xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

กฎหมายท้องถิ่น6ฉบับ ยาแรงสำหรับอปท.จริงหรือ ?

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - หลายปีก่อนคนในรัฐบาลคสช. เคยออกมาแฉถึงพฤติกรรมการผลาญงบของ "องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น" หรือ อปท. ทั้งการจัดรายการท่องเที่ยวสุดหรูในต่างประเทศ การแสดงตัวกร่างบนเครื่องบิน สวาปาม รับประทานไวน์ขวดละเป็นแสนบาท นั่งเครื่องชั้นเฟิร์สคลาส สร้างบ้านเป็นคฤหาสน์ ผูกขาดการประมูลงานรับเหมาก่อสร้างในพื้นที่ ถึงขั้นพยายาม กำหนดยาแรง พิจารณาควบคุมจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในทุกๆ ปี

ขณะที่ "กระทรวงมหาดไทย" หน่วยงานต้นสังกัด อปท. ก็พยายามที่เสนอมาตรการทางกฎหมาย ทั้งการกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมใน พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่น เกี่ยวกับคุณสมบัติผู้จะสมัครเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น และนายกเทศมนตรี หรือผู้บริหารท้องถิ่น

จำได้ว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ให้ความสนใจ โดยมีการออกคำสั่ง ฉบับที่ 88/2557 แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาความเหมาะสม การจัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณนั้น จากเดิมที่ให้เป็นอำนาจของ"คณะกรรมการกระจายอำนาจ" จึงกลายเป็น คสช. เข้ามาควบคุมเงินอุดหนุนอปท.

ในคราวนั้น คสช. มีข้อมูลว่าในงบประมาณอุดหนุนฯ อปท.ทั่วประเทศปีละ 2 แสนล้านบาทนั้น กว่า 30% หรือคิดเป็นเงิน 6 หมื่นล้านบาท ถูกหักเป็นค่าหัวคิวให้กับนักการเมืองทั้งระดับท้องถิ่น และระดับชาติ

อปท. ถูกมองว่า เป็นฐานสำหรับการเคลื่อนไหวทางการเมือง

ตลอด 4-5 ปีทีผ่านมามีการ “ออกแบบจุดรั่วไหล”เพื่อป้องกันการ “ฉกฉวย”งบประมาณแผ่นดิน ถึงขั้นมีข้อเสนอให้“ยุบทิ้ง”จนนำมาสู่การแช่แข็ง อปท. ด้วย มาตรา 44 ระงับการปฏิบัติงานของผู้บริหารอปท.หลายแห่งทั่วประเทศ จนถึงปัจจุบัน ทำให้นักการเมืองท้องถิ่นหลายคนถวิลหา ว่า เมื่อไร จะมีการเลือกตั้งท้องถิ่นหนอ

ล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 16 เม.ย.62 ได้เผยแพร่ พ.ร.บ.องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 6 ฉบับ ประกอบด้วย พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 , พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2562 พ.ร.บ.เทศบาล (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2562, พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 , พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2562 และ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562

เมื่อต้นเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้เวียนหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้ว่าฯ นายอำเภอ รวมถึง ปลัดอปท. ได้ศึกษาสาระสำคัญของ ร่าง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ... หลังจาก สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) มีหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทย ขอให้หน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมในการจัดเลือกตั้งท้องถิ่น เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการศึกษาและทำความเข้าใจในเบื้องต้น ก่อนที่จะมีการประกาศใช้กหมาย

ขณะที่กฎหมายฉบับอื่นๆ ก็มีความชัดเจน“โดยเฉพาะประเด็นการได้มาของผู้บริหารท้องถิ่น”ตามที่เคยปรากฏเป็นข่าวมาแล้ว จะมีความชัดเจนอย่างไร อย่างกฎหมายที่เกี่ยวกับกทม. ระบุถึงสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร โดยกำหนดให้มีเขตละ 1 คน แต่ถ้าเขตใดมีราษฎรเกิน 150,000 คน ให้มี ส.ก.เพื่ออีก 1 คน และถ้าเศษเกิน 75,000 คนก็ให้มี ส.ก. เพิ่มขึ้นอีก 1 คน

ในมาตรา 24 ของกฎหมาย ระบุว่า“ให้ดำเนินการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

ในระหว่างที่กฎหมายตามวรรคหนึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับ มิให้นำ มาตรา 71 -80 แห่งพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 มาใช้บังคับ”

ซึ่งมาตราดังกล่าว ระบุถึง สภาเขต คุณสมบัติสมาชิกสภาเขต การเลือกตั้ง และอำนาจหน้าที่ของสภาเขต เท่ากับว่า ตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้จะยังไม่ให้มีการเลือกตั้ง ส.ข.จนกว่าจะมีการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ

ส่วนกฎหมาย เลือกตั้งท้องถิ่น ทั้ง อบจ. เทศบาล และ อบต.ที่่น่าสนใจ และยังคงประเด็นนั้นๆ ไว้ ได้แก่

ประเด็นว่าด้วย "ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย" ต้องการป้องกันผู้รับเหมา เข้ามาหาผลประโยชน์

กฎหมาย อบจ. มีหลักการว่า ให้ยกเลิกความใน (3) ของวรรคหนึ่งในมาตรา 44/3 แห่งพ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ 3) และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"(3) เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในสัญญาหรือกิจการที่กระทำหรือจะกระทำกับหรือให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้น หรือมีส่วนได้เสียในสัญญาหรือกิจการที่กระทำหรือจะกระทำกับหรือให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น โดยมีพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าเป็นการต่างตอบแทนหรือเอื้อประโยชน์ส่วนตนระหว่างกัน ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม"

เช่นเดียวกับ กฎหมายเทศบาล หรือ พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล กำหนดไว้เช่นกัน

ทั้งนี้ การแก้ไขเพิ่มเติม (3) ส่งผลให้นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และคณะผู้บริหาร พร้อมด้วยสมาชิกสภาท้องถิ่น ต้องห้ามเป็นคู่สัญญา หรือมีส่วนได้เสียในสัญญากับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ในลักษณะต่างตอบแทนหรือเอื้อประโยชน์แก่กัน ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม

  "โดยห้ามบุคคลที่เคยล้มละลาย เคยพัวพันการทุจริต มีผลประโยชน์ทับซ้อนกับตำแหน่ง ทั้งการรับเหมา การมีกิจการค้าที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อ จัดจ้างทุกรูปแบบ"

อีกประเด็นใหม่ "ให้ถือเขตหมู่บ้านเป็นเขตเลือกตั้ง" คือ ให้มีสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล เขตเลือกตั้งละ 1 คน

กฎหมาย แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับจำนวนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลและนายกองค์การบริหารส่วนตำบลให้สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น รวมทั้งแก้ไขเพิ่มเติมการสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกสภา อบต. การพ้นจากตำแหน่งนายก อบต.และ รองนายกอบต. รวมทั้งการกระทำอันเป็นการต้องห้ามของนายกอบต. รองนายกอบต. และเลขานุการนายก อบต. และสมาชิกสภาอบต.

ตามมาตรา 45 สภา อบต. ประกอบด้วยสมาชิกเขตเลือกตั้งละ 1 คน ซึ่งเลือกตั้งโดยราษฎรผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในแต่ละเขตเลือกตั้ง ในเขต อบต.นั้น

ให้ถือเขตหมู่บ้านเป็นเขตเลือกตั้ง เว้นแต่หมู่บ้านใด มีราษฎรตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร์ไม่ถึง 25 คน ให้รวมหมู่บ้านนั้นกับหมู่บ้านที่มีพื้นที่ติดต่อกันและเมื่อรวมกันแล้วจะมีราษฎรถึง 25 คน เป็นเขตเลือกตั้งเดียวกัน การนับจำนวราษฎรดังกล่าวให้นับ ณ วันที่ 1 ม.ค. ของปีที่มีการเลือกตั้ง

การรวมหมู่บ้านเป็นเขตเลือกตั้ง ตามวรรคอง ให้นายอำเภอเป็นผู้ดำเนินการและประกาศให้ประชาชนทราบภายในวันที่ 31 ม.ค. ของปีที่มีการเลือกตั้ง เว้นแต่เป็นกรณีที่มีการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง หรือมีการเลือกตั้งภายในเดือนมกราคม ให้ถือเขตเลือกตั้งที่ได้ประกาศไว้ในการเลือกตั้งสุดท้าย

เรื่องของ "อายุบุคคลผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง"

พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2562 "มาตรา 35/1 บุคคลผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น และต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(1) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีนับถึงวันเลือกตั้ง (2) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี หรือเทียบเท่า หรือเคยเป็นสมาชิกสภาจังหวัด สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมาชิกรัฐสภา"

เช่นเดียวกับ พ.ร.บ.เทศบาล (ฉบับ 14) พ.ศ. 2562 " มาตรา 48 เบญจ และ พ.ร.บ.สภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล (ฉบับ 7) พ.ศ. 2562 "มาตรา 58/1 ที่กำหนดไว้ 35 ปี

ทั้งหมดนี้ เป็นตัวอย่างของกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่น ที่มีการประกาศไว้

อย่างไรก็ตาม กระทรวงมหาดไทย ยังเคยมีเสนอ "มาตรการบังคับใช้กฎหมาย" กรณีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท้องถิ่น มีพฤติกรรมในทางทุจริต เช่น กำหนดให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด สอบสวน และวินิจฉัยโดยเร็ว แม้สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่นผู้นั้น จะพ้นจากตำแหน่งไปแล้ว ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด หากมีผลสอบว่าผิดจริงต้องดำเนินคดีถึงที่สุด และมีผลย้อนหลัง มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี-10 ปี และปรับตั้งแต่ 2 หมื่นบาท-2 แสนบาท และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี

อย่างไรก็ตาม กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่กำกับ อปท. กลับยังไม่มีความเห็นในประเด็นนี้ ประกอบกับ แนวโน้มที่จะจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นปี 2562 นี้ ไม่น่ามีความเป็นไปได้ เพราะไม่เพียงต้องแก้ไข ปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับเลือกตั้งท้องถิ่นหลายเรื่อง ยังต้องดำเนินการอีกหลายขึ้นตอน และที่ทราบกันวงในท้องถิ่น ก็จะมีพระราชพิธีสำคัญ ๆ ในปีนี้ การเลือกตั้งท้องถิ่นปี 2562 นี้ จึงยังไม่น่าจะเกิดขึ้น

โดยเฉพาะ ร่างประมวลกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในหลายประเด็น "ที่อยู่ระหว่างการยกร่าง" ยังจะต้องมีการแก้ไขให้เป็นปัจจุบัน เช่น การปรับโครงสร้างเทศบาลตําบล เทศบาลเมือง และเทศบาลนคร รวมทั้งการยกฐานะของอบต. จนนำมาสู่ข่าวลืบ "ยุบ อบต." หรือ ประเด็นที่ตีความว่า จะมีการสั่งปลดนายก อปท. และให้ ปลัด อปท. เป็นผู้รักษาการแทน ซึ่ง อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพิ่งจะออกมาสยบข่าวลือเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ไม่เป็นความจริง.




กำลังโหลดความคิดเห็น...