพณีนั้น จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศสถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศ สมเด็จพระราชินีสุทิดา ขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ให้มีพระเกียรติยศสมบูรณ์ตามราชประเพณีดังกล่าวนั้น จงทุกประการ ขอพระอานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และเทพเจ้าทั้งหลาย จงดลบันดาลอภิบาลรักษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ให้ทรงเจริญพระชนมายุ พรรณ สุข พล ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ สรรพสิริสวัสดิพิพัฒนมงคล อัฐวิบูลย์มนูญผล สกลเกียรติยศ เดชานุภาพมโหฬาร ทุกประการ เทอญฯ”
ทั้งนี้ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาแห่งใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท วันที่ ๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๒ พสกนิกรชาวไทยขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคล ขออานุภาพแห่งพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล ปกอภิบาลประทานพรให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทเจริญด้วยจตุรพิพิธพรพิพัฒน์สวัสดิมงคล พระชนมายุยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ สถิตเป็นมิ่งขวัญแห่งปวงประชาสถาพรตราบกาลนาน.
ขอขอบคุณข้อมูล
- กองทัพอากาศ
- วาสนา นาน่วม


