xs
xsm
sm
md
lg

ทรัมป์อุ้มบีบี้คือ แทรกแซงการเมืองอิสราเอล

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: อ.สุดาทิพย์ จารุจินดา อินทร


ขณะนี้กำลังมีการเลือกตั้งทั่วไปที่อิสราเอล ซึ่งนายกฯ เบนจามิน เนทันยาฮู หรือชื่อเรียกขานอย่างเป็นกันเองว่า บีบี้ (Bibi-มาจาก Benjamin) กำลังตีตื้นคะแนนนิยม ที่ได้ตกต่ำลงมาช่วงที่อัยการสูงสุดเริ่มเคลื่อนไหวในการสอบสวน และกล่าวหาว่า บีบี้มีการรับสินบนขณะดำรงตำแหน่งนายกฯ คือ รับเงินและของกำนัลราคาแพงจากนักธุรกิจอเมริกันแลกกับการได้รับผลประโยชน์จากโครงการของรัฐ

การเลือกตั้งครั้งนี้ จะเป็นวาระที่ 5 ของบีบี้ถ้าเขาชนะเลือกตั้ง และสามารถจัดตั้งรัฐบาลผสมได้สำเร็จ แต่ก็เป็นการชนะชนิดที่สูสีมากกับคู่แข่งจากพรรคที่เรียกกันคุ้นหูว่า “ฟ้าและขาว” คือ Blue & White (ซึ่งสองคำนี้มีนัยว่า “ลายคราม” ด้วย ซึ่งจริงๆ สีฟ้าและขาวเป็นสีขาวธงชาติอิสราเอลด้วย) ซึ่งมีพลโทเบนนี แกนตซ์ (Benny Gantz) อดีตผบ.สูงสุด (โปรดสังเกตตำแหน่งไม่ถึงพลเอกด้วยซ้ำ ขณะที่อิสราเอลไม่มีนายพลพร่ำเพรื่อไปหมด นายพลที่นั่นต้องพิสูจน์ฝีมือด้วยการออกรบในหลายๆ ศึก เพราะอิสราเอลตั้งอยู่บนดินแดนที่ล้อมรอบไปด้วยประเทศอาหรับซึ่งนับถืออิสลาม และมองว่าอิสราเอลแอบพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ที่เป็นอันตรายต่อตะวันออกกลาง รวมทั้งอิสราเอลได้เข้าครอบครองดินแดนของเหล่าประเทศอาหรับมาตลอด โดยเฉพาะคือการเบียดเบียนรังแกและเข้ายึดครองดินแดนปาเลสไตน์อย่างไม่เป็นธรรม)

พลโทเบนนี แกนตซ์ พยายามเสนอนโยบายที่จะไม่สร้างศัตรูแบบบีบี้ เพื่อว่าอิสราเอลจะได้ไม่ตกเป็นเป้าของการก่อการร้าย (ที่มักระเบิดฆ่าตัวตายในที่ชุมชนของอิสราเอล ทำให้คนยิวตายที่ป้ายรถเมล์, ที่ร้านกาแฟ, ที่ตลาด เป็นต้น) คือพรรคฟ้า ขาวลายครามเสนอนโยบายที่เป็นกลางมากขึ้น ไม่เป็นสายเหยี่ยวแบบบีบี้ และเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจต่อชนกลุ่มน้อยต่างๆ ในอิสราเอล (ซึ่งก็คือฝ่ายชาวปาเลสไตน์ที่อยู่ในดินแดนของอิสราเอล)...ขณะที่บีบี้ได้มีนโยบายตลอด 4 สมัยที่ผ่านมาในทางแข็งกร้าว และขยายนิคมชาวยิวในฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดน ที่ยิวได้เข้าครอบครองหลังสงคราม 6 วันในปี 1967 (ที่ยิวชนะสงครามเมื่อต่อสู้กับเหล่าประเทศอาหรับที่เข้าโจมตี นำโดยนัสเซอร์ของอียิปต์, และมีจอร์แดน, ซีเรียเข้าร่วมโจมตีอิสราเอล) ซึ่งดินแดนที่ยิวยึดได้หลังสงคราม 6 วันนี้ ทางสหประชาชาติและประเทศตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐฯ หรือสหภาพยุโรปต่างชี้ชัดว่า อิสราเอลจะผนวกมาเป็นดินแดนของอิสราเอลไม่ได้ โดยยังมีชาวอาหรับอาศัยอยู่จำนวนมาก

แต่บีบี้ได้ทยอยออกกฎหมายเพื่อประกาศขยายนิคมชาวยิวเพื่อเข้าไปปลูกสร้างบ้านเรือน และขยายชุมชนในดินแดนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดนมาตลอด จนกลายเป็นนิคมชาวยิวใหญ่โตและตั้งรกรากมั่นคงออกลูกออกหลานถึง 3 ชั่วอายุคน มีทั้งโรงเรียน, โบสถ์, ตลาด และโรงงานด้วย

สำหรับลูกเขยหมายเลข 1 ของสหรัฐฯ ขณะนี้คือ นายจาเร็ด คุชเนอร์ (สามีของอีวองก้า ทรัมป์) ในตำแหน่งที่ปรึกษาอาวุโสของปธน.ทรัมป์ ได้รับมอบหมายจากพ่อตาให้รับผิดชอบการประสานงานติดต่อ และจัดทำนโยบายต่อประเทศตะวันออกกลาง
เขาเป็นผู้ผลักดันให้ทรัมป์เดินทางไปประเทศซาอุดีอาระเบียเป็นประเทศแรกหลังเข้ามารับตำแหน่ง ไปรำดาบกับผู้นำอาหรับและกษัตริย์ซาอุฯ และประกาศเป็นศัตรูกับอิหร่านที่นั่น พร้อมกับส่งเสริมความสัมพันธ์อันดียิ่งระหว่างซาอุฯ กับอิสราเอล

เมื่อบีบี้เริ่มมีคะแนนนิยมตก จากข้อหาคอร์รัปชัน บีบี้ก็เสนอผ่านจาเร็ด คุชเนอร์ ว่า อเมริกาควรสนับสนุนให้นครเยรูซาเล็มตะวันออกเป็นเมืองหลวงของอิสราเอล ซึ่งทรัมป์ก็ออกมาประกาศพร้อมเป็นประเทศแรกที่จะย้ายสถานทูตสหรัฐฯ จากนครเทลอาวีฟ (เมืองหลวงอิสราเอลในปัจจุบัน) ไปตั้งที่เยรูซาเล็มตะวันออก โดยจะมีบางประเทศที่ใกล้ชิดกับสหรัฐฯ เดินตามในการย้ายสถานทูตมาที่เยรูซาเล็มด้วย (แต่ไม่มีประเทศในสหภาพยุโรป-เพราะไม่เห็นด้วยกับทรัมป์-รวมทั้งโป๊ปฟรานซิสที่ออกแถลงการณ์ไม่เห็นด้วย)

เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อใกล้เลือกตั้งที่อิสราเอลมากยิ่งขึ้น บีบี้ลงทุนบินด่วนไปวอชิงตัน-เพื่อเข้าพบกับทรัมป์ และจัดแถลงข่าวว่า สหรัฐฯ ยอมรับว่าที่ราบสูงโกลัน (Golan Heights) เป็นดินแดนของอิสราเอล เพราะถ้าที่ราบสูงนี้ยังเป็นของซีเรีย (เป็นดินแดนที่อยู่ในอาณาจักรของซีเรียมาเป็นพันปี...จนถึงอิสราเอลเข้ายึดได้ช่วงสงคราม 6 วัน) จะเป็นจุดสูงข่มที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงของอิสราเอล

เรียกว่า ทรัมป์ให้ของขวัญก้อนโตกับบีบี้ (ซึ่งมีสายสัมพันธ์ลึกซึ้งกับครอบครัวของจาเร็ด คุชเนอร์ ตั้งแต่คุชเนอร์ยังวัยรุ่นอยู่ และได้ไปอาศัยบ้านของบีบี้เมื่อฝึกงานที่คิบบุตซ์ในอิสราเอล) เป็นดินแดนชิ้นใหญ่เบ้อเริ่มที่ทำให้คะแนนของบีบี้พุ่งขึ้นทันที (ทำให้นึกถึงตอนที่นายฮุนเซน กำลังหาเสียงเลือกตั้ง และบอกว่า เขาพระวิหารเป็นของเขมร...มาทำพิธีบนยอดเขา และผู้นำไทยขณะนั้นบอกว่า อย่าไปเอาจริงเอาจังกับคำกล่าวของฮุนเซน เพราะเขากำลังหาเสียงเลือกตั้ง ก็เขาพระวิหารเป็นของไทยแล้วจะไปกลัวอะไร?...จนในที่สุดวันนี้เป็นอย่างไร...เราก็ต้องเสียเขาพระวิหารไปอย่างไม่น่าเชื่อ!!)

ถึงคะแนนนิยมของบีบี้จะตีตื้นขึ้นมาบ้าง ; แต่ก็ยังเป็นรองของนายพลเบนนี แกนตซ์ ซึ่งดูนำมาตลอด

ลูกเล่นสุดท้ายของบีบี้ก็คือ ใน 24 ชม.ก่อนเปิดหีบเลือกตั้ง บีบี้ประกาศว่า ดินแดนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดนที่อิสราเอลได้ยึดครองไว้ จะกลายเป็นดินแดนที่อิสราเอลจะผนวกเป็นส่วนหนึ่งของอิสราเอลทันที ถ้าเขาได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการเชื้อเชิญให้พรรคขวาจัดคลั่งชาติเข้าร่วมรัฐบาลผสม เพื่อทำให้บีบี้สามารถตั้งรัฐบาลได้หลังเลือกตั้ง

ท่าทีสหรัฐฯ ไม่ออกมาคัดค้าน แต่กลับสนับสนุนอย่างดีด้วยซ้ำกับการจะผนวกดินแดนเช่นนี้ แม้จะขัดกับมติคณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติที่ได้ลงมติไว้นานแล้ว และหลายฝ่ายมองว่า เป็นการให้ท้ายบีบี้ (อิสราเอล) เพื่อเข้าผนวกดินแดนอย่างฝ่าฝืนกฎหมายระหว่างประเทศ แล้วอย่างนี้อเมริกาและประเทศฝ่ายตะวันตกจะไปตำหนิและลงโทษรัสเซียกับกรณีการเข้าครอบครองฝั่งตะวันออกของยูเครน รวมทั้งการผนวกคาบสมุทรไครเมียเข้าเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียได้อย่างไร?

แต่มีนักวิเคราะห์ที่สหรัฐฯ บางคนมองว่า ที่ทรัมป์รู้เห็นเป็นใจโอบอุ้มบีบี้เพื่อให้บีบี้ได้กลับมาเป็นนายกฯ ครั้งที่ 5 นี้ ไม่เพียงเป็นการแทรกแซงการเมือง (การเลือกตั้ง) ภายในของอิสราเอลเท่านั้น

แต่เพราะขณะนี้ ทรัมป์เองก็กำลังถูกรุกหนักจากสภาผู้แทน (ที่เพิ่งเปลี่ยนมือมาเป็นของพรรคเดโมแครต) จึงกำลังรุกกดดันให้ทรัมป์ต้องเปิดเผยรายละเอียดรายงานการเสียภาษีของเขาในรอบ 6 ปีที่ผ่านมา (ซึ่งทรัมป์เคยอ้างว่า ไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะติดขัดอยู่ระหว่างขบวนการตรวจสอบของกรมสรรพากร...เป็นคำแก้ตัวช่วงหาเสียง และได้ผัดผ่อนว่า จะเปิดเผยเมื่อเขาได้เป็นปธน.ที่ทำเนียบขาวแล้ว... แต่นี่ก็อยู่ในตำแหน่งมา 3 ปีแล้ว ก็ยังอิดออดไม่ยอมเปิดเผยอยู่ดี)

และล่าสุดใน 24 ชม.ก่อนการลงคะแนนที่อิสราเอล ปธน.ทรัมป์ได้ประกาศให้กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่านกลายเป็นกลุ่มก่อการร้ายไปเสียแล้ว ซึ่งเป็นการช่วยบีบี้อีกแรงหนึ่งด้วย เพราะบีบี้เพิ่งออกมาประกาศว่า เขาเป็นคนเสนอเรื่องนี้ให้กับทรัมป์ เพื่อทำให้ตะวันออกกลางปลอดภัยยิ่งขึ้น (โดยเฉพาะสำหรับอิสราเอล!)

ทั้งทรัมป์และบีบี้ต่างช่วยกันเกาหลังซึ่งกันและกัน เพื่อประโยชน์ในด้านการเมืองที่บ้านตัวเอง ที่กำลังเพลี่ยงพล้ำนั่นเอง


กำลังโหลดความคิดเห็น...