xs
xsm
sm
md
lg

ผู้จัดการสุดสัปดาห์

x

นำร่อง"ท่าน้ำนนท์"4 พันล้าน ผุดถนนเลียบเจ้าพระยาสำคัญไฉน ??

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

ผู้จัดการสุดสัปดาห์ - ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง สำหรับแนวทางการพัฒนาพื้นที่และทางสัญจร โครงการเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา วงเงินรวมตลอดโครงการ 35,835 ล้านบาท ของกระทรวงมหาไทย และกระทรวงคมนาคม

หลังจาก มีการคัดเลือกโครงการ "นำร่อง" เพื่อทำการออกแบบเบื้องต้น ร่วมกับการศึกษาผลกระทบ สิ่งแวดล้อมเบื้องต้น รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ และการมีส่วนร่วมของประชาชนตลอดเวลาการศึกษาโครงการ ด้วยวิสัยทัศน์ "เชื่อมเมืองสู่แม่น้ำ อนุรักษ์ภูมิทัศน์วัฒนธรรม"

มีการสรุปแล้วว่า โครงการนำร่อง "P5 ท่าน้ำนนทบุรี"จะเป็นโครงการแรก ที่จะเริ่มดำเนินการ หลังมีการศึกษา ออกแบบผังการพัฒนา แผนและแบบเบื้องต้นทางสัญจรเลียบแม่น้ำ ใช้งบประมาณศึกษามาตังแต่ปี 2558 กว่า 38.4 ล้านบาท

ล่าสุด "กระทรวงคมนาคม" ได้ส่งรายงานการศึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสมทางเศรษฐกิจ วิศวกรรม และสิ่งแวดล้อม ถนนเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา และผังการพัฒนา "พื้นที่นำร่อง P5 ท่าน้ำนนทบุรี" ให้กระทรวงมหาดไทย รับไว้เป็นข้อมูล ก่อนจะมอบหมาย "กรมโยธาธิการและผังเมือง" ดำเนินการในขั้นตอนการออกแบบรายละเอียด เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับ "พื้นที่นำร่อง P5 ท่าน้ำนนทบุรี" ที่ผ่านการคัดเลือกพื้นที่นำร่อง กับอีก 7 แห่ง ได้แก่ โครงการที่ 1(P1) เมืองปทุมธานี (สะพานปทุมธานี 1-สะพานนนทบุรี) ภายใต้ชื่อ "เมืองสงบน่าอยู่ อนุรักษ์วิถีชีวิตริมน้ำ" โครงการที่ 2 (P2)บางคูวัดและบางพูด (สะพานนนทบุรี- สะพานพระราม 1) ภายใต้ชื่อ "ชุมชนริมน้ำ สะเทินน้ำสะเทินบก"

โครงการที่ 3(P3) ปากเกร็ด (สะพานพระราม 4 - กรมชลประทาน) ชื่อ "เกาะเกร็ดแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิต" โครงการที่ 4(P4)สะพานพระนั่งเกล้า (กรมชลประทาน-สะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์) ชื่อ"เชื่อมชุมชนสู่ระบบการเดินทางสาธารณะ"

โครงการที่ 6(P6) สะพานพระราม 7 (สะพานพระราม 5 - สะพานพระราม 6) ชื่อ "อนุรักษ์ชุมชนโบราณ แก้ปัญหาชุมชนหลังเขื่อน"

โครงการที่ 7(P7)กรุงเทพมหานคร (สะพานพระราม 6 - สุดเขต กทม.) ชื่อ "กทม. สวรรค์แห่งความหลากหลายริมน้ำ" และ โครงการที่ 8(P8)บางกะเจ้า ภายใต้ชื่อ "เชื่อมเมืองสู่ปอดของเมือง"

สำหรับ "พื้นที่นำร่อง P5 จากการศึกษาด้วยงบประมาณ 38 ล้านบาท พบว่า พื้นที่ P5 ท่าน้ำนนทบุรี (สะพานมหาเจษฎาบดินทราบุสรณ์ - สะพานพระราม 4) มีความเหมาะสมที่จะดำเนินการในระยะแรก เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีสถานที่ราชการริมน้ำสามารถเชื่อมต่อกับ ท่าน้ำนนทบุรี และมีอาคารศาลากลางเก่าที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์

ประกอบกับมีปริมาณการเดินทาง บริเวณโดยรอบพื้นที่ของประชาชนจำนวนมาท โดยแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณดังกล่าวมีความกว้างเฉลี่ย 230 เมตร ซึ่งเป็นโอกาสในการพัฒนาทางสัญจรเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ชุมชนส่วนราชการ สวนสาธารณะ และการคมนาคมขนส่งทางน้ำ ให้เกิดศูนย์กลางกิจกรรมริมน้ำฃองเมืองนนทบุรี โดยแบบ แนวคิดประกอบด้วย

การปรับปรุงพื้นที่ริมน้ำหน้าศาลากลางนนทบุรีเพื่อเป็นศูนย์กลางกิจกรรมสาธารณะของเมือง ,ทางสัญจรแนวเหนือ-ใต้ ตามแนวเขื่อนเดิมและโครงการเขื่อนป้องกันน้ำท่วม ,สร้างทางสัญจรริมน้ำ เพื่อส่งเสริมการเข้าพื้นที่ริมน้ำเพื่อนันทนาการ

การสร้างศูนย์กลางกิจกรรมสาธารณะ ได้แก่ สวนสาธารณะ ลานกิจกรรมและจุดแวะพักเพื่อเพิ่ม ความมีชีวิตชีวาของเมืองนนทบุรี ,การสร้างสะพานข้ามแม่น้ำ และสะพานข้ามคลองต่าง ๆ เพื่อเชื่อมโยงย่านพักอาศัยฝังตะวันตก และฝังตะวันออก (เมืองนนทบุรี) ด้วยการเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ การปรับปรุงถนนเดิมที่อยู่ใกล้ หรือ ขนานแม่น้ำ เพื่อรองรับเส้นทางจักรยาน

กำหนดแผน ระยะเวลาดำเนินการทั้งโครงการ 5 ปี กรอบวงเงินลงทุนในพื้นที่ จังหวัดปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ จำนวน 17,727 ล้านบาท

ทั้งนี้ เป็นงบประมาณในส่วนพื้นที่นำร่อง P5 : ท่าน้ำนนทบุรี สะพานมหาเจษฎาบดินทราบุสรณ์ - สะพาน พระราม 4 วงเงิน 4,129.400 ล้านบาท

ตามแผนกำหนด ขนาดของทางสัญจร แบ่งตามลักษณะบริบทของแต่ละพื้นที่

แบบที่ 1 ความกว้าง 4.00 เมตร มีองค์ประกอบของหน้าตัด คือ ช่องทางจักรยานกว้างรวม 2.40 เมตร และซ่องทางเดินเท้ากว้าง 1.40 เมตร รวมเป็นความกว้าง 4.00 เมตร

แบบที่ 2 กว้าง 6.00 เมตร มีองค์ประกอบของหน้าตัด คือ ช่องทางจักรยานกว้างรวม 4.00 เมตร พร้อมเว้นระยะระหว่างช่องทางจักรยานและช่องทางเดินเท้ากว้าง 0.30 เมตร โดยมีช่องทางเดินเท้า กว้าง 1.70 เมตร รวมเป็นความกว้าง 6.00 เมตร

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ "กรมโยธาธิการและผังเมือง" จะดำเนินการในขั้นตอนการออกแบบรายละเอียด เพื่อเสนอกระทรวงมหาดไทย ส่งต่อไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อดำเนินการตามนโยบายคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) และรัฐบาลชุดปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สำคัญอีกประการหนึ่งสำหรับการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าว คือ ภาคประขาขนจะต้องมีส่วนร่วมและได้รับประโยขน์จากโครงการด้วย

ดังนั้น กระบวนการมืส่วนร่วม จึงมีความสำคัญมาก ซึ่งขอบเขตพื้นที่ศึกษาโครงการ เริ่มตั้งแต่ สะพานปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ผ่านจังหวัดนนทบุรี กรุงเทพมหานคร จนถึงบางกะเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ และสิ้นสุดที่คลองลัดโพธ รวมระยะทางในการศึกษาตามแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกประมาณ 140 กิโลเมตร ซึ่งผลการศึกษาสรุปได้ว่า “การพัฒนาเป็นทางสัญจรการเดินทางแบบไม่ใช้เครื่องยนต์ (Non-MotorizedTransport, NMT)” มีความเหมาะสม โดยเสนอให้ดำเนินการทางสัญจรแตกต่างกันตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ ระยะแรก พื้นที่ที่มีศักยภาพเหมาะสมในการพัฒนาเป็นโครงการนำร่อง ได้แก่ พื้นที่ท่าน้ำนนทบุรี ควรส่งเสริมให้เกิดศูนย์กลางกิจกรรมนันทนาการ และการเดินทาง ในบริเวณดังกล่าว เนื่องจากบริเวณดังกล่าวอยู่ใกล้เคียงกับ สะพานมหาเจษฎาบดินทร์ฯ ซึ่งเป็นสะพานที่เป็นถนนอยู่แล้ว ดังนั้น อาจไม่จำเป็นต้องทำสะพานถนนที่ให้รถยนต์ข้ามอีกในบริเวณนี้ โดยมีแนวคิด ทำเป็นสะพานคนเดินเพิ่มเติมแทน ประกอบกับบริเวณดังกล่าว มีศาลากลางเก่านนทบุรี และมีวัดเฉลิมพระเกียรติ

ดังนั้น หากมีการพัฒนาโครงการ นอกจากจะก่อให้เกิดประโยขน์ต่อการพัฒนาพื้นที่และปรับปรุงสภาพแวดล้อม ของเมืองในบริเวณดังกล่าวแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และแหล่งเรียนรู้ให้กับจังหวัดนนทบุรี อีกด้วย

ทั้งนี้ เป็นงบประมาณในส่วนพื้นที่นำร่อง P5 : ท่าน้ำนนทบุรี สะพานมหาเจษฎาบดินทราบุสรณ์ - สะพาน พระราม 4 วงเงิน 4,129.400 ล้านบาท

ตามแผนกำหนด ขนาดของทางสัญจร แบ่งตามลักษณะบริบทของแต่ละพื้นที่

แบบที่ 1 ความกว้าง 4.00 เมตร มีองค์ประกอบของหน้าตัด คือ ช่องทางจักรยานกว้างรวม 2.40 เมตร และซ่องทางเดินเท้ากว้าง 1.40 เมตร รวมเป็นความกว้าง 4.00 เมตร

แบบที่ 2 กว้าง 6.00 เมตร มีองค์ประกอบของหน้าตัด คือ ช่องทางจักรยานกว้างรวม 4.00 เมตร พร้อมเว้นระยะระหว่างช่องทางจักรยานและช่องทางเดินเท้ากว้าง 0.30 เมตร โดยมีช่องทางเดินเท้า กว้าง 1.70 เมตร รวมเป็นความกว้าง 6.00 เมตร

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ "กรมโยธาธิการและผังเมือง" จะดำเนินการในขั้นตอนการออกแบบรายละเอียด เพื่อเสนอกระทรวงมหาดไทย ส่งต่อไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อดำเนินการตามนโยบายคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) และรัฐบาลชุดปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สำคัญอีกประการหนึ่งสำหรับการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าว คือ ภาคประขาขนจะต้องมีส่วนร่วมและได้รับประโยขน์จากโครงการด้วย

ดังนั้น กระบวนการมืส่วนร่วม จึงมีความสำคัญมาก ซึ่งขอบเขตพื้นที่ศึกษาโครงการ เริ่มตั้งแต่ สะพานปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี ผ่านจังหวัดนนทบุรี กรุงเทพมหานคร จนถึงบางกะเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ และสิ้นสุดที่คลองลัดโพธ รวมระยะทางในการศึกษาตามแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกประมาณ 140 กิโลเมตร ซึ่งผลการศึกษาสรุปได้ว่า “การพัฒนาเป็นทางสัญจรการเดินทางแบบไม่ใช้เครื่องยนต์ (Non-MotorizedTransport, NMT)” มีความเหมาะสม โดยเสนอให้ดำเนินการทางสัญจรแตกต่างกันตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ ระยะแรก พื้นที่ที่มีศักยภาพเหมาะสมในการพัฒนาเป็นโครงการนำร่อง ได้แก่ พื้นที่ท่าน้ำนนทบุรี ควรส่งเสริมให้เกิดศูนย์กลางกิจกรรมนันทนาการ และการเดินทาง ในบริเวณดังกล่าว เนื่องจากบริเวณดังกล่าวอยู่ใกล้เคียงกับ สะพานมหาเจษฎาบดินทร์ฯ ซึ่งเป็นสะพานที่เป็นถนนอยู่แล้ว ดังนั้น อาจไม่จำเป็นต้องทำสะพานถนนที่ให้รถยนต์ข้ามอีกในบริเวณนี้ โดยมีแนวคิด ทำเป็นสะพานคนเดินเพิ่มเติมแทน ประกอบกับบริเวณดังกล่าว มีศาลากลางเก่านนทบุรี และมีวัดเฉลิมพระเกียรติ

ดังนั้น หากมีการพัฒนาโครงการ นอกจากจะก่อให้เกิดประโยขน์ต่อการพัฒนาพื้นที่และปรับปรุงสภาพแวดล้อม ของเมืองในบริเวณดังกล่าวแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว และแหล่งเรียนรู้ให้กับจังหวัดนนทบุรี อีกด้วย




กำลังโหลดความคิดเห็น...